ผวจ.ภูเก็ต แจงผลเจรจาพิพาทที่ดินหาดราไวย์ ไม่พบอยู่ในโฉนด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ผวจ.ภูเก็ต แจงผลเจรจาพิพาทที่ดินหาดราไวย์ ไม่พบอยู่ในโฉนด

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 18:42
4,932 ครั้ง


ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงสรุปผลการประชุมแก้ไขปัญหาพิพาทที่ดินหาดราไวย์ ที่ดิน จ.ภูเก็ต วัดแนวเขตที่ดิน บริษัท บารอน เวิลด์เทรด จำกัด พบพื้นที่ชายหาดไปยังที่ตั้งบาไลของชาวเล ไม่อยู่ในโฉนด และเป็นที่สาธารณะให้ใช้เป็นทางสาธารณะได้

จากกรณีที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งเป็นของ “บริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด” จำนวนประมาณ 100 คน ได้เกิดปะทะกันกับชาวบ้านชุมชนไทยใหม่ ม.2 ต.ราไวย์ อ.เมือง ภูเก็ต หลังจากที่มีการก้อนหินขนาดใหญ่มาปิดทางเข้า-ออก เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเดินทางสัญจร ในการเดินทางไปประกอบพิธีกรรมไหว้กระดูกบรรพบุรุษ และใช้เป็นเส้นทางในการสัญจรประกอบอาชีพประมง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย ทั้งสองฝ่ายมีการแจ้งความดำเนินเอาผิดกับผู้ทำร้ายแล้ว รวม 9 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามที่เสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่องนั้น


ความคืบหน้า เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 2 ก.พ. 59 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แถลงสรุปผลการประชุมร่วมกับ พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัยพื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล, พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41, พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนบริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด ผู้แทนชาวไทยใหม่ราไวย์ ฯลฯ ในการคลี่คลายปัญหาข้อพิพาทระหว่างกลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ กับบริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด ผู้ถือครองเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่พิพาท ที่ดินรอยต่อจากชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ หมู่ 2 ต.ราไวย์ ไปยังที่ตั้งศาลาบาไลเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาของชาวไทยใหม่ ซึ่งต้องเดินผ่านที่ดินของบริษัท บารอนฯ

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปดังนี้ ประเด็นแรก เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้สั่งการให้เจ้าพนักงานที่ดิน ร่วมกับนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ และตัวแทนบริษัท บารอนฯ ไปตรวจสอบแนวเขตที่ดินด้านหน้าชายหาด ว่าหลักแนวเขตของที่ดินนั้น มีสถานะเป็นอย่างไร เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา ซึ่งในหลักการชาวไทยใหม่ มีความประสงค์ขอให้ศาลาบาไล ตั้งอยู่ที่เดิม สามารถเดินจากชุมชนที่ชาวไทยใหม่อยู่อาศัยไปทำพิธีกรรมที่บาไลได้ เพราะฉะนั้นประเด็นคือ เส้นทางที่ใช้เดินไปยังศาลาบาไลนั้น ที่ผ่านมาเดินผ่านที่ของบริษัท บารอนฯ เข้าไป ปัญหาที่เกิดบริษัท บารอนฯ ต้องการพัฒนาที่ดิน แต่เส้นทางที่เดินนั้น ไม่ปรากฏในโฉนดที่ดินว่าเป็นเส้นทางสาธารณะ เพราะฉะนั้นการพูดคุยวันนี้ เป็นเรื่องการพิสูจน์ข้อเท็จจริง


แต่วันนี้ในเบื้องต้นเราก็จะให้เจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งตนได้แต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายประเจียด อักษรธรรมกุล เป็นหัวหน้าคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนพื้นที่ลงไปวางแนวเขตที่ดินด้านหน้าของบริษัท บารอนฯ ให้มีความชัดเจน ซึ่งทราบเบื้องต้นว่าจากแนวเขตที่ดินของบริษัท บารอนฯ มีระยะห่างจากพื้นที่หน้าหาดประมาณ 3 เมตรกว่า ซึ่งสามารถเดินผ่านได้ เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะโดยสภาพ เพราะฉะนั้นจากจุดที่ชาวไทยใหม่ไปยังจุดศาลาบาไล สามารถเดินได้ในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าบางช่วงอาจจะแคบมีพื้นที่ประมาณ 1 เมตรกว่า ซึ่งต้องไปดูข้อเท็จจริงในพื้นที่อีกครั้งว่าเป็นอย่างไร วันนี้ก็สามารถที่จะคลี่คลายส่วนนี้ไปได้ส่วนหนึ่ง โดยให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปดำเนินการหลังจากนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน

ประเด็นที่ 2 พื้นที่ด้านหน้าทั้งหมด ซึ่งเป็นเป็นพื้นที่สาธารณะ ตนจะดำเนินการให้ออก หนังสือสำคัญที่หลวง เพื่อจะได้มีความชัดเจนเรื่องขอบเขตที่ดินสาธารณะ กับที่ดินของเอกชนจะได้ขจัดปัญหาในอนาคตต่อไป ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นการดำเนินการในขั้นตอนที่ 2


ประเด็นที่ 3 เป็นข้อเสนอของบริษัท บารอนฯ เสนอที่ดินที่อยู่ติดกับชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวไทยใหม่ จำนวน 2 งาน เป็นข้อเสนอเดิม ที่จะให้กับพี่น้องชาวเลได้ใช้ทำกิจกรรมทางด้านศาสนาหรืออื่นๆ ได้ แต่เนื่องจากว่าบริษัทได้เสนอให้ย้ายศาลาบาไลจากจุดเดิมเข้ามาอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของชาวไทยใหม่ สรุปคือบาไลอยู่ที่เดิม ส่วนเงื่อนไขที่จะยกที่ให้ 2 งาน ก็เป็นข้อเสนอว่า ให้ไปอยู่ในโซนของพื้นที่บาไลได้หรือไม่ ทั้งนี้อยากให้ชาวไทยใหม่ได้มีพื้นที่ทำกิจกรรมทางศาสนาหรืออื่นๆ ได้ ซึ่งในประเด็นนี้ทางบริษัท บารอนฯ ก็จะรับไปพิจารณา และประเด็นที่ 4 ซึ่งเป็นประเด็นตามหลักข้อกฎหมาย เมื่อได้ข้อยุติแบบนี้ก็อยู่ที่ชาวไทยใหม่ เห็นว่าพอใจหรือไม่ ชาวไทยใหม่สามารถใช้สิทธิ์ทางกระบวนการยุติธรรมคือ ไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้คุ้มครองชั่วคราวหรือให้มีการพิสูจน์ด้านการออกเอกสารสิทธิ์ของกรมที่ดิน ซึ่งอ้างว่าไม่ถูกต้องว่ามีทางสาธารณะก็ให้ไปดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งบริษัท บารอนฯ ก็สามารถที่จะใช้กระบวนการยุติธรรมในการที่จะปกป้องเอกสิทธิ์ของตัวเองได้เหมือนกัน ก็ไปว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม

“กรณีที่ทางบริษัทต้องการดำเนินการต่อ ในการเข้าไปพัฒนาที่ดินต้องใช้สิทธิ์ทางกระบวนการยุติธรรม ถ้าชาวไทยใหม่เดินผ่านที่ดินของบริษัทเขาไป ก็เห็นว่าไม่สะดวกในการพัฒนาที่ดินตามเอกสิทธิ์ของเขา บริษัทจึงเสนอให้ที่ด้านข้างจำนวน 2 งาน แล้วให้ย้ายบาไล ซึ่งก็ไม่ตรงกับความต้องการของชาวไทยใหม่ เพราะฉะนั้น ก็ให้ทั้งสองฝ่ายกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้ศาลได้พิจารณาต่อไป ส่วนเส้นทางที่ถูกปิดไปก่อนหน้านี้และมีการเปิดประมาณ 3 เมตรครึ่ง ขณะนี้ตนได้ขอให้ทางบริษัท บารอนฯ เปิดให้ชาวไทยใหม่ใช้ไปพลางๆ ก่อน จนกว่าจะมีการรังวัดแนวเขตเส้นทางหน้าหาดแล้วเสร็จ ในระหว่างนี้ชาวไทยใหม่ก็ยังใช้เส้นทางเดินไปยังที่ตั้งศาลาบาไลได้ โดยไม่มีการละเมิดสิทธิ์” นายจำเริญ กล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    83.7%
  • ไม่ชอบ
    8.2%
  • สนุก
    2.0%
  • ประหลาดใจ
    2.0%
  • เสียใจ
    2.0%
  • ให้กำลังใจ
    2.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement