รองปลัดฯติวเข้มรับมือหมอกควันในภาคเหนือ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

รองปลัดฯติวเข้มรับมือหมอกควันในภาคเหนือ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 ก.พ. 2559 07:30
254 ครั้ง


เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 31 ม.ค. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในการแถลงข่าว “จิบชา จับตาหมอกควัน” ร่วมกับนายระพีศักดิ์ มาลัยรุ่งสกุล ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่) นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 (ลำปาง) นายถาวร เพ็ชรบัว ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 3 (พิษณุโลก) และนายสุภาพ ชื่นบาน รรท.ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 4 (นครสวรรค์) รวมทั้ง ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และตาก) ณ บ้านข้างวัด ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อชี้แจงและเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเน้นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ช่องทางในการแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์ แนวทางการปฏิบัติที่ปลอดภัย รวมทั้งแผนการดำเนินงานในช่วงวิกฤติหมอกควันในปี 2559 นี้

รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์มลพิษหมอกควันในภาคเหนือที่เกิดขึ้นเป็นประจำปีในช่วงฤดูแล้ง ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน กระทบภาคการขนส่ง ธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเป็นอย่างมาก ในปี 2558 วิกฤติหมอกควันภาคเหนือเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ในปี 2559 รัฐบาลได้ออกมาตรการรับมือกับปัญหาหมอกควันและไฟป่าภาคเหนือ โดยกำหนดให้แต่ละจังหวัดใช้กลไกประชารัฐในการแก้ไขปัญหา ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทำหน้าที่บูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจตระเวนชายแดน ภาคเอกชนและประชาชน แบ่งหน้าที่และพื้นที่รับผิดชอบ เฝ้าระวัง ระดมกำลังคน จัดหาอุปกรณ์ ระงับการเผาป่าหรือวัสดุการเกษตร จัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบและประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกร่วมกันในการป้องกันปัญหา และกำหนดพื้นที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน คือ พื้นที่เกษตรกรรม มีกระทรวงมหาดไทยเป็นหลักร่วมกับกระทรวงเกษตรฯและอื่นๆ รณรงค์ให้มีการไถกลบตอซังและใช้สารย่อยสลายแทนการเผา ใช้กลไกควบคุมกันเองในชุมชน เช่น ประกาศเขตห้ามเผา 90 วัน เป็นต้น

“พื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน จัดทำแนวป้องกันไฟป่า ลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยเคร่งครัด พื้นที่ริมทางหลวง มีกระทรวงคมนาคมเป็นหลัก ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ควบคุมไม่ให้มีการเผาในพื้นที่เขตทางหลวง จัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังการเผาอย่างเข้มงวด โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามแผนอย่างเคร่งครัดและมีเอกภาพ เน้นการทำงานเชิงรุก เพราะปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและการใช้ชีวิตของประชาชน รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว หากยังเกิดไฟป่าและหมอกควันอาจจำเป็นต้องใช้น้ำเพื่อบรรเทาปัญหา ซึ่งจะกระทบต่อปริมาณน้ำในการอุปโภค บริโภคในช่วงหน้าแล้ง จึงขอความร่วมมือประชาชนในภาคเหนือร่วมกับเจ้าหน้าที่ช่วยกันป้องกันปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างจริงจัง” นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย.

(ที่มาภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่)

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement