'ดร.กษม' ชี้ ฟีฟ่าแบนไทยไม่ง่าย ต้องมีมติ 3 ใน 4 รับรอง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'ดร.กษม' ชี้ ฟีฟ่าแบนไทยไม่ง่าย ต้องมีมติ 3 ใน 4 รับรอง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2559 04:45
581 ครั้ง


"ดร.กษม ชนะวงศ์" หนึ่งในผู้คร่ำหวอดลูกหนังระดับนานาชาติเผยว่า การที่ฟีฟ่าจะสั่งลงโทษแบนฟุตบอลไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องปฏิบัติตามหลักการ และกฎเกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้ในธรรมนูญเท่านั้น...


วันที่ 31 ม.ค. ความเคลื่อนไหวของกระแสการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ หลังจากมีการลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกทีมตัวแทนจากศึกฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 จำนวน 30 ทีม เพื่อร่วมเลือกตั้งนายกสมาคมในวันดังกล่าว

ล่าสุด จากกระแสข่าวคำอ้างจากคณะกรรมการกลางการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล หรือ FAT NC ที่เผยว่าหากทีมในลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ไม่ยอมถอนฟ้องจากศาลปกครองก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ อาจมีสิทธิ์ที่จะทำให้ ฟีฟ่า สั่งลงโทษแบนทีมชาติไทยจากการแข่งขันในระดับนานาชาติทันทีอีกด้วย

แต่ทางด้าน "ดร.กษม ชนะวงศ์" ซึ่งมีประสบการณ์เคยร่วมกับ เอเอฟซี และ ฟีฟ่า มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นอดีตผู้จัดการโครงการ เอเอฟซี วิชั่น ไทยแลนด์ 2008-2012 รวมถึง ฟีฟ่าอินสตรัคเตอร์ และ ผู้จัดการทั่วไปการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ได้เผยถึงข้อเท็จจริงกับเหตุและผลที่ ฟีฟ่า จะลงโทษแบนชาติสมาชิก ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะสั่งแบนกันแบบง่ายๆ ต้องมีเหตุและผลหลายประการตามหลักของฟีฟ่า

"ตามธรรมนูญฟีฟ่า หรือ FIFA STATUTES ปี 2015 ได้ระบุหน้าที่ของสมาชิกของฟีฟ่าไว้ในหมวด 13 ข้อ 1i ไว้ว่า สมาชิกของฟีฟ่าจะต้องบริหารกิจการของตนเองอย่างมีอิสระ และจะต้องไม่ถูกแทรกแซงจากกลุ่มบุคคลที่สาม หมายความว่า สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะต้องบริหารงานของตนเองโดยปราศจากแทรกแซงจากภายนอกที่มิใช่สมาชิกของสมาคมฯ โดยการแทรกแซงนั้นอาจรวมถึง รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ และในประเด็นที่ถกเถียงอยู่ในปัจจุบันคือศาลต่างๆ ของไทย"

"แต่ตามที่มีกระแสข่าวว่าฟีฟ่าจะแบนไทยนั้น ต้องกลับไปดูว่าเป็นอำนาจของใครในฟีฟ่าที่จะสามารถแบนไทยได้ ในหัวข้อ 14 ของธรรมนูญฟีฟ่า กล่าวถึงเรื่องการพักสมาชิกภาพว่า เป็นอำนาจของที่ประชุมใหญ่ของฟีฟ่า ( Congress )"

"หรือหากกรรมการบริหารฟีฟ่า ( หากเป็นกรณีเร่งด่วนจะเป็นคณะกรรมการฉุกเฉิน หรือ Emergency Committee ) เห็นว่าสมาชิกมีการละเมิดธรรมนูญฟีฟ่าอย่างร้ายแรงอาจสั่งให้มีการพักสมาชิกภาพชั่วคราวทันที จนกว่าจะมีการประชุมใหญ่ ซึ่งมติของที่ประชุมใหญ่จะต้องมีเสียงรับรองไม่น่อยกว่า 3 ใน 4 จึงจะสามารถพักสมาชิกภาพได้ ในส่วนของการตัดสินใจของฟีฟ่า ไม่ว่าจะเป็น Executive Committee หรือ Emergency Committee ก็ดี จะต้องได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนและคิดว่าไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย ซึ่งองค์กรระดับนานาชาติอย่างฟีฟ่าจะต้องละเอียดรอบคอบก่อนที่จะมีผลตัดสินใดๆ โดยจากอดีตที่ผ่านมา มีผู้นำเรื่องของสมาคมไปฟ้องต่อศาลปกครองมากมาย แต่สมาคมไม่เคยนำเรื่องไปฟ้องฟีฟ่า เพราะยอมรับอำนาจศาลไทย มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ฟีฟ่าบังคับให้สโมสร พัทยา ซิตี้ ถอนฟ้อง เนื่องจากฟีฟ่ามาสังเกตการณ์ในวันที่มีหมายศาลให้คุ้มครองไม่ให้มีการประชุมใหญ่เมื่อปี 2558."

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.3%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    4.2%
  • เสียใจ
    87.5%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement