อดีต สปช. ห่วงร่างฯ กรธ.เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ หวั่นสร้างความขัดแย้ง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

อดีต สปช. ห่วงร่างฯ กรธ.เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ หวั่นสร้างความขัดแย้ง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 16:28
678 ครั้ง


"เอกชัย" ชี้ร่างฯกรธ. มีดีปมปราบโกง แต่เร็วไปที่จะชี้ขาดผ่านประชามติ ห่วงเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระมากไป หวั่นสร้างความขัดแย้ง-ควบคุม รบ.แนะ กรธ.เปิดใจรับฟังความเห็น พร้อมเดินสายชี้แจง ปชช.เพื่อให้เกิดความชัดเจนใน 8 เดือน

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.59 ที่อาคารรัฐสภา พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นว่า สาเหตุที่ตั้งฉายาว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนั้น ก็แสดงให้เห็นว่า ทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มองในทางร้ายตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งหากเป็นตนเองจะตั้งฉายารัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับสร้างอนาคตประเทศไทย ทั้งนี้เมื่อตั้งฉายาว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงแล้ว ยังมีการกล่าวอีกว่า หากประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รัฐธรรมนูญฉบับต่อไปอาจมีเนื้อหาที่มากกว่าฉบับนี้อีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีจึงอยากจะให้มองในมุมที่สร้างสรรค์ 


พล.อ.เอกชัย กล่าวต่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ยังมีส่วนดีอยู่หลายประการ เช่น คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าสู่การเมืองที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ห้ามบุคคลที่เคยทุจริตหรือสังคมไม่ยอมรับเข้าสู่วงการเมือง ส่วนข้อเสีย คือ การให้อำนาจองค์กรอิสระมากเกินไป จนสามารถควบคุมรัฐบาลได้ ซึ่งสิ่งที่ผ่านมาองค์กรอิสระก็เป็นขั้วของความขัดแย้งขั้วหนึ่ง รวมถึงการนำเนื้อหาไปบัญญัติไว้ในกฎหมายลูกมากจนเกินไป โดยขณะนี้ตัวเองยังมองไม่เห็นว่ากฎหมายลูกจะออกมาอย่างไร ดังนั้นหากบัญญัติไว้เป็นเจตนารมณ์ที่ชัดเจนแล้วกฎหมายลูกตามเจตนารมณ์ ก็จะสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้


พล.อ.เอกชัย กล่าวต่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญยังขาดการให้ความสำคัญกับภาคประชาชน ในเรื่องของสิทธิด้านต่างๆ ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญฉบับของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ประชาชนเป็นใหญ่แต่ฉบับนี้ข้าราชการเป็นใหญ่ เพราะมองดูแล้วหลายเรื่องจะอยู่ในความรับผิดชอบของของข้าราชการ 


ส่วนกรณีคนที่ไม่เห็นด้วยกับร่างฯดังกล่าว ก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไม่เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่มีบางประเด็นที่ไม่เห็นด้วย ดังนั้นกรณีที่มีองค์กรอิสระออกมาเตือนว่า หากมีผู้ต่อต้านหรือไม่เห็นด้วย อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายนั้น เป็นเรื่องที่จะทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น อย่างไรก็ดีมองจากกระแสสังคมแล้วมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่แนวโน้มของผู้ที่ไม่เห็นด้วยจะมากกว่า ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ กรธ.ที่จะต้องเดินสายชี้แจง เพื่อให้เกิดความชัดเจนในระยะเวลา 8 เดือน ที่เหลืออยู่

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    75.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    12.5%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    12.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement