'เทียนฉาย' ห่วง รธน.เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ หวั่นควบคุมยาก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'เทียนฉาย' ห่วง รธน.เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ หวั่นควบคุมยาก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 16:45
1,247 ครั้ง


'เทียนฉาย' ห่วง รธน.ให้อำนาจองค์กรอิสระมากเกินไป หวั่นควบคุมไม่ได้ ด้าน "บรรเจิด" ระบบเลือกตั้งใหม่ กาบัตรใบเดียว ทำพรรคนายทุนเข้มแข็ง พรรคตัวแทน ปชช.อ่อนแอ

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.59 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ คณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดสัมมนาในหัวข้อ "หลักความเป็นอิสระภูมิคุ้มกันการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐและนักการเมือง" โดยมี นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา นายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และนายบรรเจิด สิงคะเนติ อดีตคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เข้าร่วม

โดย นายอุทัย กล่าวว่า บ้านเมืองจะสงบร่มเย็นได้ต้องมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดี ผู้หลักก็คือคนยึดกฎหมายเป็นหลัก ส่วนผู้ใหญ่อยากให้ข้าราชการสำนึกว่า ตัวเองเป็นผู้หลักของบ้านเมือง ไม่ใช่ไปเออออกับผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจ เพราะจะกลายเป็นผีกับโรง ซึ่งนักการเมืองเปรียบเป็นผี ข้าราชการก็เป็นโลง จึงอยากให้ข้าราชการปลดความรู้สึกว่า ตัวเองเป็นผู้ปกครองออกให้ได้ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจะมองประชาชนเหมือนลูกไก่ในกำมือ จึงเกิดปัญหาทุจริตโกงกินกันทุกหย่อมหญ้า ซึ่งภูมิคุ้มกันไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันเกิดจากจิตสำนึกของคนที่ทำหน้าที่ที่เป็นผู้ใหญ่ นอกจากนี้วันนี้ร่างรัฐธรรมนูญไม่กี่มาตราก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องเขียนให้เยอะ เพราะกฎหมายอื่นๆ คุ้มครองประชาชนมากกว่ารัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญคุ้มครองอะไรไม่ได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่โดนฉีกแล้วฉีกอีก ส่วนข้อเสนอแนะเรื่องการสร้างความปรองดอง ต้องใช้ระบอบประชาธิปไตยเข้ามาเป็นตัวช่วยให้เกิดการเลือกตั้ง เพื่อให้คนที่เห็นขัดแย้งเข้ามาสู่สภาฯ เพราะไม่มีวิธีอื่นที่ทำได้ดีกว่านี้ การจับคน 2 ฝ่ายมาร้องเพลงหันหน้าชนกันนั้น ไม่ได้ช่วยอะไร

"ถึงอย่างไรนักการเมืองก็ต้องสามารถแตะต้อง และโยกย้ายข้าราชการประจำได้ เพราะหากนโยบายอะไรที่สั่งไปแล้วข้าราชการเกียร์ว่าง ตัวรัฐมนตรีเองก็จะถูกประชาชนมองว่า ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ต้องคิดในแง่นี้ด้วย แต่อย่าไปเป็นห่วงมาก เพราะมีกฎเกณฑ์ในการโยกย้ายที่ดีพอสมควรแล้ว นักการเมืองเองจึงทำนอกกฎเกณฑ์เหล่านี้ไม่ได้ ดังนั้นปัญหาที่วิตกกังวลกัน คือ พฤติกรรมและจิตสำนึกของนักการเมืองและข้าราชการประจำว่าปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบแค่ไหน เป็นหลักให้บ้านเมืองได้แค่ไหน นักการเมืองเกรงกลัวข้าราชการ ถ้าต่างยึดหลักเกณฑ์แบบนี้บ้านเมืองสังคมก็จะดีขึ้น" นายอุทัย กล่าว

ด้าน นายเทียนฉาย กล่าวว่า ตนยังกังวลถึงความมีอิสระขององค์กรอิสระ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญล่าสุด บัญญัติให้บางองค์กรมีความเป็นอิสระมาก จนอาจจะควบคุมไม่ได้ ถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความอิสระแตกต่างกับศาลปกครองและศาลยุติธรรม ในการบริหารงานภายในที่มีความเป็นอิสระอีกรูปแบบหนึ่ง รวมถึงการได้มาของตุลาการทั้ง 9 คนที่แตกต่างจากศาลอื่นๆ และการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการ ผู้พิพากษาที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่มากอีกด้วย นอกจากนี้ ในร่างรัฐธรรมนูญตนยังไม่พบเรื่องการตรวจสอบการถ่วงดุลอำนาจ รวมถึงองค์กรอิสระหลายองค์กรยังไม่มีเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลที่ชัดเจน หลายองค์กรยังมีความลึกลับมาก เรื่องแบบนี้ต้องอยู่ในรัฐธรรมนูญ ไม่ควรอยู่ในกฎหมายลูก เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก อย่างไรก็ตามข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักการเมือง น่าจะได้รับหลักประกันความอิสระในการทำงาน รวมถึงองค์กรอิสระ ต้องได้รับหลักประกันเรื่องความเป็นอิสระ ในบางเรื่อง ไม่ใช่ทั้งหมด

ขณะที่นายบรรเจิด กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ มีพื้นฐานมาจากระบบพรรคการเมือง เนื่องจากระบบนี้ไม่เอื้อให้เกิดความเป็นอิสระ เพราะเป็นระบบที่เป็นเจ้าของพรรค ไม่เอื้อให้เกิดระบบพรรคการเมืองแบบมวลชน ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ไขด้วยระบบเลือกตั้ง ที่จะทำให้ระบบพรรคมวลชนเติบโตได้ แต่เมื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดระบบเลือกตั้ง ส.ส.ที่ให้ใช้บัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งใบเดียว จะทำให้พรรคที่มีนายทุนเป็นเจ้าของเข้มแข็งมากขึ้น พรรคที่เป็นตัวแทนของประชาชนอ่อนแอ ส่วนหลักความเป็นอิสระของ ส.ส.ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้อยลงกว่ารัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 เพราะรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ระบุว่า กรณีที่ส.ส.ไม่เห็นด้วยกับการถูกมติพรรคขับออกจากพรรค สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ต่อศาล แต่กลับไม่พบเรื่องนี้ในร่างรัฐธรรมนูญ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    75.9%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    13.3%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    1.2%
  • ให้กำลังใจ
    9.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement