รวบหนุ่มช่างไฟ ฉุด นศ.อดีตแฟนสาวกักขัง-ข่มขืน อ้างรักมาก!! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

รวบหนุ่มช่างไฟ ฉุด นศ.อดีตแฟนสาวกักขัง-ข่มขืน อ้างรักมาก!!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.พ. 2559 16:05
22,078 ครั้ง


ตร.อุดรฯ บุกจับหนุ่มช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าขณะกำลังหลบหนี อ้างแค้นแฟนสาวบอกเลิกหลังทนพฤติกรรมตัวเองไม่ไหว เลยดักฉุดคู่รักในช่วงที่กำลังเลิกเรียน และจะไปเอารถ จยย.เพื่อขี่กลับบ้าน ไปกักขังในรีสอร์ตและข่มขืนถึง 2 วัน...

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 1 ก.พ. พ.ต.ต.ศัลย์ พินิจวัฒนา รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี เผยว่า วานนี้ (31 ม.ค.) ได้นำกำลังจับกุม นายวิรัตน์ อุ่นคำ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 3 ต.โคกคอน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ข้อกล่าวหา พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้วิธีการข่มขืนใจด้วยประการใดๆ ขณะกำลังขนสิ่งของขึ้นรถยนต์กระบะโตโยต้า สีเขียว หมายเลขทะเบียน บธ 6021 อุดรธานี เตรียมหลบหนี ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยกำนัน ถนนนิตโย เขตเทศบาลนครอุดรธานี ควบคุมตัวไปสอบสวน เหตุเกิดวันที่ 24-26 มกราคมที่ผ่านมา

พ.ต.ต.ศัลย์ เผยต่อว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ได้รับแจ้งจาก อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ว่ามีลูกศิษย์ชื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ถูกนายวิรัตน์ ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นแฟนเก่า ดักฉุดขึ้นรถจักรยานยนต์ ที่คิวรถอุดรธานี-เมืองเลย ถนนเลี่ยงเมือง ข้างสถาบันการพลศึกษาอุดรธานี เขตเทศบาลนครอุดรธานี นำไปกักขังและข่มขืน ในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เหตุเกิดตั้งแต่บ่ายวันที่ 24 ม.ค. ตำรวจจึงได้เข้าช่วยเหลือ น.ส.เอ ออกมา ส่วนนายวิรัตน์ ไหวตัวหลบหนีไปได้

หลังจากช่วยเหลือ น.ส.เอ ออกมา ได้สอบสวนปากคำ ทราบว่า น.ส.เอ เคยคบหาเป็นแฟนกับนายวิรัตน์ มาประมาณ 5 เดือน ระยะแรกนายวิรัตน์ได้ดูแลเอาใจใส่ดี แต่ระยะหลังนายวิรัตน์เปลี่ยนไปมาก มีนิสัยหึงหวง ไม่ยอมให้ไปไหน ให้นั่งเฝ้าทำงานอยู่ที่บ้านเช่า ห้ามไปหาเพื่อน หากไปเล่นกับเพื่อนที่หอพัก ก็จะบุกไปเรียกกลับบ้าน หากไม่ยอมก็จะฉุดกระชากขึ้นรถกลับ หนักเข้าไม่ยอมให้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย กักขังไว้ในห้องนานเป็นสัปดาห์ ทำให้ทนไม่ได้จึงได้บอกเลิก ทำให้นายวิรัตน์ไม่พอใจ บุกไปรังควานถึงมหาวิทยาลัยหลายครั้ง จนมหาวิทยาลัยต้องออกหนังสือคุ้มครอง น.ส.เอ และห้ามนายวิรัตน์เข้ามาในบริเวณมหาวิทยาลัยเด็ดขาด

พ.ต.ต.ศัลย์ กล่าวอีกว่า นายวิรัตน์ ไม่ลดละความพยายาม ได้ไปปลูกเปลกับต้นไม้นอนรอ น.ส.เอ ที่คิวรถโดยสารอุดรธานี-เมืองเลย รอ น.ส.เอ กลับมาจากบ้าน เมื่อ น.ส.เอ เดินลงจากรถโดยสารประจำทางไปขี่รถจักรยานยนต์ของตัวเองที่จอดไว้ นายวิรัตน์ ได้อาศัยจังหวะนั้นเข้านั่งซ้อนท้าย และบังคับให้ น.ส.เอ นั่งเฉยๆ ก่อนขี่รถไปรีสอร์ต กักขังไว้ 2 วัน และใช้กำลังข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 3 ครั้ง ก่อนที่ น.ส.เอ จะโทรศัพท์แจ้งอาจารย์ให้ช่วยแจ้งตำรวจมาช่วยออกมาได้ พนักงานสอบสวนได้ส่ง น.ส.เอ ไปตรวจร่างกายเพื่อหาร่องรอยการข่มขืนที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี

ต่อมา วันที่ 31 ม.ค. ร.ต.อ.อรรคพล ทราบว่า นายวิรัตน์ ขับรถกระบะย้อนกลับมาเก็บข้าวของในบ้านเช่าเพื่อหลบหนี จึงได้เข้าจับกุมควบคุมตัวมาสอบสวน จากการสอบสวน นายวิรัตน์ ให้การรับสารภาพว่า คบหากับ น.ส.เอ มา 5 เดือน รักมากไม่อยากให้อยู่ห่าง แม้แต่ไปเล่นกับเพื่อนที่หอพักก็ไม่อยากให้ไป เพราะเกรงว่า น.ส.เอ จะไปมีคนอื่น จึงขังไว้ในบ้านไม่ยอมให้ไปเรียน เสียใจมากที่ น.ส.เอ มาบอกเลิก จึงได้ตาม น.ส.เอ ตลอด กระทั่งสบจังหวะ น.ส.เอ กลับมาจากบ้าน จึงได้นั่งรอที่คิวรถ และฉุดไปปรับความเข้าใจกัน แต่ น.ส.เอ ก็ไม่ยอมคืนดีด้วย กระทั่งตนเห็นตำรวจมาช่วย น.ส.เอ ที่รีสอร์ต จึงได้หลบซ่อนตัวในป่าข้างทาง รอจนตำรวจกลับ จึงย้อนมาเก็บข้าวของเพื่อหลบหนีแต่ก็ไม่รอด ตนยอมรับว่าบังคับ น.ส.เอ ไปกักขังไว้ในรีสอร์ตจริง แต่ไม่ได้บังคับข่มขืนแต่อย่างใด

ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี และรอผลตรวจพิสูจน์ร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำชำเรา จากโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี จึงจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมภายหลัง.


โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    2.6%
  • ไม่ชอบ
    71.1%
  • สนุก
    3.5%
  • ประหลาดใจ
    3.5%
  • เสียใจ
    4.4%
  • ให้กำลังใจ
    14.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement