ผู้ค้าตลาดโรงเกลือนับร้อย ล้อม จนท. ดีเอสไอ บุกจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ผู้ค้าตลาดโรงเกลือนับร้อย ล้อม จนท. ดีเอสไอ บุกจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 16:35
24,625 ครั้ง


ดีเอสไอ บุกจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ตลาดโรงเกลือ ไม่ประสาน จนท.ตร.พื้นที่ ถูกผู้ค้านับร้อย ล้อมกรอบ ชิงผู้ต้องหา ฮือทุบรถ ตร.คลองลึก-ทหารพราน เข้าระงับเหตุ ถูกลูกหลงบาดเจ็บ ส่วน จนท.ดีเอสไอ เจ็บ 3 ราย หลังเกิดเหตุ จนท.ดีเอสไอ แจ้งความถูกทำลายทรัพย์สิน แต่ยังไม่แจ้งความปมทำร้ายร่างกาย ...

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 3 ก.พ. 59 พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งเกิดเหตุชุลมุนในตลาดโรงเกลือ บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยพ่อค้าแม่ค้าชาวเขมรหลายร้อยคน กำลังล้อมกรอบเจ้าหน้าที่ ที่อ้างตัวเป็น เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอมาจาก กทม. บุกเข้ามาจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาดโรงเกลือ พร้อมจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิด ทั้งนี้ ผู้ค้าที่ไม่พอใจ ได้เข้าทุบทำลายรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ และชิงตัวผู้ต้องหา

หลังรับแจ้ง จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผกก.ป.สภ.คลองลึก และ พ.ต.ท.มงคล คเชนทร สวป.สภ.คลองลึกฯประสานความร่วมมือไปยัง พ.อ.ปรมาธร บุนนาค ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา จัดส่ง ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1201ฯ พร้อมกำลัง ทหารพรานจาก ร้อย ทพ.1201ฯ ร่วมกับ ตร.สภ.คลองลึก รวมกว่า 20 นาย เข้าทำการตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ บริเวณทางแยกหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาตลาดโรงเกลือ พบพ่อค้า แม่ค้า และกรรมกรชาวเขมรหลายร้อยคน กำลังล้อมกรอบ และพยายามนำแม่ค้าชาวเขมรที่อยู่ท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 85-4420 นครราชสีมา ลงมาจากกระบะท้ายรถ พร้อมทั้งพยายามทำร้ายคนบนรถหลายคน ส่วนด้านล่าง มีชาวเขมรบางส่วน พยายามทุบทำลายรถบรรทุก 6 ล้อ พร้อมทั้งใช้ขวดน้ำ ทั้งขวดแก้ว และขวดพลาสติก รวมทั้งก้อน หินปาใส่รถบรรทุก 6 ล้อ จนกระจกหน้ารถและกระจกหลังรถแตก และยังทำให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าไประงับเหตุ ต้องหลบกันพัลวัน ก่อนที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดย พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สระแก้ว มาร่วมระงับเหตุด้วย

หลังเหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย พบว่า ร.ต.ท.ไชยา สร่างโศก รอง สวป.สภ.คลองลึก ถูกลูกหลงจากขวดแก้วปาเข้าที่ศีรษะ ได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศ พร้อมทั้งได้ร่วมกันช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จากดีเอสไอ ที่ถูกชาวเขมรรุมสกรัม ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศ ไป 3 คน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จากส่วนกลาง กรุงเทพฯ พร้อมด้วย ตัวแทนลิขสิทธิ์สินค้า ประมาณ รวม 10 คน เดินทางมาด้วยรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฎห 3816 กทม. และรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 85-4420 นครราชสีมา มาจอดที่บริเวณหน้าร้านจำหน่ายน้ำหอมและเข็มขัด บริเวณอาคารซี ตลาดโกลเด้นเกต พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ตลาดเทศบาล 3 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าไปจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น น้ำหอมและเข็มขัดจำนวนมาก นำใส่ถุงผ้าสีขาวกว่า 10 กระสอบ แล้วนำมาโยนใส่ท้ายรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ


จากนั้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้จับกุม นางหมวย ไม่ทราบนามสกุล แม่ค้าชาวเขมร เจ้าของร้าน นำตัวขึ้นไปบนรถบรรทุก 6 ล้อ แต่ได้ถูกพ่อค้า แม่ค้าชาวเขมรร้านข้างเคียง พยายามออกมาขวางไม่ให้จับนางหมวยไป ขอให้ยึดแต่สินค้าไปเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอไม่ยอม พยายามขู่ไม่ให้ชาวเขมร เข้ามาขวางการนำตัวนางหมวยไป

ขณะเดียวกันผู้ค้าชาวเขมร ที่ค้าขายอยู่ในตลาดโรงเกลือ รู้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมาจับแม่ค้าชาวเขมร จึงฮือกันมานับร้อยคน มาขวางการนำตัว นางหมวยไป และมีการอ้างว่า เจ้าหน้าที่บางคนพยายามชักปืนขู่ ทำให้กลุ่มผู้ค้าไม่พอใจ ใช้ขวดน้ำทั้งขวดแก้ว พลาสติก และก้อนหิน รุมขว้างเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่รีบขับรถ 6 ล้อ หนี แต่ถูกชาวเขมรตามไปสกัดรถบรรทุก 6 ล้อของเจ้าหน้าที่ บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาตลาดโรงเกลือ ก่อนจะขึ้นไปชิงตัวนางหมวย และบางส่วนขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ และทุบกระจกรถ กระทั่ง จนท.ตร.สภ.คลองลึก จนท.ทหารพราน ร้อย ทพ.1201 และ ตม.จว.สระแก้ว มาช่วยระงับเหตุ และเข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และตัวแทนลิขสิทธิ์สินค้า ออกมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ทำให้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และตัวแทนลิขสิทธิ์สินค้าได้รับบาดเจ็บ และ รอง สวป.สภ.คลองลึก ที่เข้าระงับเหตุโดนลูกหลง ได้รับบาดเจ็บนำส่ง โรงพยาบาลอรัญประเทศ ไปอีก 1 ราย

นอกจากนั้น ขณะที่ เจ้าหน้าที่กำลังช่วยเหลือนำ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาล มีผู้ค้ามีกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าใช้ไม้และก้อนหิน ทุบรถยนต์ อีซูซุ มิวเซเว่น ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถ หน้าอาคารดี ในตลาดเทศบาล 3 จนกระจกแตกทุกบาน ก่อนจับตะแคงรถ ทำให้รถได้รับความเสียหาย 

ต่อมา พล.ต.สุริยา ปาวรีย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 19 ได้เชิญ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่มาจับกุมสินค้าในตลาดโรงเกลือ ไปสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ดีเอสไอชุดนี้ ไม่ได้มีการมาประสานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แต่อย่างใด ใช้อำนาจบุกเข้าไปจับเองในตลาดโรงเกลือ ทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น พร้อมเร่งสอบสวนหาคนผิดมาลงโทษต่อไป

รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ถูกทุบทำลาย ได้รับความเสียหาย


จากนั้นเวลา 14.00 น. พ.ต.ท.นิรุติ พัฒนะรัฐ ผอ.ส่วนทรัพย์สินทางปัญญา 3 สำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.วิญญู ปัญญาวีราภรณ์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า และกรรมกรชาวกัมพูชา ที่ยกพวกมารุมทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน ขณะเข้าจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาดโรงเกลือ

โดย พ.ต.ท.นิรุติ แจ้งความว่า ทางสำนักส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา ได้นำเจ้าหน้าที่รวมกว่า 50 นาย เข้าจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า ในตลาดโรงเกลือ โดยแบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด แต่ถูกกลุ่มชาวกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า แม่ค้า และผู้ใช้แรงงาน ปิดล้อมทำลายทรัพย์สิน คือ รถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฎห 3816 กทม. แต่ไม่ได้แจ้งความว่าถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.วิญญู ได้รายงานให้ พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก ทราบ พร้อมทั้งร่วมกับ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผกก.ป.สภ.คลองลึก นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจและชุดสืบสวน สภ.คลองลึก ลงพื้นที่ในตลาดโรงเกลือ เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและภาพขณะเกิดเหตุ เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการจับกุมผู้กระทำความผิด พร้อมทั้งไปตรวจสอบที่ร้านขายน้ำหอมและนาฬิกา บริเวณร้านมุมอาคารซี ที่ถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอบุกจับ พบว่าร้านดังกล่าวและร้านข้างเคียง ได้ปิดร้าน ส่วนผู้ค้าได้ข้ามกลับไปยังประเทศกัมพูชาแล้ว ส่วนผู้ใช้แรงงานที่รับจ้างเข็นรถสองล้อลากเลื่อนบริเวณดังกล่าวที่อาจมีส่วนร่วมในการทำลายทรัพย์สิน ก็เดินทางกลับออกไปฝั่งกัมพูชาแล้วเช่นกัน

พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผกก.ป.สภ.คลองลึก เผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอกำลังรวบรวมหาภาพจากกล้องวงจรปิดและภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานจับกุมบุคคลที่ทำลายรถของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ส่วนคดีทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ดีเอสไอยังไม่ได้แจ้งความแจ้งไว้ ซึ่งต้องหาหลักฐานจับกุมผู้ที่ทำลายทรัพย์สิน ส่วนเรื่องอื่นๆ คงต้องรอพนักงานสอบสวนสอบปากคำของเจ้าทุกข์อีกครั้ง.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    15.9%
  • ไม่ชอบ
    20.8%
  • สนุก
    56.0%
  • ประหลาดใจ
    2.7%
  • เสียใจ
    1.5%
  • ให้กำลังใจ
    3.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement