บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เต็นท์รถไม่ปัง ลุงบังเมืองปทุมฯ หันไปเลี้ยงแพะ-ทำบ่อปลา หารายได้เสริม

เศรษฐกิจขาลง ธุรกิจเต็นท์รถไปไม่สวย ลุงบังชาวเมืองปทุมธานีวัย 50 ปี หันมาพลิกที่นา 20 ไร่ทำการเกษตร แบบเศรษฐกิจพอเพียง พลิกผืนดินเลี้ยงแพะนม ขุดบ่อเลี้ยงปลาน้ำจืดสร้างรายได้เสริม เลี้ยงตัวเองได้แบบยั่งยืน...

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีนักธุรกิจซื้อขายรถยนต์ หันมาทำการเกษตร แบบเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการพลิกผืนดินมาทำฟาร์มเลี้ยงแพะเพื่อรีดนม และขุดบ่อเลี้ยงปลาส่งขายตามตลาด เลี้ยงครอบครัว จึงเดินทางไปที่ “สุรชัย คาวบอย ซิตี้ ฟาร์ม” ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี พบ นายสุรชัย บินซาเลห์ อายุ 50 ปี นักธุรกิจขายรถยนต์มือสอง เจ้าของเต็นท์รถ “99 สุรชัย คาร์เซ็นเตอร์” ย่านทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร

นายสุรชัย กล่าวว่า หลังจากประกอบธุรกิจ ซื้อขาย แลกเปลี่ยนรถยนต์ทุกชนิด ได้ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าช่วงเศรษฐกิจขาลง ทำให้ส่งผลกระทบมากมาย ยอดจำหน่ายรถยนต์มือสองไม่ดีเท่าที่ควร ตนจึงได้หารือกับครอบครัว เพื่อหาช่องทางอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว รวมทั้งลูกน้อง จึงเดินทางมาหาซื้อที่ดินย่าน ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ในเนื้อที่กว่า 20 ไร่ โดยสภาพเป็นท้องนา จากนั้นจึงได้สร้างโรงเลี้ยงแพะนม สายพันธุ์ซาแนล โดยนำแพะสาวมาเลี้ยงจำนวน 230 ตัว และใช้พ่อพันธุ์ผสม จนมีลูกออกมาก่อน หลังจากนั้นก็รีดน้ำนมดิบ ส่งขายให้กับลูกค้าที่รับซื้อน้ำนมดิบเพื่อนำไปเข้าขบวนการผลิตน้ำนมแพะ บรรจุขวดขายให้กับลูกค้ารายย่อยต่อไป


เจ้าของฟาร์มนมแพะ กล่าวต่อว่า ตนและครอบครัวเริ่มเลี้ยงแพะนมมาได้ประมาณ 1 ปีเศษ และต้องใช้ระยะเวลาในการผลิตน้ำนมแพะ ที่โตเต็มที่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากนี้ มูลแพะยังนำไปจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่ทำไร่ ทำสวน บริเวณใกล้เคียงถุงละ 20 บาท เป็นรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ที่ฟาร์มของตนถือว่าเป็นแห่งแรก และใหญ่ที่สุดในจังหวัดปทุมธานี โดยมีปศุสัตว์อำเภอ และ อบต.คูบางหลวง เข้ามาส่งเสริมในการเลี้ยงแพะนม ทำให้ชาวบ้านใกล้เคียง และเกษตรกรรายใหม่เข้ามาดูการเลี้ยงแพะ และโรงเรือน ส่วนอาหารของแพะ ตนได้ปลูกหญ้าเนเปียร์ ที่มีคุณภาพสูงเหมาะสำหรับเลี้ยงแพะนม ตลอดจนวิถีการเลี้ยงแพะนมอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า อนาคตการเลี้ยงแพะนม จะดีขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจาก น้ำนมแพะ ยังเป็นยารักษาโรคหอบ หืด อย่างดีอีกด้วย และเป็นที่นิยมดื่มกันเป็นจำนวนมาก แต่ขาดการประชาสัมพันธ์เรื่องคุณประโยชน์ในน้ำนมแพะ จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และทางรัฐบาล เข้ามาช่วยส่งเสริมเกษตรอย่างจริงจัง


นายสุรชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้รอบๆ ฟาร์มแพะนม ตนยังขุดบ่อเลี้ยงปลาจำนวน 11 บ่อ ประกอบด้วย ปลาช่อน ปลานิล ปลาทับทิม ปลาหมอขนาดใหญ่ ปลาบึก โดยการเลี้ยงนั้นไม่ยุ่งยาก เพราะบ่อเลี้ยงมีการถ่ายเทน้ำไม่ให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียจากการให้อาหาร ทำให้ปลาโตเร็ว การใช้เวลาเลี้ยงไม่มากนัก พอถึงเวลาจะมีพ่อค้า แม่ค้า ในตลาดมาเหมาจับ โดยตนจะขายยกบ่อ ส่วนปลาช่อน ก็มาจับขายกันที่นี่ กิโลกรัมละ 120-125 บาท ปลานิล กิโลกรัมละ 38 บาท ปลาหมอขนาดใหญ่ กิโลกรัมละ 60 บาท เป็นต้น และสภาพรอบๆ บ่อปลา มีสวนของชาวบ้านปลูกไร่นาสวนผสม ซึ่งตรงนี้มีการหมุนเวียนรายได้เป็นอย่างดี


เจ้าของฟาร์มนมแพะ กล่าวด้วยว่า ที่ฟาร์มแห่งนี้ บ่อมีการบำบัดน้ำเสีย ก่อนปล่อยน้ำลงสู่ท้องนา เป็นประโยชน์ให้ผู้ปลูกข้าวที่อยู่ใกล้เคียง ถือว่าเป็นฟาร์มเลี้ยงแพะนม เลี้ยงปลาเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดปทุมธานีอีกด้วย นอกจากนี้ มีผู้สนใจที่มีที่ดินเข้ามาศึกษาขอดูงานกันจำนวนมาก ซึ่งเนื้อที่เริ่มต้นหากจะเลี้ยงแพะนมไม่เกิน 3 ไร่ หรือจะปรับเป็นการเลี้ยงปลาเศรษฐกิจ ก็สามารถทำได้ ยิ่งสภาวะเศรษฐกิจประเทศยังไม่ดี จึงอยากให้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นต้นแบบ และสามารถเลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย.