'จุรินทร์' หนุนร่าง รธน. ใช้ยาแรงปราบคนโกง ติงหลายข้อควรแก้ไข - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'จุรินทร์' หนุนร่าง รธน. ใช้ยาแรงปราบคนโกง ติงหลายข้อควรแก้ไข

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.พ. 2559 18:39
408 ครั้ง


"จุรินทร์" ชมร่าง รธน. "มีชัย" มีข้อดีมาก หนุนใช้ยาแรงปราบทุจริต-ตัดสิทธิ์คนโกง ส่วนข้อเสีย "เปิดช่องนายกฯ คนนอก-กาบัตรใบเดียว" แยกคน-พรรคไม่ได้ ชี้หาก รธน. ไม่สนองความต้องการ ปชช.ไม่ยอมรับ อาจเป็นช่องทางฉีก รธน.ในอนาคตอีก ทำประเทศถอยหลัง แนะออกรับฟังความเห็น ควรถามผู้ปฏิบัติด้วย

เมื่อเวันที่ 1 ก.พ. 59 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานด้านพิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นของ นายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า เมื่อได้ดูครบทั้งร่างแล้วต้องยอมรับว่า มีข้อดีอยู่มากโดยเฉพาะประเด็นของการใช้ยาแรงกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และการปราบทุจริตคอร์รัปชัน ถึงขั้นกำหนดโทษห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต ซึ่งตนขอสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะการซื้อเสียงเป็นต้นตอของการทุจริตถอนทุนคืน และเป็นมะเร็งร้ายของประเทศและระบบการเมืองต่อไป หากไม่มีการช่วยกันแก้ไขจัดการ

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับความจริงว่า ยังมีประเด็นที่ยังเป็นข้อทักท้วงจากฝ่ายต่างๆ อยู่ อาทิ ระบบการเลือกตั้งที่ใช้ระบบบัตรใบเดียว จะทำให้คนที่ต้องการเลือกพรรคกับคนแยกออกจากกัน ไม่สามารถทำได้ เพราะไปเอาคะแนนคนกับพรรคมารวมกัน ทำให้มีเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่า ไม่สามารถสะท้อนความต้องการของคนกับพรรคแยกจากกันได้ อีกทั้งการให้ลงคะแนนคนกับพรรครวมกัน ก็อาจนำไปสู่การซื้อเสียงมากขึ้นและง่ายขึ้น เพราะซื้อคะแนนเดียวก็จะได้ทั้งคนและพรรค นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะเปิดช่องให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งแนวทางของร่างฉบับนายมีชัย และฉบับของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ มีความแตกต่างกัน โดยร่างของนายบวรศักดิ์กำหนดว่า จะต้องมีเสียงมากกว่าการเอาคนในหรือคนที่มาจากการเลือกตั้งมาเป็นนายกฯ แต่ร่างของ นายมีชัย กลายเป็นว่ามีความพยายาม ที่จะไปเปิดช่องให้คนนอกมาเป็นนายกฯได้ มากำหนดให้มาตามช่องทางให้พรรคการเมืองเสนอชื่อคนที่จะเป็นนายกฯ ได้ไม่เกิน 3 ชื่อ กลายเป็นว่าขณะที่เปิดช่องคนนอกกลับมาจำกัดทางเลือกของประชาชน ที่จะเลือกคนที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเดิมคนที่มาจากการเลือกตั้ง ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าใครเหมาะที่จะเป็นนายกฯ แต่เมื่อมาเสนอให้พรรคเสนอชื่อไม่เกิน 3 คน กลายเป็นว่าประชาชนมีทางเลือกเฉพาะคนที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชี อาจจะกลายเป็นว่าวันหนึ่งสมมุติว่าเกิดอุบัติเหตุใดๆ ขึ้นมา ตรงนี้อาจจะเป็นเงื่อนตายหรือจุดล็อกขึ้นมาก็ได้ ที่ทำให้ไม่สามารถไปเลือกคนที่มาจากการเลือกตั้ง แต่อยู่นอกบัญชีขึ้นมาทำหน้าที่นายกฯ ได้

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เป็นความเห็นส่วนตัว ตนเห็นว่ามีความสำคัญ คือ การแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งฉบับที่ผ่านๆ มากำหนดให้การแก้รัฐธรรมนูญให้ใช้เสียงข้างมากของสองสภารวมกัน แต่ครั้งนี้กลายเป็นว่ามากำหนดเงื่อนไขให้การแก้รัฐธรรมนูญทำได้ยากมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากให้ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง และเสียงข้างมากของสองสภารวมกัน ยังระบุอีกว่า ในเสียงข้างมากนั้นจะต้องประกอบด้วยทั้งเสียงของรัฐบาลและฝ่ายค้านและต้องมีเสียง ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ด้วย ขณะเดียวกันถ้าเป็นประเด็นที่เข้าเงื่อนไขกำหนดในรัฐธรรมนูญ ที่จะแก้บางประเด็น จะต้องนำไปทำประชามติก่อนด้วย ฉะนั้นหากเอาประสบการณ์ของฝ่ายปฏิบัติมาทำให้เห็นแค่ใช้เสียงข้างมากก็ไม่ง่าย สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญและจะกลายเป็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดเงื่อนไขในการแก้ไขไว้ยากมากเป็นพิเศษ

"หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย หรือมีความสมบูรณ์ในตัวของมันเอง การกำหนดเงื่อนไขให้แก้ยากคงไม่ถึงกับเป็นปัญหา เพราะมันดีอยู่แล้วก็ไม่ควรไปแก้ แต่หากเป็นรัฐธรรมนูญที่ยังมีข้อท้วงติงจากหลายฝ่ายยังขาดความเห็นพ้องต้องกัน ถ้าผ่านไปแล้วกำหนดแก้ไขได้ยากเช่นนี้ สุดท้ายเมื่อมันไม่มีทางออก ก็จะกลายเป็นว่าจะต้องนำไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยก็จะกลับมาสู่วงจรอุบาทว์อีก จึงอยากฝากให้ กรธ. นำไปพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ" นายจุรินทร์ กล่าว 

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ในช่วง 2 เดือนนี้ หลังจากที่ กรธ. ได้ส่งความเห็นให้แม่น้ำสายต่างๆ เพื่อทำความเห็นกลับมาและทำความเห็นจากประชาชน ก็อยากให้ฟังจากทั้งฝ่ายทฤษฎีและปฏิบัติร่วมกันไปด้วยอย่างจริงจัง และนำมาประกอบการพิจารณาทบทวน ซึ่งตนอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นที่ยอมรับ มีความสมบูรณ์แบบ มีความเห็นที่สอดคล้องต้องกันได้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เมื่อถามว่า การทำประชามติใช้งบประมาณถึง 3 พันล้าน หากไม่ผ่านจะเป็นอย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า ถึงอย่างไรก็ต้องเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการนั้น ส่วนจะผ่านหรือไม่ ตนไม่อยู่ในฐานะที่ให้ความเห็นได้ ซึ่งตนจะดูในเนื้อหาเป็นหลักว่านำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคต และต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนหรือไม่เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา

เมื่อถามว่า มีการมองกันว่าระบบการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญใหม่ กำหนดจะทำให้การเลือกตั้งในเขตมีความรุนแรง นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนคิดว่าประเด็นอยู่ที่การลงคะแนนเดียวหรือซื้อคะแนนเดียวจะได้ทั้งคนและพรรค ตรงนี้น่าเป็นห่วงมากกว่า  

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนการรวบรวมความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผ่านมาเราเสนอความเห็นต่อ กรธ. มาแล้ว แต่ก็จะมีการให้ความเห็นเพิ่มเติมเป็นระยะ และจะพิจารณาอีกครั้งว่าควรจะมีการทำความเห็นในรูปแบบไหนอย่างไร ซึ่งตนก็กำลังรวบรวมความเห็นจากสมาชิกพรรคอยู่ ด้วยจุดประสงค์ที่เป็นความปรารถนาดี อยากเห็นรัฐธรรมนูญออกมามีความสมบูรณ์ครบถ้วนยิ่งขึ้น และเมื่อมาบังคับใช้จะได้อยู่ได้ยั่งยืน ประเทศจะได้ไม่ย้อนรอยกลับมาที่เดิมหรือนับหนึ่งกันอีก

ส่วนที่นักการเมืองออกมาแสดงความเห็น ถือเป็นเรื่องปกติเหมือนกับทุกกลุ่มทุกสาขาอาชีพ เพียงแต่ในภาพรวมต้องยอมรับว่าเราเป็นผู้มีประสบการณ์ในทางปฏิบัติ หาก กรธ. จะรับฟังความเห็นก็ต้องฟังทั้งผู้ปฏิบัติและภาคทฤษฎี เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความรอบคอบมากขึ้น ส่วนที่มองกันว่าคนที่ออกมาติเพราะเสียผลประโยชน์ ตนมองว่าควรดูที่เนื้อหาของข้อเสนอความคิดเห็นจะดีกว่า หากเนื้อหาเป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นใครอย่างไรก็ควรจะได้รับการรับฟัง 

เมื่อถามถึงกรณีที่การเลือกตั้ง อาจจะเลื่อนออกไปปลายปี 60 นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีโรดแม็ปที่ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรและคิดว่านายกฯ คงพยายามกำกับควบคุมทุกอย่างให้เดินไปตามโรดแม็ป จนถึงนาทีนี้ยังไม่เห็นมีสัญญาณอะไรมาทำให้มองได้ว่าจะเดินไปนอกโรดแม็ปที่กำหนด.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    29.2%
  • ไม่ชอบ
    55.9%
  • สนุก
    1.5%
  • ประหลาดใจ
    4.6%
  • เสียใจ
    7.7%
  • ให้กำลังใจ
    1.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement