'องอาจ' สวน 'วรชัย' พาดพิง ปชป.ตีสองหน้าแทงกั๊ก รธน. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

'องอาจ' สวน 'วรชัย' พาดพิง ปชป.ตีสองหน้าแทงกั๊ก รธน.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 16:45
657 ครั้ง


"องอาจ" แจง ปชป.ติดตามร่างฯมาตลอด แต่ยังไม่ถึงเวลาบอกรับ-ไม่รับ เพราะแค่ร่างแรก ยันไม่ขอจับมือเพื่อไทยคว่ำร่าง วอน กรธ.บัญญัติเรื่องสิทธิชุมชนในร่าง ไม่ให้น้อยกว่า รธน.ปี 50


เมื่อวันที่ 2 ก.พ.59 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภาค กทม. กล่าวถึงกรณีที่ นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวพาดพิงว่า พรรคประชาธิปัตย์มีท่าทีตีสองหน้า เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ท่าทีของพรรคชัดเจนมาตลอดว่า จะติดตามและพิจารณาเนื้อหา ซึ่งในขณะนี้ยังเป็นเพียงร่างแรก จึงควรให้ประชาชนได้รับรู้ข้อดีข้อด้อยในร่างว่ามีอะไรบ้าง เพื่อร่วมศึกษาด้วยกันและเสนอแนะข้อด้อย เพื่อให้ กรธ.ปรับเปลี่ยนให้เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความสมบูรณ์ จึงไม่ใช่เวลาที่จะบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญยังร่างไม่แล้วเสร็จ เปรียบเหมือนคนกำลังทำข้าวผัด แค่ใส่ข้าวกับน้ำมันลงกระทะยังไม่ได้ปรุงรส แต่กลับมาบอกว่าข้าวผัดไม่อร่อยมันน่าแปลก 

ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์แทงกั๊กนั้น นายองอาจ กล่าวว่า ผู้เป็นวิญญูชนควรเข้าใจได้ในเหตุและผลที่ตนได้ชี้แจง ส่วนที่มีบางฝ่ายได้ประกาศท่าทีว่าจะคว่ำรัฐธรรมนูญในการทำประชามตินั้น ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแต่ละพรรคที่จะมีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ขอก้าวล่วง เช่นเดียวกับท่าทีของเราที่เห็นว่าอย่างไร ก็อย่ามากล่าวล่วงขอให้สังคมช่วยพิจารณา เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน 

เมื่อถามว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุ ชวนพรรคประชาธิปัตย์จับมือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าเห็นพ้องต้องกัน นายองอาจ กล่าวว่า ในพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญต่างกัน ดังนั้นพรรคใดประสงค์ที่จะดำเนินการอย่างไร จะไปจับมือกับใครก็ทำไป แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีแนวคิดที่จะจับมือกับใคร ในกรณีนี้ เพราะเราเชื่อว่า เป็นแค่ร่างแรกที่ กรธ.สามารถปรับเปลี่ยนให้สมบูรณ์ที่สุดได้ และคิดว่า กรธ.ควรรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ตนยังกังวลในเรื่องของสิทธิชุมชน ที่ในร่างนี้ถูกละเลย โดยไปบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดำเนินการจัดการให้ ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และปี 2550 มีการบัญญัติในเรื่องดังกล่าวชัดเจน เพื่อให้สิทธิประชาชนในการปกป้อง อนุรักษ์ และรักษาในสิทธิชุมชน จึงไม่ควรลดน้อยลงกว่าอดีต โดยต้องยอมรับว่า สังคมไทยยังยึดอยู่กับพื้นฐานแนวคิด ของผู้มีอำนาจ และข้าราชการว่าเป็นเจ้าของสิทธิ์ การระบุให้เป็นหน้าที่ของรัฐ ตนห่วงว่าจะไม่สามารถปฏิบัติใช้ได้จริง เพราะคนเหล่านี้ยังถือว่าเป็นเจ้าของอำนาจ จึงควรปรับเนื้อหาให้ชัดเจน โดยจะต้องมีเนื้อหาที่ครอบคลุมและคุ้มครองไม่น้อยกว่า ฉบับปี 2550  

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    17.5%
  • ไม่ชอบ
    65.9%
  • สนุก
    0.9%
  • ประหลาดใจ
    9.7%
  • เสียใจ
    6.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement