แพทยสภาชี้พิรุธ ผลชันสูตรชูวงษ์ ส่อถูกฆาตกรรม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แพทยสภาชี้พิรุธ ผลชันสูตรชูวงษ์ ส่อถูกฆาตกรรม

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 ก.พ. 2559 07:36
20,557 ครั้ง


แพทยสภาส่งรายงานผลวิเคราะห์การเสียชีวิต “เสี่ยชูวงษ์” ไปยังราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย พบกระดูกคอหักข้อ 6 และ 7 เหตุถูกกระแทกจากของแข็งไม่มีคม นายกแพทยสภาให้ความเห็น การเกิดอุบัติเหตุโดยปกติ มักจะส่งผลกระทบต่อกระดูกคอข้อที่ 2 และ 3 มากกว่า ขณะที่พี่สาวเสี่ยชูวงษ์ระบุ ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทำให้ครอบครัวมั่นใจว่าไม่ได้ตายจากอุบัติเหตุ ด้าน “ชาญ วิมลศรี” รรท.ผบก.ป. เผย“พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์” ผบช.ก.สั่งให้กองปราบฯ หาหลักฐานเพิ่ม เพราะยังสงสัยอยู่โดยเฉพาะเรื่องรถที่อดีต รมช.นำมาใช้ในวันเกิดเหตุ

จากการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด อายุ 50 ปี อดีตนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ขณะนั่งรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อเล็กซัส 470 สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ ขับไปประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ ตรงข้ามถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 61 แขวงและเขตสวนหลวง เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.58 โดยครอบครัวนายชูวงษ์ได้เข้าร้องเรียนกองปราบฯ เพราะพบว่า ก่อนเสียชีวิตนายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาทให้กับ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาวคนสนิท มูลค่า 228 ล้านบาท และยังโอนหุ้นให้กับ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่การตลาดบริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด อีก 40 ล้านบาท พนักงานสอบสวนพบหลักฐานหลายอย่างเชื่อว่า มีการปลอมเอกสารในการโอนหุ้นจำนวนนี้ ได้ขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.บรรยิน น.ส.กัญฐณา น.ส.อุรชา และมารดา ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือรับของโจร ขณะที่การตรวจสอบว่านายชูวงษ์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกองปราบฯ

ความคืบหน้าในคดีนี้ เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 ก.พ. ที่แพทยสภา นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่เสียชีวิตหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ พร้อมด้วยนายเอนก คำชุ่ม ทนายความ เข้าพบ นพ. สมศักดิ์ โล่เลขา นายกแพทยสภา เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีขอให้แพทยสภาตรวจสอบผลรายงานการชันสูตรของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า แพทยสภาได้ส่งรายงานดังกล่าวไปยังราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญนิติวิทยาศาสตร์มาร่วมพิจารณา โดยการตรวจสอบจากรายงานผลชันสูตรที่ผ่านมา ร่วมกับภาพถ่ายผู้เสียชีวิตเพียง 2 ภาพ คือภาพด้านหน้าส่วนบนและล่าง แต่ไม่มีภาพด้านข้างหรือด้านหลัง ทั้งนี้จากผลรายงานการชันสูตรที่ญาติผู้เสียชีวิตมีข้อสงสัยประมาณ 7 ข้อ อาทิ หนังตาบนสองข้าง มีเลือดออกในเยื่อบุตาจนบวม เกิดจากแรงกระแทกของของแข็งไม่มีคม ส่วนบาดแผลที่คาง เกิดจากรอยครูดของแข็ง และบริเวณลำคอพบว่า มีกระดูกหักข้อที่ 6 และ 7 พบว่ามาจากแรงกระแทกเช่นกัน ส่วนแรงกระแทกบริเวณคอจนกระดูกหักข้อที่ 6 และ 7 เป็นแรงกระแทกจากของแข็งที่ไม่มีคม ส่วนจะเป็นลักษณะใดไม่สามารถระบุได้ ต้องไปตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป ทั้งนี้ การเกิดอุบัติเหตุโดยปกติ มักจะส่งผลกระทบต่อกระดูกคอข้อที่ 2 และ 3 มากกว่า แต่หากจะกระทบไปถึงกระดูกคอข้อที่ 6 และ 7 จะเป็นลักษณะร่วมด้วยกันทั้งหมด อาจเกิดจากแรง เหวี่ยง แต่ก็ไม่สามารถฟันธงว่าเป็นเพราะอะไร ต้องให้ญาตินำรายงานดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับตำรวจ

ด้าน น.ส.วันเพ็ญ พี่สาวนายชูวงษ์กล่าวว่า จากการรวบรวมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ครอบครัวค่อนข้างมั่นใจ การเสียชีวิตของนายชูวงษ์ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด ทั้งนี้จะนำข้อมูลที่ได้ส่งต่อไปกองบังคับการปราบปรามใน 2-3 วันนี้ เบื้องต้นยืนยันว่าจากการตรวจสอบภายในรถยนต์คันที่นายชูวงษ์นั่งไปประสบอุบัติเหตุนั้นไม่พบวัตถุของแข็งใดๆบนรถ และยืนยันว่ารถรุ่นดังกล่าวมีความปลอดภัยสูง

ขณะที่นายเอนก คำชุ่ม ทนายความกล่าวว่า ผลชันสูตรที่สามารถเปิดเผยได้ กรณีหนังตาบน 2 ข้างช้ำ เลือดออกในเยื่อบุตา ความเห็นคือ น่าจะมาจากแรงกระแทกจากของแข็งไม่มีคม บาดแผลที่คางเกิดจากการครูดจากวัตถุของแข็ง ส่วนบริเวณกระดูกคอข้อที่ 6 และ 7 หัก เกิดจากแรงกระแทกจากวัตถุของแข็ง โดยสรุปส่วนใหญ่แล้วเกิดจากแรงกระแทกจากภายนอกด้วยของแข็งไม่มีคมเป็นข้อมูลที่สอดคล้องกันมาตลอด เพียงแต่ตามใบมรณบัตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตมาจากเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นใน สมองบวมจากการกระทบกระแทกจากวัตถุของแข็งไม่มีคม ถือว่าเป็นข้อมูลที่ดีที่สุด แต่ต้องเอาไปประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการจำลองสถานการณ์การขับรถที่เลี้ยวขึ้นทางเท้าแล้วไปชนกับต้นไม้ในระยะ 42-45 เมตร ในระดับลูกระนาด จะเป็นสาเหตุที่ทำให้กระดูกคอข้อที่ 6 และ 7 หักหรือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหรือไม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ไม่มีใครทราบว่า ระหว่างเกิดเหตุนั้นใช้ความเร็วเท่าไหร่ เพราะคนขับก็บอกว่าขับ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบ้าง ความเร็วอื่นๆบ้าง แต่จากการจำลองสถานการณ์ มีการทดลองใช้ความเร็วในหลายระดับ ทั้ง 30,50,80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรงนี้ผู้เชี่ยวชาญจะตอบได้ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่

เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผบช.ก.รรท.ผบก.ป.เปิดเผยหลังจากญาตินายชูวงษ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความเห็นของแพทยสภาว่า การออกมาเปิดเผยเรื่องความคิดเห็นการตายของนายชูวงษ์ หลังจากที่ญาติส่งไปให้แพทยสภานั้น ไม่ได้สร้างความเสียหายกับรูปคดีแต่อย่างไร ทั้งนี้ เป็นไปตามขั้นตอนของพนักงานสอบสวนอยู่แล้ว ที่จะต้องสอบผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดรวมทั้งแพทยสภาด้วย ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังตามสอบผู้เชี่ยวชาญต่างๆอยู่ เพื่อให้ได้สาระสำคัญมากที่สุดเพื่อมาสรุปวิเคราะห์กันอีกที ขณะนี้ยังมีบางประเด็นที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.สั่งให้กองบังคับการปราบปราม ไปหาหลักฐานเพิ่ม เพราะยังมีการสงสัยอยู่ นั่นคือเรื่องรถที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ นำมาใช้วันนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังหาข้อมูลอยู่ หลังจากนี้ไปจะคุยกับพนักงานสอบสวนอีกครั้งว่าที่ผ่านมาได้อะไรมาบ้าง และต้องหาอะไรเพิ่มต่อไปด้วย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    43.1%
  • ไม่ชอบ
    7.7%
  • สนุก
    18.8%
  • ประหลาดใจ
    5.5%
  • เสียใจ
    6.1%
  • ให้กำลังใจ
    18.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement