ลูกเทพก็ไม่ใช่ ทำไมขลังจัง MAZDA MX-5 ND - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ลูกเทพก็ไม่ใช่ ทำไมขลังจัง MAZDA MX-5 ND

โดย อาคม รวมสุวรรณ 2 ก.พ. 2559 10:05
5,123 ครั้ง


ยอดขายทั่วโลกเกือบล้านคันของ Mazda MX-5 บ่งบอกถึงความนิยมชมชอบและความต้องการของนักเลงรถสปอร์ตแบบเปิดหลังคาสองที่นั่งขับเคลื่อนล้อหลัง ตัวเลขยอดขายถล่มทลายของ MX-5 ได้เข้ามากอบกู้สถานะของบริษัทที่กำลังย่ำแย่ในช่วงปี ค.ศ. 1989 หลังจากทำตลาดมาถึง 3 เวอร์ชั่น ช่วงเวลาพิเศษก่อนที่โมเดล MX-5 จะมีอายุสายพันธุ์ครบ 30 ปี

ช่วงต้นปี 2015 ค่าย Mazda ได้เปิดตัว MX-5 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดรหัสตัวถัง ND เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของ MX-5 รุ่นแรกสุดด้วยการวกกลับไปเน้นในเรื่องน้ำหนักและประสิทธิภาพของการขับขี่เหมือนรถรุ่นพี่ที่ได้เคยสร้างความประทับใจเอาไว้ เจนเนอเรชั่นที่ 4 ของ MX-5 เต็มเปี่ยมไปด้วยงานออกแบบเปลือกตัวถังที่สุดยอด การกระจายน้ำหนักพร้อมๆ ไปกับการหั่นน้ำหนักส่วนเกินออกไปให้มากที่สุด โดยยังคงเอกลักษณ์เดิมๆ เอาไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยการปรับให้มันขับสนุกเหมือน MX-5 รุ่นพี่ทุกประการ Mazda Sales Thailand นำเข้ามาขายทั้งคันที่ราคา 2.7 ล้านบาท กับรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SkyActiv-G 160 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ภายนอก แบนเตี้ยสั้นกระชับ
MX-5 ND เปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อเทียบกับ MX-5 NC รุ่นที่แล้ว การออกแบบด้วยแนวคิด KODO Design ปรับให้ขนาดของรถรุ่นใหม่จาก Mazda กะทัดรัดมากยิ่งขึ้น มุมมองด้านหน้าที่ดุดันและโฉบเฉี่ยว งานสปอยเลอร์กับช่องรับอากาศทรงห้าเหลี่ยม ไฟหน้าแบบตาเหยี่ยว ฝากระโปรงหน้าลาดต่ำและโอเวอร์แฮงค์ของตัวรถที่สั้นกุด แก้มข้างโป่งนูนคล้ายกับ Jaguar E-Type Roadster ที่ถูกหลอมรวมกับ Alfa Romeo Spyder มุมด้านหน้าที่จิกกดลงด้านล่าง ไฟหรี่ LED แบบมุมทแยง ชิ้นงานครีบรีดอากาศที่สวยงามและใช้งานได้จริงที่ชายล่างของสปอยเลอร์ ด้านข้างไหลลื่นมีทั้งช่วงสะโพกส่วนท้ายกับแนวด้านข้างที่ปราศจากเส้นนำสายตาด้วยการออกแบบที่มุ่งไปยังความลื่นไหลของรูปทรงมากเป็นพิเศษ ทีมออกแบบของ Mazda ยังเลือกวัสดุน้ำหนักเบาในส่วนของฝากระโปรง ฝาท้ายและชิ้นส่วนบางชิ้นของระบบรองรับซึ่งทำจากอะลูมินั่มอัลลอย การนำเอาวัสดุพวกโลหะเบามาใช้งานบริเวณเปลือกตัวถัง คานโครงถักดามแชสซีส์กับชิ้นส่วนช่วงล่างอัลลอยทำให้ Roadster คันนี้เบาขึ้นอีกถึง 100 กิโลกรัม

บั้นท้ายดินระเบิด
ส่วนท้ายมีมุมที่แปลกตาออกแบบได้อย่างน่าตื่นตะลึง บั้นท้ายของ MX-5 ND ก็ยังคล้ายกับ Roadster บางรุ่นของ BMW ไฟท้ายทรงแปลกตามีรูปทรงที่เชื่อมโยงกับฝาท้ายแบนราบ สปอยเลอร์หลังโค้งมนและฝาท้ายที่ลาดต่ำตัดกับไฟท้ายแบบใหม่ของ MX-5 ND ไฟท้ายทรงกลมเหมือนเดิมแต่มีรายละเอียดมากขึ้นและใช้หลอด LED รวมถึงไฟเบรกดวงที่ 3 ติดตั้งอยู่บนฝาท้าย MX-5 เป็นรถสปอร์ตคันเล็กที่ผสมผสานเส้นสายตัวถังแบบเรียบง่ายแต่สวยงามสมส่วนลงตัว พร้อมด้วยขนาดที่กะทัดรัดมากยิ่งขึ้น ความกว้างของตัวรถสวนทางกับความยาว MX-5 ND มีความกว้างถึง 1,735 มิลลิเมตร มากกว่ารุ่นที่แล้ว 15 มิลลิเมตร ความยาวรวม 3,915 มิลลิเมตร หดสั้นลงไปอีก 105 มิลลิเมตร สัดส่วนความสูงลดลงเหลือ 1,235 มิลลิเมตร เตี้ยลงอีก 10 มิลลิเมตร สำหรับความยาวของฐานล้อที่ตัวเลข 2,310 มิลลิเมตร สั้นลงอีก 20 มิลลิเมตร ทำให้ Mazda MX-5 ND มีขนาดของเรือนร่างใกล้เคียงกับ Mazda MX-5 NA รุ่นแรกสุดปี 1989 ล้อและยางจัดล้ออัลลอยสีเทา-ดำ ขอบ 17 นิ้วลายก้านกับยางซิ่งคุณภาพสูง Bridgestone Potenza S001 ไซส์ 205/45R17 ดัชนีความเร็ว 84W

หลังค้าผ้าใบน้ำหนักเบา
หลังคาคือหัวใจของรถเปิดประทุน MX-5 ND กับแนวคิดน้ำหนักเบาทำให้หลังคาของมันกลายเป็นหลังคาผ้าใบเหมือนกับรุ่นแรกสุด หลังคาผ้ามีจุดล็อกและปลดล็อกอยู่กึ่งกลางหลังคนขับ ใช้มือปลดล็อกปุ่มล็อกพลาสติกแล้วยกหลังคาด้วยมือเพียงข้างเดียว (หากคุณเป็นคนแข็งแรง) ใช้เวลาในการเปิดหลังคาด้วยมือประมาณ 10 วินาที ส่วนหลังคาอัลลอยไฟฟ้าน้ำหนักเยอะในรุ่นที่แล้วกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อนำกลับมาใช้ใน MX-5 รุ่นต่อไปในอนาคต ความคลาสสิกของหลังคาผ้าเข้ากับรูปแบบ Roadster แม้จะเก็บเสียงได้ไม่ดีเท่ากับหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ แต่หลังคาผ้าใบก็มีน้ำหนักเบาและไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องคอยบำรุงดูแลรักษามากเท่ากับหลังคาไฟฟ้า การใช้งานก็ยังสะดวกรวดเร็วกว่ากันมาก

ภายในโดนใจขาแรง
SkyActiv ยังลุกลามไปถึงห้องโดยสาร ค็อกพิตของ MX-5 คือตำแหน่งนั่งขับในตำนาน เบาะแบบใหม่ใช้วัสดุดีขึ้นกว่าเดิม เบาะหนังแท้สีดำเย็บเดินตะเข็บอย่างประณีตด้วยด้ายแดง คอนโซนแดชบอร์ดแปลกแยกจาก Mazda 2 /Mazda 3 /Mazda CX-3 เล็กน้อยแต่ยังมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน จอแสดงผลกลางแบบสั่งงานด้วยระบบสัมผัสหรือสั่งงานผ่านปุ่มที่คล้ายกับ i-DRIVE ของ BMW ช่องแอร์ทรงกลมสามช่องกับตำแหน่งขอบล่างของแดชบอร์ดที่ทันสมัย วัสดุที่ดีขึ้นทั้งพลาสติก หนังและโลหะทำให้ภายในของ MX-5 ND มีความยั่วยวนชวนให้นั่งขับ ตำแหน่งของคนขับถูกปรับเซ็ตด้วยความใส่ใจ ทำให้ MX-5 เป็นรถสปอร์ตเล็กที่มีตำแหน่งนั่งควบคุมอยู่ในอันดับต้นๆ ของวงการ Roadster ไม่เป็นรอง BMW Z4 หรือแม้แต่ Mercedes Benz SLK แม้แต่น้อย

วัสดุดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว
ซุ้มเกียร์แบบสปอร์ตแตกต่างจากพี่น้องร่วมสายพันธุ์ คันเกียร์หุ้มหนังและถุงหนังออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับซุ้มเกียร์ธรรมดา ปุ่มปรับโหมดสปอร์ตเล็กๆ ที่หลังซุ้มเกียร์ เกียร์ของ Mazda MX-5 ND รุ่น 2.0 ที่ขายในประเทศไทยเป็นเกียร์ออโต 6 สปีดทอร์คคอนเวอร์เตอร์ คันเกียร์จึงมีการออกแบบให้คนขับสามารถชิพเกียร์ทั้งที่คันเกียร์เองด้วยการผลักมาทางขวา แล้วดันขึ้น-ลงเพื่อลดหรือเพิ่มอัตราทด ส่วนแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย Paddle Shift เหมาะกับเส้นทางขึ้นลงภูเขาซึ่งทำให้การเปลี่ยนอัตราทดมีความสะดวกและรวดเร็วเหมาะกับรูปแบบสปอร์ตโรดสเตอร์เนื่องจากเป็นชุดเกียร์แบบฟันเฟืองที่ปรับเซ็ตอัตราทดให้เชื่อมโยงกับการทำงานของเครื่องยนต์ SkyActiv-G

พวงมาลัยจ๊าบสุด
พวงมาลัยสปอร์ตสามก้านหุ้มหนังมีขนาดรอบวงพอดิบพอดี เป็นพวงมาลัยที่แตกต่างไปจากรถรุ่นอื่นๆ ของ Mazda หุ้มด้วยหนังสีดำเย็บตะเข็บด้วยด้ายแดงเชื่อมโยงกับเบาะ แผงประตู คอนโซลและถุงหุ้มคันเกียร์ ก้านวงมีสวิตช์ปรับตั้งค่าต่างๆ รวมกับสวิตช์สั่งงานระบบเครื่องเสียง สวิตช์รับ-วางสายโทรศัพท์ระบบ Bluetooth สวิตช์ของระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ส่วนหน้าปัดมาตรวัดต้องยอมรับว่า Mazda Motor เป็นค่ายรถที่ทำหน้าปัดออกมาได้โดดเด่นโดนใจโดยเฉพาะหน้าปัดของรถรุ่นใหม่ๆ ซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่างไปจากมาตรวัดของรถยุ่นทั่วไป มาตรวัดแบบสปอร์ตทรงกระบอก สร้างมุมมองที่เร้าใจด้วยการใช้เข็มวัดรอบและวัดความเร็วชี้ทิ่มลงล่างราวกับหน้าปัดของรถสปอร์ตจากฝั่งยุโรป กรอบมาตรวัดทรงกลมด้านซ้ายสุดเป็นจอ MID คอยแจ้งเตือนข้อมูลของรถขณะขับ มาตรวัดกึ่งกลางใหญ่ขึ้นเป็นมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ ส่วนมาตรวัดความเร็วด้านขวา ใช้พื้นมาตรวัดสีดำกับตัวเลขสีขาว เมื่อขับตอนกลางคืนไฟมาตรวัดจะออกโทนสีแดงส้ม เร้าใจวัยแรงกันไป

ค็อกพิตแบบสปอร์ต
Cockpit ของ MX-5 ND ต้องกลมกลืนไปกับลักษณะที่พลิ้วไหวของตัวถัง นับเป็นงานออกแบบที่ยากยิ่งของทีมดีไซเนอร์จาก Mazda Motor ห้องโดยสารของ MX-5 รุ่นล่าสุดเน้นหนักไปที่ความคลาสสิกเชื่อมโยงกับรูปแบบอันทันสมัยของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการตกแต่งห้องโดยสาร เป็นการอวด Cockpit ขนาดกะทัดรัดแบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งเน้นหนักในด้านอารมณ์ มุมมองและการใช้งานผสมความสง่างามสมส่วนและลงตัว พวงมาลัยทรง 3 ก้านแบบสปอร์ตคล้ายกับพวงมาลัยของ Mazda 2 ขนาดรอบวงมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 366 มิลลิเมตร ที่มอบทั้งความกะทัดรัดและกระชับฉับไว ผสานกับชุดบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าซึ่งใช้มอเตอร์ควบคุมการแปรผันน้ำหนักแบบต่อเนื่อง รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรคันทดสอบมีสวิตช์ควบคุมติดมาให้ฝั่งซ้ายเพื่อลดภารกรรม การปรับตั้งและใช้งานของคนขับ พวงมาลัยของ MX-5 ND ปรับได้แค่ขึ้น-ลงแต่ก็ครอบคลุมท่านั่งและทุกสรีระของผู้ขับขี่ เนื่องจากสามารถเลื่อนเบาะเข้าหรือออกได้ค่อนข้างมาก ในส่วนของพวงมาลัยรุ่น 2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รุ่นขายในประเทศไทยยังมีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift ติดตั้งมาให้ใช้งานเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการชิฟเกียร์ด้วยตัวของผู้ขับขี่เอง

Mazda MX-5 ND Recaro Bucket Seat With BOSE
เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตติดตั้งลำโพงไว้ด้านบนตัวเบาะทั้งสองฝั่ง รูปแบบงานตกแต่งห้องโดยสารรวมไปถึงเกรดของหนังและพลาสติกที่อยู่ในเกณฑ์ดี เบาะนั่งจาก Recaro ใช้รูปทรงแบบ Bucket Seat วัสดุที่ใช้สำหรับห่อหุ้มตัวเบาะรุ่นสูงสุดเป็นหนังแบบ Nappa และ Alcantara อย่างที่บอกว่าเบาะแบบสปอร์ตของ MX-5 ND รุ่นใหม่นั้นติดตั้งลำโพงเอาไว้ในตัวเบาะ จากการจับมือกันระหว่าง Mazda และค่ายผู้ผลิตเครื่องเสียงติดรถยนต์ชั้นนำอย่าง BOSE เป็นการร่วมมือในการพัฒนาระบบเสียงให้กับ Mazda MX-5 ซึ่งนับเป็นงานหินสุดๆ สำหรับการออกแบบเครื่องเสียงในรถยนต์แบบเปิดประทุนที่จะต้องมอบเสียงเพลงที่มีความคมชัดสมบูรณ์แบบท่ามกลางเสียงลมปะทะกับใบหน้า เบาะแบบสปอร์ตของ MX-5 ND มีการลงมือลงแรงจากวิศวกรของ BOSE โดยทำการฝังลำโพงขนาด 5 เซนติเมตร ไว้ในบริเวณส่วนบนของตัวเบาะให้ใกล้กับหูของคนขับและผู้โดยสารแบบฝั่งละ 2 ตัว (แยกซ้ายขวาในระบบสเตริโอ) เพื่อส่งสัญญาณเสียงแบบ Studio ตรงไปยังหูทั้งสองข้าง ลำโพงในส่วนที่ติดตั้งอยู่ด้านในของตัวเบาะจึงมีทั้งหมดถึง 4 ตัวสำหรับเบาะนั่งทั้งสอง สำหรับลำโพงในส่วนอื่นๆ ประกอบด้วย Tweeters ขนาด 2.5 เซนติเมตร จำนวน 2 ตัว ติดตั้งที่บริเวณเสาหน้าหรือเสา A ลำโพง Wide-range ขนาด 16.5 เซนติเมตร ติดตั้งอยู่ในบานประตูทั้งสองฝั่ง รวมกับ Sub Woofer ขนาด 13 เซนติเมตร พร้อมกล่องบรรจุปริมาตร 6 ลิตร เพื่อกำลังขับของเสียงเบสแบบแน่นๆ ติดตั้งอยู่ใต้เบาะนั่งด้านฝั่งคนขับ ปิดท้ายด้วย Digital Amplifier เพื่อมิติอันละเอียดอ่อนครบครันของเสียงเพลงที่เล่นผ่าน CD / DVD / MP3 / i-Pod ผ่านช่องเชื่อมต่อ AUX USB ครบครันตามมาตรฐานอันสูงส่งของเครื่องเสียงติดรถยนต์จากบริษัท BOSE

Mazda MX-5 ND 2.0L Skyactiv G Engine
Mazda MX-5 ND รุ่น 2 ลิตร ที่ Mazda Sales Thailand นำเข้ามาขายทั้งคันนั้นตัวรถถูกประกอบในโรงงานของ Mazda ที่เมือง
ฮิโรชิม่า วางเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Skyactiv G Engine ซึ่งเป็น MX-5 รุ่นที่จะเข้ามาขายในประเทศไทยนั้น เป็นเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC หายใจเองไม่มีระบบอัดอากาศมาคอยช่วยเหลือ ปริมาตรความจุเครื่องยนต์ที่ 1,998 ซีซี 16 วาล์ว 160 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 20.5 กิโลกรัม/เมตร หรือ 200 นิวตันเมตรที่ 4,600 รอบต่อนาที ตัวเลขทางสมรรถนะให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้อยู่ที่ 214 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ที่ 15.0 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อย Co2 ที่ 154 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร มาตรฐานมลพิษ EURO-6

ล้วงไส้ในกันดีกว่า
มาดูที่ไส้ในของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv G Engine ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ 2 ลิตรตัวเดียวกันกับ Mazda 3 และ Mazda CX-3 แต่มีการปรัลจูนแรงบิดให้เหมาะสมกับคาแรกเตอร์สปอร์ตสองที่นั่งเปิดหลังคา ชิ้นส่วนภายในพวกหัวลูกสูบถูกออกแบบให้เป็นหลุมในช่วงปลายจังหวะของการอัดหลังศูนย์ตายบนมาเล็กน้อย ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่เข้าไปปะทะกับละอองน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูง 200 บาร์ (แปรผันไปตามโหลด) จากปลายหัวฉีดแบบ Multi-hole Injecter ปลดปล่อยละอองเชื้อเพลิงแบบ 360 องศา เพิ่มประสิทธิภาพในการรวมตัวของไอดีหรือเชื้อเพลิงบวกกับอากาศ สิ่งที่วิศวกรของ Mazda ค้นพบในช่วงของการวิจัยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv G Engine รุ่นใหม่คืออุณหภูมิของการเผาไหม้ที่ลดลง ตัดวงจรการไหลย้อนกลับของไอเสีย เครื่องยนต์สามารถสร้างแรงบิดในรอบกลางถึงรอบสูงสุดเพิ่มขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบเรียบแม้จะมีอัตราส่วนกำลังอัดสูงมากถึง 13.0:1 ฝาครอบเครื่องยนต์แบบใหม่ช่วยลดน้ำหนักของตัวเครื่องและมีความสวยงาม ในบางแง่มุมทางวิศวกรรมต้นกำลังของเครื่องยนต์รุ่นนี้ ความกว้างกระบอกสูบคูณช่วงชักที่ 83.5 มิลลิเมตรคูณ 91.2 มิลลิเมตร ทำให้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv G Engine เป็นเครื่องแบบสโตรกยาวชอบให้ลากรอบขึ้นไปในย่านสูงๆ เครื่อง 2 ลิตรตัวนี้ยังตอบสนองอย่างว่องไว เนื่องจากไม่มีระบบอัดอากาศที่อาจทำให้เกิดอาการรอรอบนั่นเอง

เกียร์ออโตอัตราทดแจ่ม Mazda MX-5 ND Skyactiv Transmission
ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ของ Mazda MX-5 ND มีราคาค่าตัวมากถึง 30% จากราคารถทั้งคัน ระบบส่งกำลังใน New MX-5 ประกอบด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ประจำการรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเกียร์ออโตแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ถูกพัฒนาและออกแบบมาให้เข้ากับย่านของแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์ โดยเน้นไปที่สมรรถนะของการทดกำลังแบบเกียร์ธรรมดาและความสะดวกสบายกระชับฉับไวในการตอบสนองของเกียร์ออโต มีฟังก์ชั่นลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง i-Stop และ i-ELOOP ฟังก์ชั่นดังกล่าวทำหน้าที่ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดนิ่งอยู่กับที่ขณะติดสัญญาณไฟจราจร โดยจะกลับมาติดเครื่องยนต์ทันทีที่ผู้ขับถอนเท้าออกจากคันเร่งหรือเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่าอุณหภูมิของห้องโดยสารสูงขึ้น (เมื่อเครื่องยนต์ดับด้วยระบบ i-Stop และ i-ELOOP คอมเพรซเซอร์แอร์จะหยุดการทำงานเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง) เครื่องยนต์จะติดตัวเองอย่างรวดเร็วเพียงแค่ 0.35 วินาที หลังจากผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นเบรกไปแตะที่คันเร่งไฟฟ้า

MX-5 ND With Skyactiv Transmission
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้ความรู้สึกแม่นยำในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนอัตราทดทั้งในโหมดการทำงานแบบออโตหรือแมนนวล ปุ่มควบคุม Drive-Selection ปรับตั้งมาจากโรงงานเพื่อการตอบสนองต่อการเปลี่ยนเกียร์ที่แม่นยำ การควบคุมการส่งกำลังที่แม่นยำพร้อมล็อกอัพที่กว้างมากยิ่งขึ้น MX-5 ND ใช้ล็อกอัพแดมเปอร์ที่สามารถดูดซับแรงบิดที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาได้ง่ายขึ้นในจังหวะของช่วงการล็อกอัพ ช่วงล็อกอัพที่กว้างมากขึ้นทำให้เกียร์ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ แตกต่างไปจากชุดควบคุมล็อกอัพแบบเก่าที่จะทำงานเฉพาะเกียร์ 5-6 เท่านั้น Mazda MX-5 ND ขยายตัวล็อกอัพออกไปจนถึงช่วงเกียร์ 2 และสลิปเปอร์คอนโทรลในช่วงเกียร์ 3 ส่งผลให้เกียร์มีการทำงานที่เที่ยงตรงมากยิ่งขึ้นต่อเนื่องกับการกดแป้นคันเร่งและช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเดิม Bilpping Function จะช่วยเพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์ทันทีที่ผู้ขับเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำในขณะที่ขับใช้งาน Manual Mode หรือเมื่อเกียร์คาอยู่ในตำแหน่ง D ช่วยปรับรอบเครื่องยนต์ให้มีความเหมาะสมกับเกียร์ที่ผู้ขับเลือกใช้งาน ทำให้เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วมากกว่าเดิม การเปลี่ยนเกียร์มีความลื่นไหลต่อเนื่องในทุกจังหวะ ฟังก์ชั่นนี้ยังทำงานอัตโนมัติเมื่อใช้งาน Active Adaptive Shift AAS หรือเลือกใช้งานในโหมดสปอร์ต ผสาน Drive-Selection ในการขับขึ้นลงทางลาดชันหรือขับขึ้นลงทางบนภูเขาและเกียร์อยู่ในตำแหน่ง D หรือเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็ว Blipping จะช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ได้อารมณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น Drive-Selection สามารถเลือกขับในแบบสปอร์ตด้วยการเลือกโหมด Sport เกียร์จะไปอยู่ที่ตำแหน่งเกียร์ต่ำโดยอัตโนมัติ แรงบิดจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเหยียบคันเร่ง ให้การตอบสนองในแบบที่ควรจะเป็นแม้แค่แตะคันเร่งเบาๆ

พวงมาลัยไฟฟ้า
พวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Electric Power Steering ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าผ่อนแรงการหมุนและมีระบบแปรผันน้ำหนักโดยตรงกับความเร็ว โดยมอเตอร์จะทำงานมากขึ้นในช่วงความเร็วต่ำให้น้ำหนักพวงมาลัยในการใช้งานท่ามกลางเมืองใหญ่ที่ต้องใช้ความเร็วต่ำมีความเบาสบายมือ มอเตอร์จะผกผันไปตามความเร็ว จนอยู่ในลักษณะหยุดทำงานเมื่อขับขี่ในย่านความเร็วสูงทำให้น้ำหนักของพวงมาลัยมีความมั่นคงและแม่นยำไม่เบาจนเกินไปเมื่อใช้ความเร็วบนไฮเวย์ พวงมาลัยแบบ ESP ของ Mazda นับได้ว่ามีความฉลาดมากกว่าพวงมาลัยไฟฟ้าแบบอื่นที่ให้ความรู้สึกเบามากจนเกินไปในย่านความเร็วสูงแล้วส่งผลกระทบไปถึงการทรงตัวจากน้ำหนักของพวงมาลัยที่เบานั่นเอง

Mazda MX-5 ND Skyactiv-Chassis
ระบบกันสะเทือนหรือระบบรองรับใน Mazda MX-5 ND เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของเทคโนโลยี Skyactiv-Chassis ระบบกันสะเทือนด้านหน้าใช้แบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนคล้ายกับกันสะเทือนในซุปเปอร์คาร์ราคาแพง รูปแบบอิสระของกันสะเทือนหน้าและความสมมาตรของการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยมส่งผลลัพธ์ท่ีดีไปถึงความเสถียร สำหรับระบบรองรับด้านหลังใช้ระบบกันสะเทือนแบบมัลติลิงก์ แขนลิงก์ที่ยึดโยงกับจุดยึดอย่างแน่นหนาพร้อมเหล็กกันโคลงผ่านการคำนวณค่าทางกลศาสตร์มาเป็นอย่างดีในขั้นตอนของการพัฒนา ระบบรองรับด้านหลังแบบมัลติลิงก์ช่วยให้อาการแบบรถขับเคลื่อนล้อหลังมีความชัดเจน ถูกพัฒนาโดยใช้การปรับแก้จุดยึดและแขนยืดของชุดกันสะเทือนหลังใหม่หมด การกระจายแรงสั่นสะเทือนของลิงก์หรือแขนยึดเปลี่ยนไป ช่วงล่างจะให้ตัวมากยิ่งขึ้น สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ โดยซับแรงสะเทือนให้ลดลง ขณะเดียวกัน โช้คอัพของ MX-5 ND เป็นแบบ Mono-Tube มอบอารมณ์ของกันสะเทือนในรูปแบบสปอร์ตที่มีให้ทั้งความนิ่มและความหนึบโดยปราศจากอาการย้วยอย่างสิ้นเชิง

Mazda MX-5 ND i-ACTIVSENSE
ระบบความปลอดภัยถือเป็นหัวใจของรถยนต์ Mazda ทุกรุ่น สำหรับ MX-5 ND จัดเต็มมาครบทั้งระบบความปลอดภัยแบบ Proactive Safety /Active Safety ถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัย ระบบช่วยเบรก ระบบช่วยทรงตัว Limited Slip ระบบ i-ACTIVSENSE มีทั้งติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาจากโรงงาน หรือจ่ายเงินเพิ่มเป็นออปชั่นเสริมในบางประเทศ ประกอบด้วย โครงสร้างที่แข็งแรงพร้อมกับ SM Blind Spot Monitoring ใช้เรดาร์พิสัยใกล้ความถี่ 24GHz ทำการตรวจสอบรถยนต์ที่อยู่ด้านข้างและด้านหลัง พร้อมส่งสัญญาณไฟกะพริบเตือนให้ผู้ขับขี่ได้รับทราบเพื่อเพิ่มความระมัดระวังก่อนการเปลี่ยนช่องทาง ระบบ RCTA Rear Cross Traffic Alert ใช้เซนเซอร์ของระบบ BSM แจ้งเตือนผู้ขับขณะขับถอยหลัง ระบบ LDWS Lane Departure Warning System ใช้กล้องตรวจจับเส้นแบ่งเลนบนผิวถนน เมื่อผู้ขับเปลี่ยนช่องทางโดยไม่เปิดสัญญาณไฟ ระบบจะประเมินว่าผู้ขับอาจหลับใน จะส่งสัญญาณเสียงแจ้งเตือนทันที ระบบ HBC High Beam Control ปรับไฟสูงให้ลงมาเป็นไฟต่ำแบบอัตโนมัติเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบรถที่วิ่งสวนทางมา ระบบ AFS Adaptive Front lighting system ปรับลำแสงไฟหน้าแบบ LED ในชุดไฟต่ำด้านซ้ายและขวาให้มีความสัมพันธ์กับทางโค้งและความเร็วที่ใช้ในการเข้าโค้ง เพื่อเป็นการลดมุมอับของแสงไฟในระบบส่องสว่าง

ไปขับทดสอบกันดีกว่า
กันยายน 2015 ในสนาม Mine Circuit เมืองฟูกุโอกะ ผมมีโอกาสได้ขับทดสอบ MX-5 ND รุ่นใหม่แค่ 13 กิโลเมตรรอบสนามทดสอบของ Mazda Motor บนเกาะทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เป็นการขับช่วงสั้นๆ ที่น่าประทับใจด้วยรถโรดสเตอร์เครื่อง 1.5 ลิตร 26 มกราคม 2016 Mazda Sales Thailand เชิญสื่อมวลชนทดลองขับ MX-5 ND รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เป็นการทดสอบประสิทธิภาพของ MX-5 รุ่นใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย โดยใช้เส้นทางจากโรงแรมมุติมายา ไปยังเขื่อนลำพระเพลิงแล้ววกกลับมายังจุดเดิม รวมระยะทางในการขับทดสอบ 97 กิโลเมตร

ปรัชญาคนกับม้า หรือคนควบคุมเครื่องจักรกลที่ Mazda พยายามนำเสนอผ่านรถสปอร์ตปรากฏให้เห็นทันทีที่เข้าไปนั่งในตำแหน่งคนขับของ MX-5 รุ่นใหม่รหัสตัวถัง ND ซึ่งหมายรวมถึงการเป็นรถสปอร์ตเปิดหลังคารุ่นขายดีเวอร์ชั่นที่ 4 ข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นกับ MX-5 NC จากน้ำหนักตัวที่บานเบอะไปนิดทำให้การควบคุมลดความเข้มข้นลงไปพอสมควร น้ำหนักที่เคยสร้างปัญหาให้กับรถรุ่นพี่ ถูกขจัดออกไปจนหมดในรถรุ่นใหม่ ทำให้ MX-5 รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร มีน้ำหนักแค่ 1,045 กิโลกรัม เบาอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะทำออกมาได้เบาและผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกา ความรู้สึกปราดเปรียวจากเรือนร่างที่เล็ก แบน สั้นและเตี้ยต่ำติดพื้น คล้ายกับ Z4 ที่ถูกรีดเอาน้ำหนักส่วนเกินออกไปจนผอมเพรียว ความเบาและเรียบง่ายพร้อมช่วงล่างที่จูนมาดีทำให้ MX-5 ND เหมือนกับรถรุ่นพี่อย่าง MX-5 NA เวอร์ชั่นแรกสุดท่ีเน้นความเล็กและเบาเป็นสรณะ

Jinba ittai ส่งผลให้ MX-5 ND เล็กและเบาหวิว ตำแหน่งนั่งขับอยู่กลางลำตัวรถ ทำให้ทุกการขยับเคลื่อนที่ของมันส่งถ่ายความรู้สึกออกมาเต็มๆ ไปยังตัวของผู้ขับ ตัวเลขของการกระจายน้ำหนัก 50/50 หน้าหลังเท่ากันทำให้รถสปอร์ตอย่าง Audi TT / BMW Z4 e89 / Mercedes Benz SLK R172 ถึงกับออกอาการอิจฉา การกระจายน้ำหนักที่สมมาตรทำให้ให้การเลี้ยวโค้ง เบรก หรือการเปลี่ยนทิศทางเร็วๆ ทำได้ดั่งใจนึก แนวคิดคนและม้าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวโดยเน้นไปที่อารมณ์ของการขับคือสิ่งที่ Mazda ทำออกมาได้ดีเป็นพิเศษ เส้นทางแถบวังน้ำเขียวไม่ไช่ถนนหนทางที่จะมาขับกันได้แบบง่ายนัก ทางจากมุติมายาที่จะมุ่งไปยังริมเขื่อนลำพระเพลิงอุดมไปด้วยโค้งโหดๆ เนินตาบอดและรถบรรทุกอ้อย รอยปะปุจากผิวถนนลาดยางที่เริ่มผุพังในบางจุด โค้งแปลกๆ ที่มีมุมมืดบอดไม่เหมาะกับการขับเร็วด้วยประการทั้งปวง อุณหภูมิที่เป็นใจ เนื่องจากความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาแรงสุดลิ่มมากถึง 1,064 มิลลิบาร์ โดยในช่วงบ่ายที่ขับทดสอบ อุณหภูมิอยู่ที่ 21 องศาเซลเซียส พร้อมกระแสลมแรง ทำให้อากาศแถบเชิงเขาใหญ่หนาวเย็นจับใจเหมาะกับการขับรถเปิดหลังคาไปเรื่อยๆ เพื่อกินลมชมวิว ไหล่ทางที่สูงชัน ถนนสองเลนสวนที่ค่อนข้างอันตรายกับรถพ่วงยักษ์เจ้าถิ่นทำให้ผมและขจรศักดิ์ ลู นักข่าวจาก Bangkok Post ใช้ความเร็วต่ำแล้วค่อยๆ ลัดเลาะเจ้า MX-5 ไปเรื่อยๆ จนถึงจุดเปลี่ยนคนขับซึ่งผมต้องเข้ามารับหน้าที่ขับกลับจากสันเขื่อนลำพระเพลิงไปยังโรงแรมมุติมายา

เครื่อง 2.0 ลิตร 160 แรงม้าแบกรับน้ำหนักรถทั้งคันที่ 1,045 กิโลกรัมทำให้ MX-5 ND ห้อได้เร็วราวกับรถสปอร์ตที่วางเครื่องโตๆ มันไม่ใช่รถที่ช้าแม้จะมีแรงบิดไม่มากแค่ 200 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที เอาเข้าจริงๆ เครื่อง SkyActiv G ซึ่งเป็นเครื่องตัวเดียวกันที่วางใน Mazda CX-3 และ Mazda3 กลับตอบสนองได้อย่างสุดยอดต่อการเร่งความเร็วในจังหวะแซง อย่าลืมว่ามันหนักแค่ตันเดียวเท่านั้น คันเร่งไวและอัตราทดของเกียร์ออโต 6 สปีดก็จัดจ้านมากๆ โหมด Sport ถูกควบคุมโดย ECU ของเกียร์สมองกลไฟฟ้าจะสั่งให้เกียร์คาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ 3 นานเป็นพิเศษเพื่อเรียกแรงบิดสูงสุด ความเบาและพลังจากเครื่องยนต์ทำให้ MX-5 ND เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที เร็วพอๆ กับ Z4 20i M-Sport หรือแม้แต่ SLK200 AMG Dynamic และเร็วกว่า Toyota GT86 / Subaru BRZ ที่ทำได้ 7.7 วินาที ช่วงทางตรงที่ผมลงคันเร่งจนสุดเพื่อแซงจึงมีพลังสำรองมากพอ ออกจะมากเกินไปในแถบวังน้ำเขียวเนื่องจากโค้งตาบอด ทางดิ่งลงเนินที่อาจมีรถช้าวิ่งคล่อมอยู่กลางเลน แต่มันก็ยังแสดงความยอดเยี่ยมของแชสซีส์ออกมาให้เห็นเมื่อเบรกหรือวิ่งเข้าโค้งด้วยความเร็วที่ไม่ปกติ

พวงมาลัยไฟฟ้าเบาและคล่องแคล่วว่องไวมากเมื่อจับคู่กับแพหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่ซึ่งเป็นช่วงล่างหน้าของสปอร์ตคาร์ชั้นดี เจ้า MX-5 ND จึงให้ความรู้สึกของการควบคุมคล้ายกับรุ่นแรกสุดที่เล็กและเบาระบบควบคุมการทรงตัวเปิดโอกาสให้ซ่าได้พอหอมปากหอมคอ ก่อนจะส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียงพร้อมดอดเข้ามาจัดการควบคุมองคาพยพของตัวรถในแบบที่คุณเองก็ไม่รู้สึก ท้ายไวและบานออกในลักษณะที่ค่อยเป็นค่อยไปไม่วูบวาบสาดออกเร็วจนน่าตกใจและทำให้เสียอาการจนยากที่จะแก้ใขซึ่งอาการแบบนั้นมักเกิดขึ้นกับสปอร์ตคาร์พลังมากกว่า 300 แรงม้า แต่สันดานชอบกวาดท้ายของ MX-5 ก็มีทั้งแง่บวกและแง่ลบ ในแง่บวกมันทำให้ขับสนุกและคุณคือคนที่ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า ส่วนแง่ลบเมื่อท้ายไวไปเร็วและอยู่ในมือของคนที่ขับไม่เก่งก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายๆ เมื่อใส่มาเต็มในโค้งมุมแคบ ยาง Bridgestone Potenza S001 นั้นเป็นยางที่ดี ไซล์ 205/45R17 เป็นการบ่งชี้ว่า Mazda ไม่ต้องการให้ส่วนท้ายเกาะมากจนเกินไปด้วยการเลือกใช้ขนาดยางที่เล็กลง การพยายามขับให้เร็วบนถนนที่แคบและเต็มไปด้วยเนินแบบนี้ ทำให้ผมเกิดอาการประสาทหลอนจนต้องลดความเร็วลงมาในระดับขับจ่ายตลาดเพื่อชื่นชมกับวิวสองข้างทางและอากาศที่เย็นฉ่ำปอด แทนที่จะมานั่งเกร็งตัวแข็งหดคอคอยระวังโน่นนี่นั่นเพราะขับเร็วเกิน

รถสปอร์ตอย่าง MX-5 ต้องหวดหนักๆ ในโค้งถึงจะเห็นคุณค่าแต่การขับที่ความเร็วต่ำแบบไหลไปเรื่อยๆ ก็ให้อารมณ์สุนทรีย์ไปอีกแบบ รถรุ่นใหม่มีเบาะที่ค่อนข้างเตี้ยสำหรับคนที่มีรูปร่างปกติ เบาะโอบกระชับสัดส่วนแต่พวงมาลัยปรับไกล-ใกล้ไม่ได้ ทำให้คุณต้องปรับเบาะนั่งให้พอดีกับระยะของพวงมาลัยซึ่งก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ส่วนอื่นของห้องโดยสารทำออกมาได้ดีน่าพอใจ คุณภาพของห้องโดยสารที่เคยเป็นจุดอ่อนมาถึงสามเจนเนอเรชั่น พอมาถึงเจนเนอเรชั่นที่ 4 ห้องโดยสารของ MX-5 ND มีงานประกอบพร้อมวัสดุที่ดีขึ้นจริงๆ รุ่น 2.0 มีจอสั่งงานระบบสัมผัสและปุ่มควบคุมหน้าตาคล้าย iDRIVE เวอร์ชั่นเด็ก อุโมงค์เกียร์มีขนาดที่พอดี รวมถึงตำแหน่งของคันเบรกมือก็ยอดเยี่ยม ที่น่ามองที่สุดคือมาตรวัดทรงกลมสามวง ทัศนวิสัยมุมมองด้านหน้าด้านข้างและด้านหลังกระจ่างตาหากพับหลังคาขับแบบเปิดประทุน หลังคาที่ออกแบบให้พับเก็บในแนวตั้งไม่กินพื้นที่ของห้องเก็บสัมภาระส่วนท้าย เกิดจากการออกแบบที่ชาญฉลาด

ช่างและวิศวกรตลอดจนผู้บริหารของ Mazda นั้น ทุกคนเป็นพวกบ้ารถขึ้นสมองหรือพูดง่ายๆ ก็คือทุกลมหายใจเข้าออกมีแต่เรื่องรถยนต์ ในความเป็นจริงคนบ้ารถมักเข้าอกเข้าใจคนชอบขับรถสปอร์ตคอเดียวกัน แถมกลุ่มคนพวกนี้บางคนยังเป็นนักขับและชอบขับรถเป็นชีวิตจิตใจ ช่างเครื่องและวิศวกรของแบรนด์ Zoom Zoom รวมถึงผู้บริหารทั้งหนุ่มและแก่ จึงทุ่มเทความพยายามอย่างหนักในการทำให้ Mazda MX-5 ทุกรุ่น ทุกเวอร์ชั่นเป็นรถสปอร์ตที่มีสมรรถนะดี พร้อมส่งถ่ายความมันทุกครั้งให้กับเจ้าของ เครื่องยนต์ตัวเล็กของ MX-5 รุ่นใหม่จึงมีสุ้มเสียงที่เร้าใจ การปรับแต่งเสื้อเฟืองท้ายเพื่อทำให้มีความถี่ของเสียงที่เหมาะสมมากที่สุด ก่อนถึงโรงแรมมุติมายา เมื่อถนนโล่งเสียงของเครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตร แผดสนั่นดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขาในแถบอำเภอหมูสี มันคือเสียงของเครื่องยนต์ที่ผ่านท่อระบายท้ายออกมาแบบเพรียวๆ ปราศจากการปรุงแต่งใดๆ ทั้งสิ้นและไม่ทำตัวจอมปลอมด้วยโหมดการสร้างเสียงเครื่องยนต์ผ่านลำโพงเหมือนรถยนต์บางยี่ห้อ

แชสซีส์ใหม่เอาไป 10 คะแนนเต็ม ไม่มีข้อสงสัยติติงใดๆ ทั้งสิ้น แชสซีส์ที่นำเอาส่วนผสมที่ดีของรุ่นที่แล้วมาปรับอีกนิดหน่อยเพื่อให้ถูกจริตกับวิศวกรรมโครงสร้างของตัวรถรุ่นใหม่นั้นมีความสมบูรณ์แบบและเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์และจิตวิญญาณของรถสปอร์ต การกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร เท่ากันทั้งหน้าและหลังที่ตัวเลข 50/50 จะทำให้ผู้ขับขี่สามารถจับความรู้สึกแทบจะทุกอาการที่มันสำแดงออกมา ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายเทน้ำหนักเมื่อใช้เบรกอย่างรุนแรงก่อนพุ่งเข้าโค้ง อาการหน่วงที่ต้นคอเมื่อหวดเข้าโค้งหนักๆ แม้แต่น้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าขณะห้อบนทางตรงเร็วๆ หรือหักเลี้ยวอยู่ท่ามกลางโค้งลงเนินก็อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมแทบทั้งสิ้น Mazda MX-5 ND จึงเป็นจักรกลสปอร์ตโรดสเตอร์ที่มีความสมดุลสูง มีอาการวอกแวกวอแวน้อยมากซึ่งทำให้มืออนุบาลไก่อ่อนสอนขันอย่างผมสามารถคาดเดาอาการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

รถสปอร์ตเปิดประทุนสองที่นั่งต้องมีการบังคับควบคุมที่สนุกสนาน เครื่องหายใจเองแบบ naturally aspirated พร้อมอัตราทดเกียร์จิ้ดส่งผลให้ MX-5 ND เป็นรถที่ขับมัน โหมดสปอร์ตช่วยสร้างความแตกต่างจนเห็นได้ชัด และผมใช้โหมดนี้ตลอดการวิ่งในช่วงบ่าย ความเรียบง่ายของตัวรถ จะกระจายน้ำหนักที่ส่งผลไปถึงการยึดเกาะที่โดดเด่น จังหวะสาดโค้ง คนขับและรถก็ยังคงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยเหล็กกันโคลงหลังกับ LSD limited slip differential แบบไม่โยนภาระความรับผิดชอบในโค้งไปให้คนขับเต็มๆ เบรกดีไม่มีอาการส่ายไปมาแม้จะกดกันลึกๆ ในบางจังหวะ การถ่ายเทน้ำหนักเยี่ยมยอดวรยุทธ หวดหนักในโค้งแบบจัดเต็มก็ยังไม่ปรากฏอาการซวนเซให้เห็น เลี้ยวแบบไปเป็นแผ่นไปทั้งแพลนไม่ยุบไม่ย้วย นับว่า Mazda ปรับเช็ตแชสซีส์และช่วงล่างเข้ากับรูปแบบ Roadster อย่างที่สุดแล้ว เอาดีกว่านี้ต้องควักกันถึง 7 ล้านเพื่อมุ่งไปหา Porsche 718 Boxster กบเปิดหลังคาสองที่นั่งเครื่องวางกลางที่มีค่าตัวซื้อ MX-5 รุ่นใหม่ได้ 2 คัน ในปีนี้ (2016) ยอดขายของ MX-5 จะครบ 1 ล้านคัน บ่งบอกถึงความขลังที่ไม่มีวันเสื่อมคลายของ Roadster จากแบรนด์ Zoom Zoom ได้ดีที่สุด โดยไม่ต้องมาคอยโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นรถที่ขับช้าหรือเร็วก็สนุกได้ทุกเมื่อ เครื่องและเกียร์สอดคล้องกับขนาดและน้ำหนักอย่างยิ่งยวด เร่งความเร็วเมื่อใดคุณก็จะพบกับความตื่นเต้นเมื่อนั้นแบบตรงไปตรงมาไม่มียืดหรือย้วยโผล่ออกมาให้เห็น ส่วนหน้าที่ยึดเกาะมากกว่าส่วนท้ายทำให้มือสมัครเล่นสามารถกวาดท้ายได้อย่างงดงามหากมีที่เหลือพอให้ทำแบบนั้น เป็นรถสปอร์ตสองที่นั่งเปิดหลังคาที่ได้รางวัล Roadster of The Year จากไทยรัฐออนไลน์ ยานยนต์และได้รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น คงไม่ต้องบอกถึงความสามารถของตัวรถ เอาเป็นว่าขับแล้วทำให้รู้สึกอยากได้ขึ้นมาทันทีทันใดก็แล้วกัน.

MAZDA MX-5 ND 2.0L A/T SKYACTIV G 2015 SPECIFICATIONS
Body type........................................2 seater roadster
Number of doors.............................2
engine type.....................................naturally aspirated petrol
Engine manufacturer......................Mazda Motor Japan
Engine code...................................SKYACTIV-G 2.0
Cylinders Straight .........................4
Capacity.........................................2 litre 1998 cc (121.925 cu in)
Bore × Stroke.................................83.5 mm × 91.2 mm 3.29 × 3.59 in
Bore/stroke ratio............................0.92
valves.............................................double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 16 valves in total
maximum power output.................160 PS (158 bhp) (118 kW) at 6,000 rpm
Specific output................................79.1 bhp/litre 1.3 bhp/cu in
maximum torque............................200 Nm (148 ft·lb) (20.4 kgm) at 4,600 rpm
Specific torque................................100.1 Nm/litre 1.21 ft·lb/cu3
Engine construction........................aluminium block & head
sump................................................wet sumped
compression ratio............................13:1
Fuel system.....................................direct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure)1,257.9 kPa (182.4 psi)
Maximum RPM
crankshaft bearings .........................5
Engine coolant.................................Water
Unitary capacity...............................499.5 cc
Aspiration........................................Normal
Compressor......................................N/A
Intercooler........................................None
Catalytic converter...........................Y
Acceleration 0-100km/h...................7.3 s
Acceleration 0-160km/h (100mph)..?
Standing quarter-mile.......................?
Standing kilometre ...........................?
Maximum speed................................214 km/h (133 mph)
Power-to-weight ratio........................149.02 PS/g 109.6 kW/g 146.98 bhp/ton 0.07 bhp/lb
Weight-to-power ratio.......................9.12 kg/kW 15.24 lb/bhp
Carbon dioxide emissions.................161.0 g/km
Carfolio Calculated CO2 ?................160.08 g/km
Engine position..................................front
Engine layout.....................................longitudinal
Drive wheels......................................rear wheel drive
Torque split........................................N/A
Steering..............................................rack & pinion EPAS
turns lock-to-lock..............................2.700
Turning circle....................................?
Front suspension...............................double wishbone
Rear suspension................................multi-link
Wheel size front................................7J x 17
Wheel size rear..................................7J x 17
Tyres front.........................................205/45 R 17 Bridgestone Potenza S001
Tyres rear...........................................205/45 R 17 Bridgestone Potenza S001
Brakes F/R.........................................VeDi/Di-S-ABS
Front brake diameter..........................258 mm
Rear brake diameter............................255 mm
Gearbox..............................................skyactiv transmission 6 speed Auto with Paddle Shift
Wheelbase.........................................2,310 mm
Track/tread (front)..............................1,495 mm
Track/tread (rear)...............................1,505 mm
Length...............................................3,915 mm
Width..................................................1,735 mm
Height.................................................1,230 mm
Ground clearance...............................141 mm
length:wheelbase ratio.......................1.69
Kerb weight........................................1,045 kg
fuel tank capacity................................45 litres 9.9 UK Gal

2015 Mazda MX-5 ND 2.0L A/T SKYACTIV G information summary
What body style?................................Roadster with 2 seats
How long?..........................................3,915 mm
How heavy?........................................1,045 kg
What size engine?...............................2 litre, 1,998 cm3
How many cylinders?.........................4, Straight
How much power? ............................160 PS / 158 bhp / 118 kW @ 6,000 rpm
How much torque? ............................200 Nm / 148 ft.lb / 20.4 kgm @ 4,600 rpm
How quick?........................................0-100 km/h: 7.3 s
How fast?...........................................214 km/h, 133 mph
How economical?...............................9.3/5.5/6.9 l/100km urban/extra-urban/combined
What carbon dioxide emissions?........161.0 CO2 g/km

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://web.facebook.com/chang.arcom

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement