Star Topic : นานาทัศนะจากใจดารา...ถึง "ตุ๊กตาลูกเทพ" - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

Star Topic : นานาทัศนะจากใจดารา...ถึง "ตุ๊กตาลูกเทพ"

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 07:30
10,807 ครั้ง


กลายเป็นประเด็นร้อนๆ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเวลานี้สำหรับ “ตุ๊กตาลูกเทพ” ที่หลายคนเลี้ยงเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตและเป็นที่พึ่งทางใจ ซึ่งจะว่าไปแล้วตุ๊กตาลูกเทพมีมานานพอสมควรแล้วในสังคมไทย แต่ที่กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนก็เมื่อครั้งที่สายการบินแห่งหนึ่งยินดีให้ผู้โดยสารสามารถจองที่นั่งให้กับตุ๊กตาลูกเทพ และต่อมากลับกลายเป็นว่าตุ๊กตาลูกเทพเป็นช่องทางการทำผิดของเหล่ามิจฉาชีพด้วยการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในตุ๊กตาจนกลายเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ ไหนจะมีการบริการต่างๆ สำหรับตุ๊กตาลูกเทพตามมาอีกมากมาย จนเกิดกระแสสังคมตั้งแง่ว่าทุกอย่างเริ่มมากไปจนไม่พอดีรึเปล่า?! แล้วเหล่าดาราคนดังทั้งหลายคิดเห็นกับประเด็นนี้ยังไง “Star Topic บันเทิงไทยรัฐออนไลน์” ตามไปหาคำตอบจากปากของพวกเขามาฝากกัน

เก้า จิรายุ ละอองมณี : มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ถ้ามันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็ไม่ผิด
“ต่างคนต่างความเชื่อครับ ผมก็ไม่ลบหลู่อะไรครับ แต่ตัวผมเองไม่ได้เลี้ยง ก็เลยไม่ค่อยมีความรู้เท่าไร กับที่หลายคนมองว่าการเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพเหมือนคนขาดที่พึ่งทางใจ ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนนะครับ แล้วแต่คนนะครับ ถ้าเกิดว่าเขาเชื่อแล้วเขาดี ผมอาจจะไม่ได้เชื่อเรื่องของวัตถุ แต่ผมเชื่อในเรื่องความเชื่อว่าถ้าเราเชื่ออะไรมากๆ บางอย่างมันมีผลต่อชีวิตจิตใจแน่นอน ก็อาจจะเวิร์กสำหรับบางคนก็เลี้ยงไปครับ เรื่องข่าวสายการบินที่จะให้จองที่นั่งสำหรับตุ๊กตาลูกเทพก่อนหน้านี้ก็ทราบข่าวมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีการขนยาเสพติดนะครับ ถ้าขนก็แย่เหมือนกันครับ แต่ผมว่าถ้าขนมาจริงๆ ก็คงไม่ใช่ตุ๊กตาลูกเทพหรอกครับ ถามว่าที่คนพาตุ๊กตาลูกเทพไปทานข้าว ทำทุกอย่างให้เขาเหมือนเป็นคนมันแปลกไหมก็แปลกแน่นอน แต่ความรู้สึกผมคือถ้ามันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนหรือมีผลเสีย ไม่ทำร้ายใคร ผมว่าไม่ผิดหรอกครับ ส่วนตัวผมเองไม่ได้แอนตี้ ไม่ได้รู้สึกบวกลบอะไร แล้วแต่คนชอบ ถ้าเขาเชื่อว่าดีก็แล้วแต่ความเชื่อบุคคลครับ คนเลี้ยงลูกเทพบางคนก็ดูแลพ่อแม่ดีนะครับผมว่า มันเอามาวัดกันไม่ได้หรอกครับ ก็อยากฝากถึงคนที่เชื่อในเรื่องนี้กับคนที่แอนตี้ว่าสมานฉันท์กันเถอะครับ อย่าตีกันเลยครับผม”

โฟกัส จีระกุล : เทพที่ไหนจะอยู่ในตุ๊กตาให้เราอุ้มไปมา มันไม่มีทางอยู่แล้ว การบูชาพ่อแม่ยังรู้สึกว่าได้ผลมากกว่า
“หนูรู้สึกเฉยๆ ค่ะ แต่หนูรู้สึกว่าเทพที่ไหนจะอยู่ที่ตุ๊กตา ก็พูดกันตรงๆ คิดกันแบบเมคเซ้นส์ว่าเทพที่ไหนจะอยู่ในตุ๊กตาให้เราอุ้มไปมา หนูว่ามันไม่มีทางอยู่แล้ว พอพูดถึงคำว่าเทพขึ้นมา ยังไงก็ไม่มีเทพอยู่ในนั้นแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีเทพอยู่ในนั้นหรอกค่ะ ตามความเป็นจริงแล้ว หนูว่าการบูชาพ่อแม่ยังรู้สึกว่าได้ผลมากกว่าเลย ถ้าเราบูชาในสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันไม่ได้อะไรกลับมาเลย แล้วจะทำไปทำไมน่ะ เรื่องข่าวสายการบินที่จะให้จองที่นั่งสำหรับตุ๊กตาลูกเทพ แต่อาจกลายเป็นช่องทางในการทำความผิด ก็ต้องคิดด้วยนะคะว่าตุ๊กตาลูกเทพค่อนข้างตัวใหญ่เหมือนกัน ก็ต้องนับเป็นพัสดุ 1 อย่าง ซึ่งเราก็ไม่สามารถเอาขึ้นเครื่องได้อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าคุณอยากจะเอาขึ้นเครื่องจริงๆ ก็ต้องยอมเสียที่นั่งเพิ่มเพื่อวางพัสดุอีก 1 อย่าง ก็แล้วแต่คน แต่หนูว่าการยัดสิ่งเสพติดเข้าไปในตุ๊กตา คนที่เลี้ยงลูกเทพเขาไม่ยัดหรอกค่ะ อาจจะเป็นคนอื่นที่เนียนๆ มากกว่า ซึ่งอันนี้ต้องแล้วแต่การตรวจตราของเขา มันคงไม่หลุดรอดไปหรอกค่ะ 

ที่หลายคนมองว่าการเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพเป็นเหมือนคนขาดที่พึ่งทางใจ หนูก็ไม่รู้สิ แต่ว่าอยากให้ลองเลี้ยงสัตว์ไหม หนูว่าการเลี้ยงสัตว์ช่วยขัดเกลาจิตใจได้นิดนึง ทำให้เรารู้สึกว่าสุขภาพจิตเราดีขึ้นค่ะ ไม่เครียด มีเรื่องอะไรมาก็ไม่ค่อยเครียดค่ะ แต่หนูว่าจะไปห้ามเขาไม่ให้เลี้ยงลูกเทพก็ไม่ได้เพราะเป็นเงินของเขา เราได้แค่แสดงความคิดเห็นส่วนตัว แต่ไม่ก้าวก่ายเขาเท่านั้นเองค่ะ ที่จริงทุกคนมีสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน แต่ความเชื่อนั้นต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนด้วย อย่างการพาลูกเทพไปกินข้าว แล้วพนักงานไม่เสิร์ฟจานให้แล้วไปด่าเขา การที่คุณเชื่อของคุณ คุณก็ต้องพกจานไปเองค่ะ ไม่สามารถทำให้ทุกคนบูชาเหมือนกับคุณได้ คุณก็ต้องอยู่ในส่วนของคุณ เพราะคนอื่นก็ไม่ได้เชื่อเหมือนคุณค่ะ ก็พยายามไม่ก้าวก่ายกัน คนที่ไม่เชื่อก็ไม่ต้องไปด่าเขาก็ได้ อยู่เฉยๆ เดี๋ยวเขาก็รู้เองค่ะ” 

ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล : มันเป็นเรื่องของที่พึ่งทางใจ ความเชื่อใครความเชื่อมันดีกว่า เราไม่มีสิทธิ์ไปวิพากษ์วิจารณ์ความคิดความรู้สึกคนอื่น
“ส่วนตัวที่บ้านไม่มีนะคะ ถามว่าเชื่อไหมมันก็มีความเกรงใจอยู่น่ะค่ะ ก็ไม่ได้ลบหลู่ แต่ว่าตัวเราไม่ได้บูชา มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ เหมือนคนที่เขาเชื่ออะไรสักอย่างนึงแล้วเราไม่เห็นด้วยกับเขา เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปบอกว่าทำไมคุณไม่ทำแบบนี้ๆ ถ้ามันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเขา มันทำให้เขารู้สึกปลอดภัย แล้วมันดีกับตัวเขาก็พูดไม่ได้ค่ะ ถามว่างมงายไหม อย่างที่บอกว่ามันเป็นเรื่องของที่พึ่งทางใจมากกว่า บางคนเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแก้เหงา เราก็คุยกับเขาเหมือนเราพูดกับเขารู้เรื่อง มีเขาก็อุ่นใจเหมือนมีเพื่อน เราไม่ได้อยู่คนเดียว การที่เลี้ยงตุ๊กตาก็อาจเป็นอีกส่วนนึงที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่เหงา ถ้ามันไม่ได้เดือดร้อนคนอื่น หนูว่าก็ไม่เป็นไรค่ะ ที่หลายคนเลี้ยงเพื่อให้มีโชคลาภ คือปกติหนูทำงานหนูไม่ค่อยพึ่งอะไร เวลาทำอะไรหนูจะเป็นคนที่ทำด้วยตัวเอง แต่อย่างตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เราก็ตั้งใจอ่านหนังสือแล้ว เราก็เข้าวัดทำบุญค่ะ มันเป็นความเชื่อที่มีมานานแล้วค่ะ ถามว่ามีใครเห็นเป็นชิ้นเป็นอันไหมมันก็พิสูจน์ไม่ได้ค่ะ เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์ มันไม่มีข้อบ่งชี้ค่ะ

กับข่าวสายการบินที่จะให้จองที่นั่งสำหรับตุ๊กตาลูกเทพ สมมติเขาเอาตุ๊กตาขึ้นไปโดยที่จ่ายเงิน ทำตามกฎทุกอย่าง มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา เพราะเขาทำตามกฎที่มีค่ะ อยู่ที่การพิจารณาของสายการบิน ถ้าเขานับเป็น 1 คน ได้เงินเท่ากัน เขาก็คงไม่เสียหายอะไร แต่ที่คนเอาตรงนี้มาเป็นช่องทางการทำความผิดด้วยการยัดยาเสพติดไปในตุ๊กตา อันนั้นคงต้องให้ตำรวจตรวจมากกว่า เพราะว่าเราดูไม่ออกอยู่แล้วค่ะ จริงๆ ถ้าไม่อุ้มตุ๊กตา เขาก็สามารถเอารองเท้าใส่สารเสพติด จะเอาเสื้อหรือที่คาดผมมาใส่ยาเสพติด มันก็ได้ทุกชิ้นค่ะ หนูว่ามันไม่ใช่แค่ตุ๊กตาที่จะเป็นช่องโหว่ค่ะ สุดท้ายหนูอยากบอกว่าความเชื่อใครความเชื่อมันดีกว่า เราไม่มีสิทธิ์ไปวิพากษ์วิจารณ์ความคิดความรู้สึกคนอื่นค่ะ หนูก็อยู่ส่วนหนู เขาก็อยู่ส่วนเขา ไม่เดือดร้อนกันก็พอค่ะ” 

ดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล : การที่เลี้ยงลูกเทพ มันก็เป็นความเชื่อของตัวเอง ถ้าจะมานั่งวิจารณ์ก็ทำได้ แต่อย่าล้ำเส้นของคนอื่นมากเกินไป
“ก่อนอื่นอยากให้มองเรื่องลูกเทพว่ามันเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องวิจารณ์ก็ได้ ไม่มีใครบังคับให้คุณเลี้ยง คนที่เค้าเลี้ยงคือคนที่เค้ามีความเชื่อ การที่บุ๊คโก๊ะเลี้ยง มันก็เป็นความเชื่อของบุ๊คโก๊ะเอง และก็เลี้ยงมานานแล้ว เลี้ยงก่อนที่มันจะมีกระแสเสียอีก บุ๊คโก๊ะมองว่าการที่จะมานั่งวิจารณ์กันในเรื่องนี้ทำได้ค่ะ แต่อย่าล้ำเส้นของคนอื่น ถ้าล้ำเส้นของคนอื่นมากไป อย่าวิจารณ์จนขาดสติ จ้องแต่จะแสดงความคิดเห็นทำร้ายคนอื่น มันก็จะกลายเป็นปัญหา เพราะตอนแรกก็ไม่ได้เป็นกระแสอะไรมากขนาดนี้ เป็นเพราะคนมาวิจารณ์ล้ำเส้นกันเกินไป เลยเป็นอย่างที่เห็น มันไม่สมควรเป็นวาระแห่งชาตินะคะเรื่องการเลี้ยงลูกเทพเนี่ย เพราะมันเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ

ที่บุ๊คโกะเลี้ยงลูกเทพเป็นเรื่องที่ยากที่จะอธิบายจริงๆ ค่ะ บุ๊คโก๊ะพอใจที่จะใช้สิ่งนี้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของตัวเอง บุ๊คโก๊ะยังเข้าวัด ทำบุญ ดูแลพ่อแม่ และการที่จะเลี้ยงลูกเทพด้วยมันก็ไม่ผิด มันเป็นสิทธิ์ของเรา บอกเลยว่าอย่าดึงบุ๊คโก๊ะไปเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการลูกเทพค่ะ บุ๊คโก๊ะยังยืนยันว่าเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการวิทยุเหมือนเดิม ทุกวันนี้เลยตัดปัญหา อยู่เงียบๆ ไม่รับงานที่เกี่ยวกับลูกเทพทุกอย่าง จะได้ตัดปัญหาไม่ให้คนเข้ามาวุ่นวายในชีวิต คือไม่อยากให้คนที่คิดต่างไปซีเรียสกับเรื่องนี้ ไม่ชอบก็ไม่ต้องไปสนใจค่ะ อย่าไปจับเป็นประเด็นทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่โตดีกว่า ปล่อยให้คนที่เค้าเชื่อทำไปเถอะ ชีวิตทุกวันนี้มีความสุขดี มีงานละคร งานหนัง พิธีกร เยอะมาก ไม่อยากเสียเวลาไปกับการนั่งตอบโต้คนที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ มันทำให้เอาเวลาที่จะมามีความสุขหมดไปโดยไร้ประโยชน์ค่ะ”

เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ : ถ้าเกิดมีลูกเทพแล้วเป็นคนดีขึ้น ไม่กล้าทำชั่ว อยากทำสิ่งที่ดีๆ ต่อสังคม ผมแนะนำให้มีนะ
“จริงๆ มันมีคำกล่าวนึงนะ เขาบอกว่า “อะไรก็เป็นจริงได้หมดถ้าเราเชื่อ” ดังนั้นบางทีเราก็ฟังในมุมตัวเองเวลาดูข่าวแล้วเราก็ไม่ตัดสิน เพราะสิ่งนั้นมันไม่มีผิดหรือถูกหรอก ถ้าเกิดว่าสิ่งที่เขาไปทำมันไม่ไปละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นหรือทำให้เดือดร้อนเสียหาย แต่ในมุมของเจมส์ เรืองศักดิ์ ผมโอเคนะ เหมือนกับว่าเขาเจอในสิ่งที่เขาชอบอย่างนึงน่ะ ส่วนความเชื่อของเขาจะเชื่อว่ามีอะไรอยู่ในนั้น หรือจะเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่ส่งผลดลบันดาลให้ชีวิตเขาดีขึ้น มันก็ห้ามไม่ได้หรอกครับ เรื่องความเชื่อมนุษย์ แต่ว่าถ้าถามผมว่าจะซื้อมาเลี้ยงไหมคงไม่ (หัวเราะ) กับที่มีคนวิจารณ์ว่าการเลี้ยงลูกเทพเหมือนคนขาดที่พึ่งทางใจ เราก็ไปตัดสินคนอย่างนั้นไม่ได้ เพราะว่าแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางครั้งเขาก็อาจจะตอบกลับมาได้ว่าแล้วทีคุณยังทำยังงั้นยังงี้เลย แล้วคุณจะมีเหตุผลอธิบายยังไง ผมว่าถ้าทำให้เขามีความสุขขึ้น เขาทำอะไรแล้วสบายใจขึ้นก็ไม่เป็นไร อย่าไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วกัน

กับข่าวที่เคยมีสายการบินจะเปิดให้จองที่นั่งสำหรับตุ๊กตาลูกเทพ แล้วมีกระแสดราม่า หลังจากนั้นก็มีข่าวว่าเอายาเสพติดใส่ตุ๊กตา ผมว่ามันก็คงเป็นเรื่องของการตลาดแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องของกระแสตุ๊กตาลูกเทพ อาจจะทำให้ชื่อของสายการบินถูกพูดถึงว่าเขาปรับตัวตามกระแสของผู้บริโภค ก็เพิ่มมาตรการตรวจแล้วกันครับ คือตรวจลูกเทพด้วย เพราะไม่รู้ว่าตรวจลูกเทพหรือลูกมารไง (ยิ้ม) ที่คนมองว่าคนให้ความสนใจเรื่องนี้เยอะเกินไป ผมว่าก็ไม่ต้องไปสนใจครับถ้าเรารู้สึกว่ามันเยอะเกินไป นักข่าวก็มีหน้าที่อัพเดตสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าเรารู้สึกว่ามันเยอะเกินไปก็ลดความสนใจลงแค่นั้นเองครับ ผมมองว่าถ้าเกิดมีลูกเทพแล้วคุณเป็นคนดีขึ้น ไม่กล้าทำชั่ว อยากทำสิ่งที่ดีๆ ต่อสังคม ผมแนะนำให้มีนะ เพราะบางครั้งมนุษย์หาอะไรยึดเหนี่ยวไม่ได้ก็เอาสิ่งที่ตัวเองเชื่อแล้วกัน แต่ขอให้ยึดเหนี่ยวแล้วต้องไปทำสิ่งที่ดีต่อคนอื่นครับ ผมว่าเป็นเรื่องที่ผมไม่รู้สึกขัดแย้งอะไรครับ”

แก้ม กวินตรา โพธิจักร : เป็นสิทธิส่วนบุคคล ถ้าเขามีกำลังที่จะเลี้ยงก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขา แต่อย่าสร้างความลำบากให้คนอื่น
“จริงๆ ก่อนหน้าที่จะเป็นข่าว แก้มรู้สึกเฉยๆ นะ เพราะเป็นความเชื่อของแต่ละคนน่ะ แต่พอหลังๆ แก้มรู้สึกว่ามันเกินไป หมายถึงว่าเล่นกับความเชื่อของคนมากเกินไปรึเปล่า แก้มเข้าใจว่าการเลี้ยงลูกเทพในบางคนเขาอาจจะเหมือนขาดที่พึ่งทางใจเลยเอาลูกเทพมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว ซึ่งกับบางคนก็เป็นผลดี แต่บางคนก็อย่างที่บอกว่าเกินไปไหม เคยมีคนรู้จักเลี้ยง พอจะไปจับหรือไปโดน เขาก็อินนิดนึง ซึ่งแก้มเป็นคนไม่ค่อยเล่นตุ๊กตาอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีความเป็นกุลสตรีไทย เลยไม่ค่อยอินกับเรื่องนี้เท่าไร ข่าวที่เคยมีสายการบินจะเปิดให้จองที่นั่งสำหรับตุ๊กตาลูกเทพ แล้วกลายเป็นช่องทางในการทำความผิด เอาจริงๆ เรื่องนี้แล้วแต่ความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย หมายถึงว่าสายการบินมีหน้าที่ทำการตลาดหรือตามกระแสอะไรก็แล้วแต่ แต่คนที่มีลูกเทพจะถือไว้หรือจะซื้อที่นั่งก็แล้วแต่เขาว่าเขามีกำลังที่จะจ่ายไหม แก้มไม่ได้มายด์เท่าไร แต่อย่างที่บอกว่าถ้ามีกำลังแล้วเขาไปขนยาเสพติดผิดกฎหมาย อันนี้ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ยังไงเขาก็ต้องตรวจละเอียดอยู่แล้วค่ะ

แก้มรู้สึกว่าเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เยอะเกินไป เช่น มีจัดบุฟเฟ่ต์ลูกเทพ แก้มว่าเอาเงินตรงนี้ไปบริจาคให้เด็กพิการหรือพ่อแม่ทิ้งดีกว่าไหม แต่ก็แล้วแต่ความคิดคนอีกเนอะ ถ้าเขามีกำลังหรือมีความรู้สึกว่าทำแล้วเขาสบายใจก็โอเค แก้มก็ไม่ลบหลู่หรอกว่ามีจริงหรือไม่มีจริง แต่ถ้าถามว่าจะให้แก้มซื้อมาเลี้ยงไหมก็คงไม่ แต่จะให้แก้มมาวิจารณ์ใครก็คงไม่วิจารณ์หรอก อย่างที่บอกว่ามันเกี่ยวกับความรู้สึกและความเชื่อ คนที่อินมากๆ หรือเขาเลี้ยงแล้วได้ผลจริงๆ ก็มี แต่ถ้ามีลูกเทพแล้วไม่ทำการทำงาน ลูกเทพก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ก็อยากจะฝากถึงคนที่ไม่ชอบว่าจริงๆ มันเป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งถ้าเขามีกำลังที่จะเลี้ยงลูกเทพก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาเถอะ ถ้าเขาไม่ทำอะไรให้เราเดือดร้อน ก็ไม่ต้องไปเดือดร้อนอะไรขนาดนั้น แต่สำหรับคนเลี้ยงลูกเทพเองก็อย่าสร้างความลำบากให้คนอื่น เช่น ไปร้านอาหารแล้วลูกเทพต้องมีเก้าอี้นั่ง ซึ่งคนในร้านอาจจะนั่งกันแน่น ถ้าเลี้ยงลูกเทพจริง แล้วเขาเป็นเทพจริงๆ เขาคงมีน้ำใจให้คนในสังคมที่อยู่กันจริงๆ ค่ะ แก้มว่าต่างคนต่างอยู่กันแบบไม่เบียดเบียนกันดีกว่าค่ะ”

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    31.4%
  • ไม่ชอบ
    31.4%
  • สนุก
    2.4%
  • ประหลาดใจ
    3.3%
  • เสียใจ
    6.2%
  • ให้กำลังใจ
    25.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement