ทนาย ‘แพะ’ อุบ หลักฐานเด็ด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ทนาย ‘แพะ’ อุบ หลักฐานเด็ด

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ก.พ. 2559 15:35
799 ครั้ง


ภายหลังจากนางถนอมจิตต์ จั่นทอง ข้าราชการบำนาญ อดีตเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 8 ประจำทัณฑสถานหญิงกลาง ได้นำนายสฤษดิ์ จั่นทอง อายุ 41 ปี บุตรชาย เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยการประสานงานของทีมงาน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กรณีที่นายสฤษดิ์ตกเป็นแพะคดีร่วมกันพยายามข่มขืนและใช้กำลังประทุษร้ายแหม่มสาวชาวแคนาดา ที่ จ.ภูเก็ต ตามที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น ความคืบหน้า เมื่อบ่ายวันที่ 2 ก.พ. นางถนอมจิตต์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า เมื่อได้ร้องเรียนกับกระทรวงยุติธรรมแล้ว นายสฤษดิ์ บุตรชายมีท่าทีคลายความเคร่งเครียดลงมาก และได้โทรศัพท์ไปขอบคุณ นายสมเกียรติ พรพรหมมา ทนายความของจำเลยอีกคนในคดีเดียวกัน ที่ออกมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ พร้อมกันนี้นายสฤษดิ์ ได้ขอให้นายสมเกียรติรับเป็นทนายความให้ด้วย เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่ารูปคดีจะออกมาอย่างไร อีกทั้งนายสมเกียรติ มีข้อมูลในคดีและรู้เรื่องดี และนายสมเกียรติได้ตอบรับเป็นทนายความให้แล้ว

“คงต้องเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงและคุ้มครองคนดี พวกเราไม่รู้จักทนายความที่ภูเก็ตเลย ติดต่อไปที่สำนักงานทนายความบ้านกฎหมายและธุรกิจที่ อ.เมืองภูเก็ต โชคดีได้พบกับ นายสมเกียรติ ที่เป็นทนายความให้กับจำเลยอีกคนโดยไม่คาดคิด ขอชื่นชมว่า ทนายสมเกียรติเป็นทนายความที่มีคุณธรรม เห็นว่า ลูกชายไม่ได้ทำผิดจึงให้ข้อมูลในคดีนี้มากมาย ทำให้ครอบครัวเราต้องออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพราะลูกชายไม่ได้ทำผิดและตกเป็นแพะในคดีนี้ ที่ต้องขอให้ทนายสมเกียรติเป็นทนายความให้ด้วย เนื่องจากไม่แน่ใจว่า อัยการจะสรุปสำนวนคดีออกมาอย่างไร เพราะจนถึงขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการติดต่อสอบถามรายละเอียดจากหน่วยงานที่ร้องเรียนเลย ได้รับเพียงแจ้งตอบกลับทางจดหมายเท่านั้น” นางถนอมจิตต์กล่าว

ด้านนายสมเกียรติ พรพรหมมา ทนายความของนายอำนาจ ชูเดช จำเลยในคดีเดียวกันที่ถูกจับตัวได้และถูกส่งฟ้องศาล โดยศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกแต่จำเลยไม่มาศาลยังหลบหนีอยู่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อมูลเกี่ยวกับคดีต้องแยกอธิบายให้ชัดเจน กรณีของนายอำนาจ ชูเดช จำเลยที่มาจ้างตนเป็นทนายความให้นั้น ตำรวจจับกุมตัวนายอำนาจได้จึงนำส่งพนักงานอัยการส่งฟ้องศาล มีการนำพยานคือพนักงานต้อนรับของโรงแรมที่ชี้ภาพในชั้นสอบสวนขึ้นเบิกความ แต่พยานกลับคำให้การโดยไม่ชี้ภาพดังกล่าวเป็นนายอำนาจหรือนายสฤษดิ์ โดยให้การว่าในชั้นสอบสวนตำรวจเป็นผู้นำภาพมาให้พยานดู พร้อมกับเป็นผู้บอกว่าเป็นผู้ต้องหาหรือคนร้ายจึงชี้ ไม่ใช่พยานเป็นผู้ระบุ จึงไม่ยืนยันภาพทั้ง 2 คนเป็นผู้กระทำความผิดในวันเกิดเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ต่อมาพบหลักฐาน สำคัญที่มัดตัวนายอำนาจ พนักงานอัยการจึงยื่นอุทธรณ์และนายอำนาจไม่มาศาล โดยศาลพิพากษาจำคุกนายอำนาจ 2 ปี

ส่วนกรณีของนายสฤษดิ์ที่ร้องขอความเป็นธรรมนั้น นายสมเกียรติเผยว่า คดีนายสฤษดิ์ยังไม่มีการส่งฟ้องศาล เนื่องจากตำรวจยังไม่ได้จับกุมนายสฤษดิ์ เพิ่งมาจับกุมภายหลังและนำส่งพนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องศาล หลังประกันตัวชั้นอัยการจึงได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรม เนื่องจากพบว่าพนักงานสอบสวนมีความผิดพลาดในการตรวจสอบพยานหลักฐานเอกสาร และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับตัวนายสฤษดิ์ที่ตกเป็นแพะ “ในส่วนตัวผมดูจากหลักฐานต่างๆ ผมเชื่อว่านายสฤษดิ์ตกเป็นแพะ เนื่องจากนายอำนาจ ลูกความจำเลยอีกคนให้การในชั้นศาลว่าประกอบอาชีพรับจ้างบริเวณพื้นที่ตำบลป่าตอง รับส่งผู้โดยสารภายในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และนอกจังหวัด และได้ให้การว่าไม่เคยรู้จักนายสฤษดิ์ จึงไม่ตรงกับการกล่าวหาของตำรวจว่านายสฤษดิ์ขับรถไปรับนายอำนาจ หากนายสฤษดิ์มาขับรถแท็กซี่รับจ้างในป่าตองจริงนายอำนาจก็ต้องรู้จัก และยังมีพยานหลักฐานอื่นอีกที่ไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยในขณะนี้” นายสมเกียรติกล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement