วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ไฟเขียวงบกลางปี 1.5 พันล้าน ให้ พาณิชย์ ปรับโครงสร้าง ศก.การค้า

รมช.พาณิชย์ เผย นายกฯ ไฟเขียวงบกลางปี 1,500 ล้าน ให้พาณิชย์ทำยุทธศาสตร์ ปรับโครงสร้าง ศก.การค้า หวังสร้างความเข้มแข็งให้ ศก.ไทยจากภายในสู่ตลาดโลก จ่อชง ครม. อนุมัติสัปดาห์หน้า ตั้งเป้า ช่วยเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 15%...

วันที่ 1 ก.พ. 59 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงแผนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจการค้าภายในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความเห็นชอบในหลักการจากนายกรัฐมนตรี อนุมัติงบกลางปีให้แก่กระทรวงพาณิชย์วงเงิน 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบผูกพัน 3 ปี แบ่งเป็นงบขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ 620 ล้านบาท และงบการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 880 ล้านบาท โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบวันที่ 9 ก.พ. นี้ 

สำหรับงบประมาณดังกล่าว จะใช้สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก เริ่มตั้งแต่การพัฒนาเกษตรกรให้เป็นสมาร์ตฟาร์มเมอร์, วิสาหกิจชุมชน, ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ให้มีความเข้มแข็งทั้งในด้านการผลิตและการตลาด โดยต้องผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด จากที่ผ่านมาไทยติดกับดักผลิตสินค้าล้นตลาด จนราคาตกต่ำและต้องมีการแทรกแซงราคากันโดยตลอด ซึ่งจะทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อุตสาหกรรม มหาดไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (สสว.) รวมถึงคณะกรรมการประชารัฐ

ด้าน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จะร่วมมือกับกรมการค้าต่างประเทศ และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความรู้แก่เกษตรกรเพื่อผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด และส่งเสริมให้แปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ตั้งเป้าหมายให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 15% นอกจากนี้จะผลักดันตลาดชุมชน และเชื่อมโยงตลาดชุมชนเข้าสู่ตลาดกลาง เพื่อช่วยกระจายสินค้าเกษตร โดยจะพัฒนาให้เกิดตลาดกลางสมบูรณ์แบบ มีทั้งคลังสินค้า ห้องเย็น ไซโล โดยจะนำร่องที่ จ.เชียงราย อุดรธานี ราชบุรี จันทบุรี และนครศรีธรรมราช รวมถึงจะผลักดันให้จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า 3 แห่ง ที่สระแก้ว อุดรธานี และราชบุรี เพื่อกระจายสินค้าไทยเข้าสู่ตลาด CLMV 

ด้าน นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จะผลักดันการส่งออกสินค้า บริการ การลงทุน และการท่องเที่ยว มีตลาดเป้าหมายที่ CLMV โดยจะเจาะตลาดเป็นรายเมือง สร้างเครือข่ายธุรกิจไทยกับตลาดเป้าหมาย ผลักดันให้ธุรกิจไทยเข้าไปลงทุน ตั้งเป้าหมายผลักดันให้การค้าเพิ่มขึ้น 15% และการลงทุนเพิ่มขึ้น 20% ส่วนการพัฒนาแบรนด์สินค้า ตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี จะพัฒนาแบรนด์สินค้าไทย ที่มีศักยภาพด้านการตลาดเพิ่มเป็น 650 แบรนด์ จากเดิม 500 แบรนด์ และผลักดันให้เกิดแบรนด์สินค้าไทยในระดับโลกเป็น 40 แบรนด์ จากปัจจุบันที่มีน้อยมาก

สำหรับการทำตลาดผ่านอี-คอมเมิร์ซนั้น กรมฯ มีเว็บไซต์ thaitrade.com ซึ่งเป็นตลาดกลางซื้อขายสินค้าไทยในรูปแบบ b2b แต่จะผลักดันให้เกิดรูปแบบ b2c โดยขายตรงถึงผู้บริโภค และจะผลักดันให้มีผู้ประกอบการเข้าซื้อขายในเว็บไซต์จาก 20,000 ราย เพิ่มเป็น 100,000 ราย ใน 3 ปี และเพิ่มเป็น 200,000 ราย ใน 5 ปี รวมถึงจะเชื่อมโยงเว็บดังกล่าวกับเว็บไซต์ระดับโลกอย่าง alibaba.com สำหรับเจาะตลาดจีน และ amazon.com สำหรับเจาะตลาดยุโรป และสหรัฐฯ