บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดใจผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ปี 2558

ท่านทูตมาร์ค เคนท์ (ซ้ายสุด) และท่านทูต กลิน เดวีส์ (ขวาสุด) ร่วมแสดงความยินดีกับ เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต และ ศ.นพ.มอร์ตัน เอ็ม มาวเวอร์ (ที่ 3–4 จากซ้าย) ซึ่งมีครอบครัวมาร่วมยินดีด้วย.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระราชูปถัมภ์ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในการพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2558 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลฯ จำนวน 51 ราย จาก 19 ประเทศ โดยผู้ที่ได้รับพระราชทานรางวัลฯ สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศ.นพ.มอร์-ตัน เอ็ม มาวเวอร์ ศาสตราจารย์อายุรศาสตร์ และสรีรวิทยาและชีวฟิสิกส์ ผู้ร่วมคิดค้นเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติชนิดฝังร่างกาย (AICD) จากประเทศสหรัฐอเมริกา และสาขาสาธารณสุข ได้แก่ เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต ผอ.สถาบันความเป็นธรรมด้านสุขภาพ ศาสตราจารย์ระบาดวิทยา และนายกแพทยสมาคมโลก จากสหราชอาณาจักร ซึ่งมีผลงานสำคัญด้านการศึกษาวิจัยทางระบาดวิทยาอย่างเป็นระบบมานานกว่า 35 ปี

หลังจากนั้นได้พระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ในพระบรมมหาราชวัง ในการนี้ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมี พระราชดำรัสว่า การสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์และทางสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นการประดิษฐ์คิดค้น อุปกรณ์และเทคโนโลยี หรือการค้นพบแนวทางใหม่ๆในการแก้ไขปัญหาสุขภาพก็ตาม เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่ทำให้มนุษยชาติเจริญก้าวหน้าไปโดยไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้เพราะนวัตกรรมต่างๆได้ช่วยให้มนุษย์เราสามารถดูแลสร้างเสริมสุขภาพอนามัยและบำบัดรักษาโรคภัยให้สำเร็จ อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตลอดจนพัฒนาความรู้ทางการแพทย์และการสาธารณสุขให้งอกงามไพศาล การที่ ศ.นพ. มอร์ตัน เอ็ม มาวเวอร์ ได้ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติชนิดฝังในร่างกาย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจ และเซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต ได้เสนอหลักปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อสุขภาพ ซึ่งมีแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัย เพื่อให้ประชากรในประเทศต่างๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั้น นับเป็นการสร้างเสริมความเจริญก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ของการแพทย์และการสาธารณสุข รวมทั้งความก้าวหน้ารุ่งเรืองของมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง

จากนั้น ศ.นพ.มอร์ตัน เอ็ม มาวเวอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ตนมีความยินดีที่ได้รับการคัดเลือกรับรางวัลครั้งนี้ แรงบันดาลใจในการทำงานของตนนั้น มาจากการทำงานโดยไม่ได้มองว่า มีหนทางที่เป็นอุปสรรค ขรุขระ ถ้าเจอปัญหาก็แก้ปัญหานั้นๆไป และคิดว่า ตนเองมีความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำ การทำงานของตนจึงรู้สึกสนุก มีความสุขไปกับงาน มองว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และถ้าทำไม่ได้จริงก็เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ส่วน เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต กล่าวว่า การได้รับรางวัลนี้ทำให้เห็นถึงความสำคัญของงานวิจัย และแก่นของงานด้านระบาดวิทยาที่ตนได้ทำวิจัย สำหรับแรงผลักดันการทำงาน ส่วนตัวสนุกกับสิ่งที่ทำ และมีความสุขที่ผลงานวิจัยได้พัฒนาต่อและนำไปสร้างประโยชน์ให้กับสังคม.