คุม 2 ผู้ต้องหาฆ่าโหด-ข่มขืนสาว ที่พัทลุง ฝากขัง เหยื่อยังผวา! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

คุม 2 ผู้ต้องหาฆ่าโหด-ข่มขืนสาว ที่พัทลุง ฝากขัง เหยื่อยังผวา!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 17:00
4,905 ครั้ง


ตร.พัทลุงนำ 2 ผู้ต้องหา แก๊งฆ่าหนุ่มฝังดิน-ข่มขืนสาว ฝากขังเพิ่มอีก 2 ราย ส่วนสาวทอม ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เตรียมนำฝากขังพรุ่งนี้ ด้าน "โฆษก ยธ." เผย สั่งกรมคุ้มครองสิทธิฯ ให้การช่วยเหลือเหยื่อสาวเร่งด่วน พร้อมเร่งขออนุมัติการคุ้มครองพยาน พบยังอยู่ในอาการหวาดผวา...

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ เผยถึงความคืบหน้าการจับคนร้าย ลวงหนุ่มฆ่าฝังดิน ข่มขืนสาว ในป่าลึกในหุบเหว ริมเขาพับผ้า เทือกเขาบรรทัด ริมถนนสายตรัง-พัทลุง เพื่ออำพรางคดี ว่า จากการสืบสวนสอบสวนกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้นั้น ในเบื้องต้นพบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุร้าย จำนวน 7 คน โดยมีนายคิว อายุ 19 ปี หัวหน้าแก๊งปืนควาย เป็นคนวางแผนการก่อเหตุร้าย

แต่จากการสอบสวนผู้ต้องหา และผู้เสียหายในเบื้องต้นนั้น ไม่พบว่า นายบอย (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และนายคิม (นามสมมติ) อายุ 15 ปี 2 ผู้ต้องสงสัย ที่มีพฤติกรรมเกเร และตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อคดี มีส่วนพัวพันและเกี่ยวข้องในคดี แต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ซึ่งจะได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.นิวัตร ไชยรักษ์ รอง ผกก.สส.สภ.ศรีนครินทร์ พร้อมชุดสืบสวนสอบสวน ไปนำตัวนายบอย และนายคิม มาสอบปากคำที่โรงพักต่อ เพราะตนมั่นใจว่าทั้ง 2 คน น่าจะมีส่วนร่วม

พ.ต.อ.วิชัย กล่าวอีกว่า ในวันนี้ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ปรีชา หาสังข์ พงส.เจ้าของคดี และกำลังชุดปราบปราม นำ 2 ผู้ต้องหาเยาวชนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทลุง หลังจากนี้ทางตำรวจจะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และสรุปสำนวนนำส่งฟ้องอัยการ เพื่อนำส่งฟ้องศาลพัทลุงต่อไป

ส่วนผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี อีก 2 คน ประกอบด้วยนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 17 ปีนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำไปฝากขังต่อศาลเด็กและเยาวชนพัทลุง และขออำนาจศาลเด็กฯ เพื่อนำ 2 เยาวชน ไปควบคุมตัวในสถานพินิจพัทลุงแล้วเมื่อวานนี้ ส่วน น.ส.ศิริมา ภูพวก อายุ 20 ปี สาวทอม 1 ใน 5 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเมื่อวานนี้ ทางตำรวจจะนำไปฝากขังต่อศาลพัทลุงในวันพรุ่งนี้

ด้าน พ.ต.อ.ชัยโรจน์ โพธิปฐม ผกก.สภ.นาโยง จ.ตรัง กล่าวว่า สภ.นาโยง จะทำสำนวนฟ้องร่วมกับ สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และจะทำหนังสือไปยัง ผบช.ภ.9 เพื่อรับทราบ และขออนุมัติดำเนินการต่อไป 

ด้าน นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง เผยว่า วันที่ 5 ก.พ. นี้ ทางจังหวัดพัทลุงจะได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน และกลุ่มพลังมวลชนของจังหวัดพัทลุง จัดประกาศเจตนารมณ์ในพิธีต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบขึ้น ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง เวลา 08.30 น. คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไม่น้อยกว่า 5,000 คน ทั้งนี้ เพื่อเน้นย้ำให้ชาวพัทลุงได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และร่วมกันแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดพัทลุงสืบไป

ขณะที่ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สั่งพนักงานคุ้มครองสิทธิลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเหยื่อ เพื่อแจ้งสิทธิและรับคำขอเงินช่วยเหลือตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยจะได้รับค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ยังไม่ได้ประกอบอาชีพ และค่าตอบแทนอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร ตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด 

"นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้เสียหายหญิงบาดเจ็บที่รักษาตัวในโรงพยาบาลยังไม่สามารถให้การได้ จึงแจ้งสิทธิแก่มารดาของผู้บาดเจ็บแล้ว ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ดังกล่าวพบว่า ทางฝ่ายผู้เสียหายและญาติมีความหวาดกลัวมาก ต้องการให้มีการคุ้มครองพยาน จึงมีการประสานส่งคำขอคุ้มครองพยานเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จึงได้เร่งสรุปเรื่องและขออนุมัติอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพอนุมัติสั่งคุ้มครองพยานในวันนี้ โดยเบื้องต้นประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จัดเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองพยานจากสำนักคุ้มครองพยานลงไปดูแลแล้ว" นายธวัชชัย กล่าว

ทางด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนกร สถานานนท์ ผอ.สํานักคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดเผยว่า ได้ติดตามข่าวคดีดังกล่าวมาตลอดตั้งแต่เริ่ม และเมื่อวันที่ 1 ก.พ ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.นาโยง จ.ตรัง ได้ติดต่อประสานมายังสำนักคุ้มครองพยาน ขอคำปรึกษาเรื่องการคุ้มครองพยาน คือ น.ส.แดง ที่พักรักษาตัวที่ รพ.ตรัง จากนั้นวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้ทำหนังสือถึง พ.ต.อ.ชัยโรจน์ โพธิปฐม ผกก.สภ.นาโยง จ.ตรัง ให้ออกหนังสือคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลพยานและผู้เสียหายไปก่อน โดยสำนักคุ้มครองพยาน จะเป็นผู้ออกค่าใช่จ่ายให้กับตำรวจที่ไปเฝ้าพยาน ซึ่งระหว่างนี้ รอคำสั่งตามขั้นตอนจาก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และนางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

"ทั้งนี้สำนักคุ้มครองพยานปัจจุบันมีเจ้าหน้าชุดคุ้มครองพยานจำนวน 8 นาย ดูแลคุ้มครองพยานทั่วประเทศ ตามที่มาร้องขอกับหน่วยงาน ในส่วนวิธีการคุ้มครองพยาน จะมี 2 รูปแบบ 1.พาผู้เสียหายเข้าเซฟเฮ้าส์ จะมีเจ้าหน้าที่ 2 นาย คอยดูแล 24 ชม. หากจะมีความจำเป็นต้องออกจากจากเซฟเฮ้าส์ไปขึ้นศาล หรือธุระ จะมีเจ้าหน้าที่ 4 นาย รถ 2 คัน อาวุธครบมือ คอยดูแลจนกว่าจะกลับเซฟเฮ้าส์ และแบบที่ 2.คุ้มครองผู้เสียหายในบ้านพักของผู้เสียหายเอง จะมีเจ้าหน้าที่ดูแล 2 นาย และหากเดินทางจะมีเจ้าหน้าที่ 4 นาย หรือมากกว่านั้น อาวุธครบมือเช่นกัน หากต้องการกำลังเพิ่ม จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่มาร่วมด้วย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองพยานทั้ง 8 นาย ได้รับการฝึกยุทธวิธีในการป้องกัน ตั้งรับ และพาบุคคลที่ต้องการคุ้มครองออกจากพื้นที่ในสถานการณ์ต่างๆให้ปลอดภัยที่สุด รวมทั้งได้รับการฝึกการใช้อาวุธปืนและอุปกรณ์ต่างๆจากหน่วยงานทหาร ตำรวจ และผู้เชี่ยวชาญต่างประเภท ทุกๆปี" ว่าที่ร้อยตรีธนกร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักคุ้มครองพยานได้มีการปฏิบัติงานโดย ปี 47 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 11 เรื่อง คุ้มครอง 11 คน, ปี 48 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 59 เรื่อง คุ้มครอง 93 คน, ปี 49 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 107 เรื่อง คุ้มครอง 208 คน, ปี 50 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 107 เรื่อง คุ้มครอง 165 คน, ปี 51 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 123 เรื่อง คุ้มครอง 228 คน, ปี 52 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 126 เรื่อง คุ้มครอง 256 คน, ปี 53 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 80 เรื่อง คุ้มครอง 207 คน, ปี 54 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 110 เรื่อง คุ้มครอง 247 คน, ปี 55 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 86 เรื่อง คุ้มครอง 187 คน, ปี 56 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 78 เรื่อง คุ้มครอง 190 คน, ปี 57 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 91 เรื่อง คุ้มครอง 254 คน, ปี 58 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 118 เรื่อง คุ้มครอง 328 คน และ ปี 59 รับเรื่องคุ้มครองพยาน 38 เรื่อง คุ้มครอง 57 คน รวมรับเรื่องคุ้มครองพยาน 1,132 เรื่อง คุ้มครอง 2,431 คน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    1.1%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    2.2%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    87.1%
  • ให้กำลังใจ
    9.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement