โยนของใส่นักข่าว ‘บิ๊กตู่’ ยัวะจัด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
advertisement

โยนของใส่นักข่าว ‘บิ๊กตู่’ ยัวะจัด

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ก.พ. 2559 07:50
94,906 ครั้ง


สื่อวิจารณ์แต่ด้านลบ ทหารเรียก‘ตู่’เข้าค่าย พท.แขวะ‘รธน.ยาสั่ง’

งงทั้งทำเนียบฯ “บิ๊กตู่” หน้าเบี้ยวอารมณ์บูด แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก่อนประชุม ครม. สื่อโดนฉะแหลกทั้งถาม-ตอบ ล้วนไม่เข้าหู ฉุนขาดโยนของใส่วงนักข่าว เหน็บยุแยงตะแคงรั่ว ล้วงแคะ แกะ เกา จนน่ารำคาญ คนใกล้ชิดเผยหงุดหงิดเรื่อง รธน.-แต่งตั้งทหาร “บี้ เดอะสตาร์” ตกใจยืนตัวเกร็ง นายกฯของขึ้น “บิ๊กตู่” ยอมรับอยากให้ประชามติผ่าน ยืนยันเลือกตั้ง 60 ไม่กลับมาเป็นนายกฯคนนอก ระบุถ้ามีเหตุขัดแย้งอาจไม่ได้เลือกตั้ง “มีชัย” ขอพรวันเกิดให้คนเข้าใจร่าง รธน.อย่างถูกต้อง ไม่เสียกำลังใจเจอวิจารณ์รุนแรง “วิษณุ” ชี้ กกต.เป็นคนวางหลักเกณฑ์ทำประชามติ แต่กำหนดโทษไม่ได้ เพื่อไทยลั่นไม่กลัวยาแรง กลัวแต่ยาสั่ง นปช.ปูดเกมตกปลาในอ่าง กวาดต้อนอดีต ส.ส.ตั้งพรรคใหม่ ปชป.ปัดแทงกั๊กเล่นสองหน้า จี้ “มีชัย” บอกทางเลือกอย่ามัดมือชก “จตุพร” โดนอีก คสช.ข้องใจพูดจาหาเรื่อง เรียกมาปรับทัศนคติก่อนปล่อยไม่กักตัว

หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นที่ยกร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยสู่สาธารณะ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องหนักหน่วง รวมทั้งมีการจุดประเด็นรณรงค์ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญในขั้นตอนการทำประชามติ โดยฝ่ายนักการเมืองนั้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แสดงอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวอย่างรุนแรงต่อเรื่องดังกล่าว รวมไปถึงประเด็นอื่นๆที่พาดพิงมาถึงตัวเองบนหน้าหนังสือพิมพ์

นายกฯหน้าเบ้อารมณ์บูดแต่เช้า

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย ก่อนการประชุมคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เข้ามอบดอกป๊อปปี้ สัญลักษณ์แสดงความระลึกถึงและเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก เนื่องใน “วันทหาร ผ่านศึก” แก่นายกฯ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ที่มีสีหน้าบูดบึ้งตั้งแต่เช้า

สื่องงถูกตวาดตอบไม่ตรงคำถาม

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์รับฟังรายละเอียดโปรแกรมประยุกต์เคลื่อนที่ WMApp ให้ผลการพยากรณ์อากาศความละเอียดสูง ที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาตินำมาจัดแสดง ระหว่างนั้นนายกฯได้หันมาถามผู้สื่อข่าวว่า สิ่งที่เป็นปัญหาวันนี้คือการชี้แจงให้ทุกคนได้รับรู้ สำคัญเรื่องแหล่งน้ำที่ไปขุดไว้ไม่ตรงกับพื้นที่การเกษตร จะทำอย่างไร ถามว่าใครเป็นคนทำ ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า “ทหารเป็นคนขุด” ทำให้นายกฯย้อนกลับทันทีด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “เดี๋ยวทุบเลย หาว่าทหารทำ ถามใครเป็นคนทำ รัฐบาลไหน ทำให้รัฐบาลนี้มาแก้ไขทุกเรื่อง บอกกรมชลประทานไปแล้ว ไม่ต้องพูดน้ำตะวันตกหรือน้ำตะวันออก ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง มันต้องแยกพื้นที่ แหล่งน้ำอยู่ที่ไหน ทั้งในและนอกเขตชลประทาน แล้วอย่างนี้ทหารทำผิดหรือ” ขณะที่ผู้สื่อข่าวชี้แจงว่า คิดว่านายกฯถามว่าใครเป็นคนขุด นายกฯตอบโต้ดุเดือดอีกว่า “ไม่ถามแบบนั้นหรอก ถ้าถามอย่างนี้ อย่ามาเป็นนายกฯ”

แขวะพวกดื้อตาใสไม่พัฒนา

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ที่คงมีอารมณ์คุกรุ่นฉุนเฉียว เดินเยี่ยมชมชุดตรวจวัณโรค และวัณโรคดื้อยา พร้อมเอ่ยว่า “การพัฒนาต่างๆจะต้องทำให้เป็นขั้นตอน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเหยื่อจากเรื่องอื่นไปหมด วันนี้ผมต้องขอโทษที่อารมณ์เสีย” ก่อนหันมายังกลุ่มผู้สื่อข่าวและกล่าวว่า “ไอ้พวกดื้อยา ไอ้พวกดื้อตาใส เจตนาดื้อ ดื้อแบบไม่บริสุทธิ์ นักวิชาการก็ต้องรีบทำ รีบพัฒนา หลังจากรัฐบาลนี้ก็คงไม่มีใครทำแล้ว อยากถามใครจะทำ ไปถาม ไปบังคับเขากันบ้าง” ผู้สื่อข่าวตอบว่า ต้องเป็นรัฐบาลชุดหน้าทำ นายกฯกล่าวอย่างดุเดือดว่า “ไปถามเขาเลย ไม่ต้องมาท้า ไปบังคับให้เขาทำเหมือนอย่างที่คุณบังคับผม” ผู้สื่อข่าวจึงชี้แจงว่า ก็ต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “แล้วเขียนไว้มันได้หรือไม่ล่ะ รัฐธรรมนูญไม่เป็นสากล แล้วช่วยอะไรบ้าง อธิบายกันบ้างมั้ย”

เดือดดาลโยนของใส่กลุ่มนักข่าว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวชี้แจงต่อไปว่า ทุกวันนี้สื่อก็ทำความเข้าใจกับสาธารณะตามหน้าที่อยู่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “อ๋อเหรอ เห็นถามฉันอยู่ทุกวันจะเลือกตั้งหรือเปล่า จะทำได้ทันในปี 60 หรือเปล่า ถามอยู่แค่นี้ จะเลือกอะไรก็เลือกไป จะเลือกพรุ่งนี้ก็เลือกไป ไปเลือกมา แล้วก็ได้ไอ้คนเฮงซวยเข้ามาอีก จะทำอย่างไรไปจัดการซะ ถ้าไม่เฮงซวยก็ไม่ต้องไปเดือดร้อน” เมื่อพูดจบ พล.อ.ประยุทธ์ ได้โยนกล่องชุดตรวจวัณโรค และวัณโรคดื้อยา ใส่กลุ่มผู้สื่อข่าว ก่อนที่จะหันไปชิมน้ำจิ้มสุกี้จากน้ำส้มสับปะรด ซึ่งเป็นผลงานวิจัย ก่อนหันมาใส่อารมณ์กับผู้สื่อข่าวอีกว่า “ต้องทำงาน พัฒนาฝีมือตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพราะมีพวกยุแยงตะแคงรั่ว น่ารำคาญ เอาสิ ด่าผมมาเลย ไม่กลัวอยู่แล้ว แล้ววันข้างหน้าก็คอยดูแล้วกัน ถ้าชาติมันย่อยยับ แล้วอย่าโทษฉัน สื่ออ่านสิ่งดีๆ ที่รัฐบาลทำบ้างไหม ตอบมาสิ”

ทำเพื่อชาติแต่โดนล้วงแคะจนเซ็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์เรียกหาโทรศัพท์เพื่อเปิดให้ผู้สื่อข่าวดูการนำเสนอข่าวของสื่อพร้อมกล่าวว่า “ขอสู้กันสักตั้ง จะให้ฉันทำอะไร ถ้าคิดกันแค่นี้อย่ามาเป็นสื่อ ไปเป็นอะไรก็ได้ จะส่งมาทำไมวะ” ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปเรื่องอะไรทำให้โมโหได้ขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทันทีว่า “โง่ก็ไปหาเอาเอง ฉลาดกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ไม่ต้องเสนอรูปฉันก็ได้ มันไม่เกิดประโยชน์ การทำเพื่อชาติบ้านเมืองมันลำบากนัก ก็ไม่ต้องทำหรอกวะ ล้วง แคะ แกะ เกามันทุกเรื่อง ไม่ต้องมาตั้ง กันแล้วทหาร เป็น ผบ.กับเขาหรือยังไง เป็นแก๊งนี้ แก๊งนั้น บ้าหรือเปล่า”

“บี้ เดอะสตาร์” ยังตกใจนายกฯของขึ้น

ต่อมานายกฯได้ดูผลงานเลนส์เสริมสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นกล้องจุลทรรศน์แบบพกพา พร้อมกล่าวอีกว่า “ผมไม่รู้เป็นอะไร คิดอะไรมามันผิดไปหมด” ก่อนที่จะเดินไปกลุ่มของ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ที่นำคณะพร้อมศิลปินดารา อาทิ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว หรือ บี้ เดอะสตาร์ เข้าพบนายกฯเพื่อเชิญชวนสวมสายรัดข้อมือ และลงนามในโปสเตอร์ “We Can. I Can.” รณรงค์ป้องกันโรคมะเร็ง เนื่องใน “วันมะเร็งโลก” ตรงกับวันที่ 4 ก.พ.ของทุกปี โดยนายกฯเขียนข้อความรณรงค์ว่า ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองตามคำแนะนำแพทย์และสาธารณสุข ไม่มีใครรักเรา ดูแลเราได้ดีที่สุดมากกว่าตัวเราเอง ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถาม “บี้ เดอะสตาร์” ว่ารู้สึกเช่นไรที่เห็นนายกฯอารมณ์ฉุนเฉียว นักร้องซุปเปอร์สตาร์กล่าวว่า “ก็รู้สึกตกใจครับ”

ยัวะสื่อตี รธน.-แต่งตั้งนายทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้เวลาอ่านหนังสือ หนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นข่าวเรื่องรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้ง รวมทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร โดยคนใกล้ชิดเผยว่า นายกฯเกิดความไม่พอใจในหลายประเด็น จึงมอบหมายให้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่งข้อความข่าวมายังทางไลน์กลุ่ม “สื่อทำเนียบ แจ้งวาระ” ขอให้สื่อมวลชนยกระดับการทำหน้าที่ รวมทั้งแสดงความฉุนเฉียวก่อนเป็นประธานการประชุม ครม.

สั่ง ครม.พิจารณาร่าง รธน. 1 สัปดาห์

ต่อมาเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม.โดยทักทายผู้สื่อข่าวอย่างนุ่มนวลว่า “สวัสดีครับ ตอนนี้มาแสดงบทบาทเป็นนายกฯที่ต้องพูดจาสุภาพเรียบร้อย เมื่อเช้าฤกษ์พานาทีมันเพี้ยนไปหน่อยมันเปลี่ยน และรู้ว่าเรื่องที่ทุกคนต้องการทราบมีอยู่เรื่องเดียวคือ ผลการพิจารณาของ ครม.เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องอื่นช่างมัน ไม่ต้องมี เรื่องอื่นไม่ต้องรู้หรอก รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.ได้หารือเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ มีการซักถามบ้าง แต่เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ตนได้ให้แนวคิดไปบ้าง ก็จะมีการกลับไปพิจารณาทบทวนภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนจะส่งกลับไปยัง กรธ. ทั้งนี้ ยังยืนยันโรดแม็ปที่วางไว้คือ มีการเลือกตั้งในเดือน ก.ค.60 เริ่มกระบวนการเลือกตั้ง เพราะหลังรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะมีกระบวนการอีกเยอะแยะ 3-4 อย่างก็ไปทำให้เร็วขึ้น เดือน ก.ค.ต้องเริ่มเลือกตั้งให้ได้และกว่าจะได้รัฐบาลมาก็อีก 1-2 เดือนมิใช่หรือ ตนไม่เคยพูดเป็นอย่างอื่นเลย ยังยืนยันว่าเป็น ก.ค. 60 เหมือนเดิม

ยันไม่กลับมาเป็นนายกฯคนนอก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญต้องเป็นสากลในทุกมาตรา และไม่ต้องการให้แก้ไขบ่อยนัก หากเขียนอะไรที่แตกต่างก็ควรจะไปบัญญัติที่จุดอื่น ทั้งในบทเฉพาะกาลหรือกฎหมายลูก ควรมีการกำหนดระยะเปลี่ยนผ่านไว้หรือไม่ หากขัดแย้งมีการประท้วงถูกต้องตามกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญใครจะเป็นคนชี้ว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด และถ้าผิดจะทำอย่างไร ถ้ามีการประท้วง 5 เดือน 6 เดือน 8 เดือน จะแก้ด้วยอะไร ถ้ารัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ปฏิบัติตามกติกาจะทำอย่างไร ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการแทรกอำนาจหรืออะไรที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ไม่ใช่มากลัวว่าจะมีการเขียนรัฐธรรมนูญซ่อนอำนาจ เรื่องนายกฯคนนอกไม่ต้องกลัวจะกลัวทำไม ฝ่ายการเมืองเลือกกันมา ถึงจะเลือกตนก็ไม่ให้เลือกอยู่แล้ว เลิกกลัวกันเสียที พอแล้วทำจนเหนื่อยแล้ว ทำกันเองบ้าง

ออกปากอยากให้ประชามติผ่าน

นายกฯกล่าวว่า เรื่องการทำประชามติอยากให้ออกมาใช้สิทธิกันเยอะๆ ออกมาให้ครบ จะได้รู้ว่ามันมีคนสักกี่คนที่สนใจประชาธิปไตยพื้นฐาน เพราะประชาธิปไตยพื้นฐานไม่ใช่การเลือกตั้ง แต่คือ 1.ทุกคนต้องออกมาใช้เสียงทำประชามติ 2.เลือกตั้ง ส.ส.ที่ตัวเองต้องการ 3.เลือกรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล 4.ต้องเคารพกฎหมายกระบวนการยุติธรรม 5.ร่วมมือกับรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลในการพัฒนาปรับปรุงประเทศ และแก้ไขปัญหาเร่งด่วนทั้งหมดของประเทศชาติ ด้วยความเท่าเทียมเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจน ไม่ใช่สร้างช่องว่างไปเรื่อยๆ สร้างความเข้าใจผิดไปตลอด คนรวยคนจน คนกลางๆ ต้องไปด้วยกันทั้งหมด

“ผมอยากให้ประชามติผ่าน แต่ไม่ใช่ผ่านแบบรัฐธรรมนูญทั่วไป มันต้องมีบทเฉพาะกาลหรือเปล่า สิ่งที่ผมทำในวันนี้ต้องการให้เกิดขึ้นในวันหน้า แล้วจะไม่มีอะไรรับประกันให้เลยหรือ สิ่งที่ทำจะเสียเปล่าหรือเปล่า เข้าใจหรือยัง มัวแต่ขยายความขัดแย้งกันไปเถอะ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ชี้ ลต.ไม่ได้ถ้าเกิดขัดแย้งแตกแยก

เมื่อถามว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องการให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองแสดงความเห็นในร่างรัฐธรรมนูญได้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตอนนี้ไม่อนุญาตก็ทำกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ยังทะเลาะกันขนาดนี้ ถ้าเปิดให้แล้วจะไปได้หรือไม่ตนยังไม่พิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่า อะไรจะเป็นอุบัติเหตุสำคัญที่ทำให้เลือกตั้งตามโรดแม็ปไม่ได้ นายกฯย้อนถามกลับว่า ถ้ามีความขัดแย้งการเลือกตั้งจะเกิดไหม หรือความขัดแย้งจะไม่เกิดร้อยเปอร์เซ็นต์รับรองได้ไหม และที่เกิดมาก่อนปี 2557 มาจากอะไร จากตนหรือมีการตีกัน ยิงกันหน้าทำเนียบฯเกิดจากอะไร ถ้าประชามติไม่ผ่านก็เลือกตั้งไม่ได้ ถ้ามีการเอาคนมาตีกันก็เลือกตั้งไม่ได้ แต่ตนมีแผนรับมือไว้แล้ว แต่คงไม่บอกให้อีกฝ่ายมารับมือกับตน ซึ่งได้เตรียมไว้เองเป็นความรับผิดชอบของตน

ฉุนขาด “จตุพร” เหยียบย่ำทุกวัน

เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การทำประชามติน่าจะมีทางเลือกที่ชัดเจนว่าจะหยิบกฎหมายไหนมาใช้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนให้โอกาสคุยกันแล้วก็ว่าไป ถ้าไม่ได้ก็เป็นหน้าที่ของตน ไม่เชื่อมั่นกันเหรอว่าที่ตนทำนั้นเพื่ออะไร ไม่ไว้ใจกันเลยหรือ อยู่มาสองปีแล้ว ไม่เห็นตนทำอะไรบ้างหรือ ไว้ใจคนอื่นหมดทุกคนแต่ไม่ไว้ใจตน ไร้ค่า

ต่อข้อถามถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ถูกเชิญตัวไปหารือ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เรื่องนี้ใครเรียก ฝ่ายความมั่นคงเรียกใช่ไหม แล้วนายจตุพรทำผิดหรือเปล่า ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจตุพรให้เหตุผลว่าใช้สิทธิในการแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญในฐานะนักการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ใช้ความคิดเห็นดูถูกเหยียบย่ำผมเนี่ยนะ ด่ารัฐบาลทุกวันผิดหรือเปล่า ไม่ใช่เรื่องของผม ไม่ต้องสั่ง คสช.ฝ่ายกฎหมายเขาดูอยู่ ผิดก็ดำเนินการตามกฎหมาย ผมไม่มีสิทธิปกป้องตัวผมเองหรือไง คุณก็เข้าข้างไอ้คนอย่างนี้อยู่ได้ ตัวเองมีคดีความอยู่ ถ้าทำมากๆเดี๋ยวเขาก็หมั่นไส้เอาอีก ถอนประกันอีกก็วุ่นอีก แล้วคุณจะไปเป็นเครื่องมือให้เขาหรืออย่างไร”

78 ปี “มีชัย” ขอ ปชช.เข้าใจร่าง รธน.

ด้านความเคลื่อนไหวการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาแนวทางการดำเนินงานภายหลังเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ทั้งนี้ ก่อนการประชุมมีบรรดาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และข้าราชการ นำโดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เข้าร่วมอวยพรวันเกิดครบรอบ 78 ปี แก่นายมีชัย ผู้สื่อข่าวสอบถามนายมีชัยเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 78 ปี ว่า ต้องการของขวัญอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า “ขอให้ประชาชนเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้อง เป็นอันใช้ได้”

ไม่เสียกำลังใจถูกวิจารณ์หนัก

จากนั้นนายมีชัยให้สัมภาษณ์กรณี สปท. และ สนช.จะประชุมร่วมเพื่อเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนจะเป็นผู้ชี้แจงสาระสำคัญของร่าง รธน. ส่วนการตอบคำถามจะเป็นหน้าที่ของ กรธ.ที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ ขณะนี้เรารับฟังทุกฝ่ายอยู่แล้วแม้แต่ในโซเซียลมีเดียก็ดู ถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่องเราจะนำมาเพิ่มเติม สำหรับการประชุมร่วมของ สปท.และ สนช.ได้ตกลงไว้ว่าจะให้พูดฝ่ายละ 4 คน เพราะอยากให้ส่งเป็นเอกสาร ส่วนการออกมาวิจารณ์รัฐธรรมนูญร่างแรกอย่างหนักหน่วงนั้น ตนไม่เสียกำลังใจ เพราะบางคนพูดไปตามภาษาโดยไม่ดูเนื้อหา คนที่ไม่ชอบยังไงก็ไม่ชอบ ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่อยากขอว่าอย่าพูดแค่เพื่อเอาสนุก อย่างไรก็ตาม กรธ.ต้องพยายามชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้อง หลังจากนี้ถ้ามีความคิดเห็นไม่ตรงกันก็มาคุยว่าจะทำอย่างไรต่อไป เมื่อถามว่า ในร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติหน้าที่ของรัฐไว้แล้วหากรัฐไม่ดำเนินการจะรับผิดชอบอย่างไร นายมีชัยตอบว่า หากรัฐไม่กระทำตามถือเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ประชาชนสามารถร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ได้ เนื่องจาก ป.ป.ช.มีหน้าที่สอบสวนเรื่องนี้โดยตรง

“วิษณุ” ชี้ประชามติกำหนดโทษไม่ได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ยังไม่ได้กำหนดจะหารือกันเมื่อไร เมื่อถามว่า การกำหนดวิธีการลงประชามติจำเป็นต้องออกเป็น พ.ร.บ.หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการทำประชามติ พ.ศ.2552 อยู่แล้ว เพียงแต่เป็นประชามติคนละเรื่อง ไม่ได้เป็นประชามติถามเรื่องรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 กำหนดให้ กกต.เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการทั้งหมดในการทำประชามติร่างรัฐธรมนูญ แต่กำหนดโทษไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายอะไรในเรื่องนี้ ส่วนความชัดเจนประเด็นต่างๆ ไว้หารือกับ กกต.ก่อน

โฆษก คสช.ปรามกลุ่มปลุกปั่น

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญ ที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์กันในขณะนี้ว่า คสช.ไม่เคยห้ามวิจารณ์หรือแสดงความเห็น เพียงแต่การให้ความเห็นของบางกลุ่มบางบุคคลมีการใช้กิริยาวาจาที่ดูรุนแรงผิดธรรมชาติ ไม่สร้างสรรค์ บางครั้งอาจมีลักษณะเหมือนปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง หรือเกิดความขัดแย้ง ทำลายบรรยากาศได้ ดังนั้น อยากให้การแสดงความเห็นใดๆอยู่ในกรอบที่เหมาะสม การใช้คำพูดคำจาควรให้เกียรติ รักษาน้ำใจซึ่งกันและกันบ้าง ทั้งนี้ คสช.อยากให้ประชาชนศึกษาทำความเข้าใจในรายละเอียดเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญโดยรวมก่อนเป็นลำดับแรก เชื่อว่ารัฐธรรมนูญเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในเรื่องการปราบทุจริต ไม่อยากให้เชื่อหรือคล้อยตามคำชี้นำของกลุ่มหรือบุคคลอื่น ขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญกำลังอยู่ในช่วงการรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาปรับตามความเหมาะสม ก่อนที่จะสรุปเป็นร่างที่สมบูรณ์ให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์เพื่อลงประชามติ

พท.ไม่กลัวยาแรงแต่กลัวยาสั่ง

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่มีการกล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพราะกลัวการปราบโกงที่เป็นยาแรงนั้น พรรคเพื่อไทยมีนโยบายสนับสนุนการปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ ไม่มีปัญหากับการปราบโกง แต่ขอให้ว่าไปตามเนื้อผ้า ไม่เลือกปฏิบัติ เพราะพรรคและผู้สนับสนุนพรรครู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นเหยื่อของการละเมิดหลักนิติธรรม และรู้สึกว่าพรรคทำอะไรก็ผิด แต่บางฝ่ายทำอะไรก็ไม่ผิด ดังนั้น พรรคไม่ได้กลัวยาแรง แต่กลัวยาสั่ง พรรคไม่ได้กลัวการปราบโกง แต่กลัวการโกงการปราบ คือการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน การที่พรรคเพื่อไทยวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. ก็เป็นไปตามเนื้อผ้าและหลักการ กรธ.จะรับฟังหรือไม่ก็เป็นสิทธิ เชื่อว่า กรธ.มีความรู้ที่จะร่างรัฐธรรมนูญที่ดีได้ ส่วนจะมีปัญญาที่จะทำหรือไม่ พรรคไม่ทราบ

สับแหลกร่าง รธน.ขัดหลักสากล

นายนพดลกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาขณะนี้ลิดรอนสิทธิประชาชน มีเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตยและขัดหลักสากล อีกทั้งจะทำให้ได้รัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ให้อำนาจองค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงประชาชนมากเกินควรโดยไร้การตรวจสอบการใช้อำนาจที่เหมาะสม ไม่เคารพอำนาจอธิปไตยของประชาชน และเขียนรัฐธรรมนูญที่แก้ได้ในทางทฤษฎีแต่แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ปิดตายการแก้ถาวร โดยไม่สำนึกว่าการร่างเกิดจากการรัฐประหารไม่ใช่ตัวแทนประชาชน

วอนหยุดเล่นปาหี่ต้มประชาชน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การใช้กลยุทธ์ข่มขู่และหลอกให้ประชาชนต้องยอมรับร่างรัฐธรรมนูญที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และคณะ แต่กำลังเล่นละครว่าจะรับฟังความคิดเห็นประชาชนจากทั่วทุกภาคเพื่อมาปรับปรุงแก้ไข และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯก็รับลูกแบบตีบทแตก ว่าจะเดินตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้ ใครจะทำอะไรท่านไม่รู้ จะเลื่อนหรือให้ท่านขยายโรดแม็ปก็ไม่ทราบได้ เชื่อว่าประชาชนคงเคยดูละครน้ำเน่ากันมาแล้ว น่าจะคาดเดาอะไรออก อย่าตกเป็นเหยื่อขบวนการที่พยายามช่วยกันสืบทอดอำนาจเผด็จการที่ซุกซ่อนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อยากขอร้องนายมีชัยและ กรธ.หยุดเล่นปาหี่กันได้แล้ว ประชาชนรู้ทัน เข้าใจหลักประชาธิปไตยกันหมดแล้ว ส่วนกรณีที่จะเสนอให้หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวจัดการกับผู้ที่จะออกมารณรงค์คว่ำรัฐธรรมนูญในระหว่างการทำประชามตินั้น ยิ่งแสดงว่าพวกท่านไม่ได้มีประชาธิปไตยอยู่ในหัวใจเลยแม้แต่น้อย

ปูดตกปลาในอ่างช็อปปิ้งอดีต ส.ส.

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกลผ่านยูทูบว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งปี 2560 เป็นการพูดทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ตนไม่สนใจจะเลือกตั้งเร็วหรือช้า หรือจะมีเลือกตั้งหรือไม่ พวกตนก็ไม่ขาดใจตายเพราะเราต้องการประชาธิปไตย ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยจอมปลอม หรือเผด็จการฉาบประชาธิปไตย เชื่อว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยพอตกผลึกกันแล้ว เลือกตั้งทีไรก็ชนะพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ทราบว่ามีการไปดึงนักเลือกตั้งกลุ่มละ 10 คนหลายกลุ่ม ขอให้แต่ละพรรคไปเช็กจำนวนสมาชิกดูว่าเวลานี้ลูกพรรคของตัวเองใครบ้างถูกช็อปไปแล้ว เป็นทฤษฎีกองผ้าป่า ที่ดึงอดีต ส.ส. มากองละ 10 คน ทำกันมาเป็นปีๆแล้ว เพื่อให้ได้พรรคขนาดเล็กหลายพรรคในการเลือกตั้ง นำไปสู่การตั้งรัฐบาลหลายพรรค ทำให้มีอุปสรรคในการแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความลำบาก การทำแบบนี้ถือว่าไม่แนบเนียน ขอให้ปฏิเสธมาว่าไม่จริง ส่วนที่ระบุว่าใครเสนอความเห็นคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเป็นการปลุกระดมนั้น แล้วใครที่เสนอให้รับร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นการปลุกระดมหรือไม่ เพราะจะปลุกให้รับหรือไม่รับก็ไม่แตกต่างกัน จะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร ถ้าปล่อยให้รณรงค์รับได้ แต่ให้คว่ำไม่ได้

ปชป.รอดูร่างสุดท้ายปัดแทงกั๊ก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีของพรรคต่อร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นว่า ทุกคนในพรรคที่แสดงความคิดเห็นตอนนี้จะไม่ได้พูดนัยว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย แต่ทุกคนกำลังให้มุมมองว่า อะไรบ้างที่ดี เช่น เรื่องปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคพูด แต่ก็มีอีกหลายประเด็นที่ควรปรับปรุง หรือเป็นจุดอ่อนตามที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคพูด จึงไม่ใช่เรื่องแทงกั๊ก แต่เรากำลังบอกสังคมว่าต้องมาทบทวนให้ดี ถ้าคนร่างบอกว่าเป็นร่างแรก แต่กลับบอกว่าใครพูดอะไรมาก็ไม่ฟังทั้งนั้น ใครพูดเพราะเสียผลประโยชน์ แปลว่าคุณคิดว่านี่คือร่างสุดท้าย ไม่ใช่ร่างแรก ในทางกลับกันเมื่อเป็นร่างแรกก็ไม่จำเป็นต้องไปสรุปว่ารับได้ หรือรับไม่ได้

ต้องบอกทางเลือกอย่ามัดมือชก

“ถ้าประชาชนไม่รู้จริงๆว่า ทางเลือกมันคืออะไร และถ้ามันไม่ได้เป็นการรับด้วยความเต็มใจ สุดท้ายก็จะนำไปสู่ปัญหาในอนาคต และที่ คสช. ทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่า ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น จึงต้อง ให้ทางเลือกกับประชาชนที่ชัดเจนว่า ถ้าไม่รับอะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งต้องไปแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ก่อนที่มีการจัดทำประชามติ การเพิ่มโทษอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักประกันในเรื่องของการป้องกันปราบปรามการทุจริต จะลดการโกงได้ต้องทำให้ภาคประชาชนเข้มแข็ง ต้องส่งเสริมให้ประชาชนรับข้อมูล และแสดงความคิดเห็น ถ้าภาคประชาชนอ่อนแอ ถึงโทษหนักก็เป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะจับคนโกงมาลงโทษ ทั้งนี้ เป็นห่วงเรื่องสิทธิ เสรีภาพ การมีส่วนร่วมแนวนโยบายรัฐต่างๆถดถอยมาก” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ยังไม่คิดร่วมมือ พท.คว่ำ รธน.

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ภาค กทม. กล่าวถึงกรณีนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยระบุพาดพิงว่าพรรคประชาธิปัตย์ตีสองหน้าต่อการรับร่างรัฐธรรมนูญว่า ท่าทีของพรรคชัดเจนมาตลอดว่าจะพิจารณาเนื้อหาเพื่อบอกกล่าวประชาชนให้รับรู้ข้อดีข้อด้อยในร่างรัฐธรรมนูญ และร่วมศึกษาด้วยกันเพราะยังเป็นแค่ร่างแรกที่สามารถปรับแก้ได้ จึงไม่ใช่เวลาที่จะบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่ เมื่อถามว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชวนพรรคประชาธิปัตย์จับมือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าเห็นพ้องต้องกัน นายองอาจตอบว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญต่างกัน ดังนั้น พรรคใดประสงค์ที่จะดำเนินการอย่างไร จะไปจับมือกับใครก็ทำไป แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีแนวคิดที่จะจับมือกับใครในกรณีนี้

เป็นห่วงสิทธิชุมชนถูกตัดทอน

นายองอาจกล่าวว่า ส่วนตัวยังกังวลเรื่องสิทธิชุมชนที่ถูกละเลย โดยไปบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดำเนินการจัดการให้ ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และปี 2550 มีการบัญญัติในเรื่องดังกล่าวชัดเจน เพื่อให้สิทธิประชาชนในการปกป้อง อนุรักษ์ และรักษาในสิทธิชุมชน จึงไม่ควรลดน้อยลงกว่าอดีต ต้องยอมรับว่า สังคมไทยยังยึดอยู่กับพื้นฐานแนวคิดของผู้มีอำนาจ และข้าราชการว่าเป็นเจ้าของสิทธิ การระบุให้เป็นหน้าที่ของรัฐ ห่วงว่าจะไม่สามารถปฏิบัติใช้ได้จริง จึงควรปรับเนื้อหาให้ชัดเจน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม. พรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อดีที่เป็นฉบับปราบโกง ข้อด้อยคือเน้นให้อำนาจข้าราชการ สวนทางกับการปฏิรูป การคานอำนาจรัฐจากสภาฯที่น้อยลง ไร้สิทธิถอดถอน ไม่ระบุถึงกระทู้สด สิทธิชุมชนลดน้อยลงและนายกฯคนนอก จึงขอให้มาช่วยกันเสนอแนะให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กั๊ก แต่อยากให้ปรับแก้เพื่อเป็นรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ที่สุด

สปท.การเมืองชำแหละข้อเสีย

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวภายหลังการประชุม กมธ.ว่า ในที่ประชุมได้หารือถึงรัฐธรรมนูญร่างแรกของ กรธ. เห็นว่า ภาพรวมมีเนื้อหาดี แต่ยังมีจุดบกพร่องที่ควรปรับปรุง อาทิ การกาบัตรใบเดียวเลือกทั้ง ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายกฯที่อาจไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของผู้ไปใช้สิทธิ ที่มาของ ส.ว.จาก 20 กลุ่มอาชีพ เลือกแบบไขว้กัน จะทำให้เกิดปัญหาบล็อกโหวต การเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป การให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ 3 คน ไม่มีความจำเป็น เพราะการเลือกนายกฯถือเป็นดุลพินิจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว และการปิดช่องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยาก อาจทำให้เกิดวิกฤติในอนาคตได้ โดย สปท.การเมืองจะรายงานต่อที่ประชุม สปท.ในวันที่ 8-9 ก.พ.เพื่อให้ทำเป็นมติ สปท.เสนอต่อ กรธ.นำไปทบทวนแก้ไขต่อไป

วิป สนช.ตีกลับร่างประชามติ

นายยุทธนา ทัพเจริญ คณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวกรณี กกต.ส่งร่างประกาศหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติมาให้ สนช.พิจารณาว่า ที่ประชุมวิป สนช. เห็นว่าร่างดังกล่าวยังมีความไม่ถูกต้องอยู่พอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องข้อสรุปในการทำประชามติ ที่ต้องมีผลสรุปว่ามีจำนวนประชาชนมาลงทั้งสิ้นกี่คน เห็นด้วยกี่คน ไม่เห็นด้วยกี่คน สรุปว่า มีประชาชนเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ร่างดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุปเช่นนี้ การที่จะให้รัฐบาลนำไปตีความเองนั้นไม่ถูกต้อง หากรัฐบาลตีความผิดจะกลายเป็นปัญหา ทั้งนี้ สนช.มีอำนาจเพียงแค่เห็นชอบหรือไม่กับร่างที่ กกต.เสนอมาเท่านั้น

กกต.มึนโยนรัฐบาลทำให้จบๆ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีวิป สนช.ตีกลับร่างประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติของ กกต.ว่า เบื้องต้น ยังไม่ถือว่าส่งผลกระทบต่อ แผนการทำประชามติที่ กกต.วางไว้ในวันที่ 31 ก.ค. เพราะยังมีเวลาอีกประมาณ 2 เดือนที่จะพิจารณา ส่วนตัวเห็นว่ามี 4 แนวทางในการดำเนินการเรื่องนี้ คือ 1.หากรัฐบาลเห็นว่า เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญชั่วคราวในเรื่องหลักเกณฑ์ประชามติไม่ชัดเจน ก็อาจใช้วิธีสอบถามผู้ร่างฯ ว่าเจตนารมณ์ของการร่างมาตราดังกล่าวเป็นอย่างไร 2.ถ้าคิดว่าจะไม่แก้ไข แต่เนื้อหายังกำกวม รัฐบาลในฐานะเป็นผู้ที่ใช้ผลของประชามติ อาจจะเป็นผู้เสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตีความ 3.รัฐบาลเสนอ สนช.แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดความชัดเจน 4.รัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ซึ่งทางสุดท้ายนี้ก็จะทำให้สังคมเกิดการถกเถียงกัน เป็นแนวทางที่ไม่น่าจะเป็นผลดี

กองทัพภาค 1 เรียก “จตุพร” เข้าค่าย

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 12.30 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เดินทางมายังกองทัพภาคที่ 1 ด้วยรถตู้ส่วนตัวยี่ห้อโฟล์คสวาเกน ภายหลังจากที่มีนายทหารโทรศัพท์ไปเชิญตัวมาพูดคุยที่กองทัพภาคที่ 1 โดยนายจตุพรกล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์เชิญมาพูดคุยร่วมกับ พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าเป็นเรื่องใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเชิญตัวมาพูดคุยในวันนี้ ไม่ได้เป็นการพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 1 แต่พูดคุยในระดับเจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)กองทัพภาคที่ 1 กรณีที่นายจตุพรกล่าวในรายการหนึ่งทางช่อง PEACE TV โดยใช้ข้อความกล่าวหาว่าทหารเป็นอันธพาลกวนเมือง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการกักตัวไว้ เมื่อเข้าใจกันแล้วก็ให้นายจตุพรกลับบ้านได้ ขณะที่บรรยากาศด้านหน้ากองทัพภาคที่ 1 เจ้าหน้าที่ทหารวางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ห้ามสื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวภายในกองทัพภาคที่ 1

“บิ๊กป๊อก” แจง “ตู่” ทำสังคมสับสน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า กรณีกองทัพภาคที่ 1 เชิญตัวนายจตุพรไปนั้น หากเกิดกรณีทำให้สังคมสับสน ไม่สร้างสรรค์ ก็ต้องทำแบบนั้น อาจจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย รัฐบาลบอกแล้วให้ทุกภาคส่วนสามารถแสดงความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญได้ กรธ.จะนำไปพิจารณา ส่วนกระแสรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ การจะทำอะไรต้องเคารพสิทธิ์ของประชาชนดีกว่า ต้องให้สิทธิ์ในการคิด ถ้าจะให้เขาคิดได้ ต้องมาให้แง่คิดประชาชนดีกว่าที่จะมาใช้การรณรงค์ล้มร่างรัฐธรรมนูญ

“บิ๊กป้อม” ห้ามปลุกปั่นล้มกติกาใหม่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ไม่ได้ห้าม วิจารณ์ได้ แต่ต้องไพเราะหน่อย โตป่านนี้แล้ว เป็นสามัญชนแล้ว ไม่ชอบไม่ว่าอะไร แต่ใช้วาจาดีๆ ประชาชนจะคว่ำหรือไม่คว่ำรู้ได้อย่างไรคนเดียว เพราะการทำประชามติคนทั้งประเทศ มาปลุกปั่นไม่ได้ มันไม่ใช่เวลา แต่ถ้ายังพูดมากก็เชิญมาทุกวันเลย เมื่อถามว่า เป็นการปรามคนอื่นด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ได้ปรามใคร แค่อย่าเสียดสี อย่าใช้คำว่าเผด็จการ เมื่อถามว่า การให้สัมภาษณ์ลักษณะรณรงค์ทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า รณรงค์ได้ แต่ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งไม่ได้ ส่วนจะเปิดเวทีให้นักการเมืองพูดหรือไม่ ต้องไปถามกรธ. คสช.ต้องขอไว้ก่อนเรื่องผ่อนปรนระเบียบเคลื่อนไหวทางการเมือง ให้ถึงเลือกตั้งก่อน อีกไม่นาน ยืนยันไม่มีการปรับโรดแม็ปเลือกตั้งปี 60 แต่จะช้าหรือเร็วเป็นเรื่องกระบวนการทางกฎหมาย ส่วน การประชุม ครม.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ครม.ไม่ได้ เห็นด้วยทั้งหมด มีที่ต้องส่งความเห็นให้แก้ไขด้วย

ผลสอบราชภักดิ์ยังไม่สะเด็ดน้ำ

เมื่อเวลา 13.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) กล่าว ถึงความคืบหน้าตรวจสอบการก่อสร้างโครงการอุทยาน ราชภักดิ์ว่า ยังไม่เสร็จ และจะไปบังคับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ได้ ขณะนี้ทราบว่า สตง.ยังสอบผู้ที่เกี่ยวข้องไม่แล้วเสร็จ เพราะต้องสอบทุกคนที่อยู่ในโครงการ ยืนยันว่าไม่ได้ถ่วงเวลา อยากให้จบโดยเร็ว จะได้มีความชัดเจนทุกฝ่าย เมื่อถามถึงกรณี ครม.อนุมัติแต่งตั้งนายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ตอบว่า อย่าไปคิดว่าการโยกย้ายไปเป็นรองปลัดเหมือนให้ไปนั่งตบยุง เพราะสื่อคิดแบบนี้ สังคมจึงเป็นแบบนี้

5 นศ.พบ พงส.ข้อหาทริปทัวร์ราชภักดิ์

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สน.รถไฟธนบุรี นายอานนท์ นำภา อายุ 31 ปี น.ส.กรกนก คำตา อายุ 22 ปี นาย กิตติธัช สุมาลย์ อายุ 33 ปี นายวิจิตร์ หันหาบุญ อายุ 66 ปี และนายวิศรุต อนุกุลการย์ อายุ 23 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.อัษฎายุธ ทองสวรรค์ พงส.เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมที่เดินทางไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์

นายกิตติธัชกล่าวว่า ในวันนี้เดินทางมารายงานตัวตามนัดหมาย ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์ อักษรปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตนเลือกที่จะต่อสู้ โดยยินยอมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ผลจะออกมาอย่างไร พร้อมยอมรับ แต่เชื่อว่าคงไม่ได้รับความยุติธรรมในกระบวนการตามกฎหมายอย่างแน่นอน ให้มันรู้ไปว่าการที่พวกตนเดินทางไปตรวจสอบอุทยานฯจะทำให้ต้องเข้าคุก ขอยืนยันในความบริสุทธิ์

ด้าน น.ส.กรกนกกล่าวว่า วันที่ 11 ก.พ. เวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 กับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 11 คน เพื่อสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ หากไม่มาจะถูกออกหมายจับ พวกตนทั้ง 5 คนที่เดินทางมาในวันนี้จะมาในวันที่ 11 ก.พ. ส่วนอีก 5 คนที่เหลือไม่สามารถตอบได้ว่าจะมาด้วยหรือไม่

คสช.แจ้งงัดกฎเหล็กคุมเข้ม ขรก.

เมื่อเวลา 14.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 5/59 เรื่องมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการว่า คำสั่งเรื่องนี้เพื่อสร้างการไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ไม่ได้ต้องการจะไล่จี้นักการเมืองอย่างเดียว ต้องไล่ข้าราชการด้วย ประชาชนกับรัฐต่างมีปัญหามาโดยตลอด ไอ้นี่โกง ไอ้นั่นโกง หากเข้มงวดอย่างนี้ข้าราชการจะทำเต็มที่ ที่ผ่านมาขั้นตอนมันง่าย คณะกรรมการเข้ามาอนุมัติให้เสร็จๆไปเสร็จแล้วก็ไปทำเกิดความต่อเนื่องหรือไม่ก็ไม่รู้ ดังนั้น ข้าราชการต้องปรับตัวเพราะกลัวกฎหมาย เนื่องจากมาตรา 44 มีคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) กระทรวงยุติธรรม สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบ ไม่ใช่อยู่ดีๆให้ คตร.ชี้ว่าผิดแล้วเอาไปติดคุก แต่ให้ คตร.ไปหาข้อสังเกตไปปรับแก้แล้วดำเนินการต่อได้ ส่วนข้อสังเกตที่สำคัญปล่อยไปไม่ได้ ต้องส่งข้อมูลนั้นไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) หรือ สตง. วันนี้ ได้สั่งชัดเจนว่า คตร.มีหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณที่มีปัญหาตามนโยบาย และต้องไปตรวจสอบหลังการดำเนินการแล้ว ถ้าตรวจสอบก่อนคนก็จะกลัวในตอนเริ่มต้น เดินหน้าโครงการไม่เสร็จสักที จะอ้างว่าคตร.ทำให้ช้าได้

นายกฯเยือนสหรัฐฯกลางเดือน ก.พ.

เมื่อเวลา 15.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังประชุม ครม.ว่า วันที่ 14-18 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. มีภารกิจเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ US-ASEAN ที่เมืองปาล์มสปริงส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ไทยและประเทศสหรัฐฯที่มีมายาวนาน และหารือกับบรรดาผู้นำอาเซียน พล.อ.ประยุทธ์จึงได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน ในการประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 16 ก.พ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    30.9%
  • ไม่ชอบ
    56.5%
  • สนุก
    6.8%
  • ประหลาดใจ
    0.6%
  • เสียใจ
    1.1%
  • ให้กำลังใจ
    4.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement