จับโจรลักสมเด็จวัดระฆัง 4 องค์ ค่า 30 ล. พ่อตาให้รับขวัญลูกเขย มีใบการันตี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

จับโจรลักสมเด็จวัดระฆัง 4 องค์ ค่า 30 ล. พ่อตาให้รับขวัญลูกเขย มีใบการันตี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2559 23:10
19,328 ครั้ง


สืบภาค4 ตามรวบหัวขโมยลักพระสมเด็จฯมูลค่า 30 ล้าน จากร้านขายยากลางเมืองร้อยเอ็ด เจ้าของบอกเป็นพระมรดกตกทอดของพ่อตา รับขวัญลูกเขย เชื่อเพราะบารมีทำให้ตร.ตามจับโจรได้ สารภาพตั้งใจจะเอาไปขาย 10 ล้าน...

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 30 ม.ค.59 ที่ กก.สส.2 บก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สส.2 พ.ต.ท.จีระวัฒน์ โพธินา รองผกก.สส.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายไชโย พรรณขาม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ม.10 ต.สีแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ได้พร้อมของกลาง พระสมเด็จวัดระฆัง จำนวน 4 องค์ โน้ตบุ๊กยี่ห้อต่างๆรวม 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ สว่าน ไขควง กระเป๋า รวมของกลาง 13 รายการ

พ.ต.อ.เกษม เผยว่า ก่อนจะจับกุมนายไชโย สืบเนื่องจากเช้าวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา เภสัชกรอธิราช พิมพ์วิชัย อายุ 35 ปี เจ้าของร้านเฮลท์ มี  เลขที่ 86/58 ถนนราชการดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองร้อยเอ็ดว่า ถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้าน ทั้งพระสมเด็จวัดระฆัง 4 องค์ โน้ตบุ๊ก เงินสด และใบตรวจสอบพระ ที่ออกโดยชมรมสะสมพระเครื่องสยาม ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมคนร้ายด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ดจึงประสานมาที่ กก.สส.2 บก.สส.ภ.4 ร่วมสืบสวน

จากการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พบว่า คนร้ายงัดร้านขายยาเข้าไปในร้าน ช่วงเวลา 01.10 น.คืนวันที่ 27 ม.ค.59 ซึ่งภาพคนร้ายปรากฏใบหน้าชัดเจนตรงกับหน้า นายไชโย พรรณขาม อายุ 32 ปี ซึ่งเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ดจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง จึงไปตามตัวที่บ้านพักวันที่ 28 ม.ค.แต่ไม่พบตัว ทราบจากพยานว่า นายไชโย เก็บกระเป๋าเข้ากรุงเทพฯไปหาเพื่อนที่ชุมชนภักดี เขตจตุจักร กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 จึงตามไปยังจุดหมายดังกล่าว กระทั่งเย็นวันที่ 29 ม.ค.พบนายไชโย เดินถือกระเป๋าหลายใบอยู่บริเวณสะพานข้ามคลองภายในชุมชนภักดี  เมื่อแสดงตัวขอตรวจค้น พบของกลางทั้งหมดในกระเป๋า จึงคุมตัวมาสอบสวน

ทั้งนี้ นายไชโย ให้การว่า เมื่อก่อนทำงานเป็นลูกจ้างในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนตุลาคม ตกงานจึงกลับบ้าน และดาวน์รถจักรยานยนต์ 1 คัน ตระเวนขี่ออกหารับจ้างทั่วไป แต่รายได้ไม่พอใช้ ไม่มีเงินจ่ายค่างวดรถ ต้องขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนลักทรัพย์ ทำมาหลายครั้ง ทรัพย์สินที่ได้ส่วนใหญ่เป็นโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก นำไปขายเครื่องละ 2,000 บาท เอาเงินไปให้ภรรยาใช้จ่ายในครอบครัว ครั้งล่าสุด ลงมือที่ร้านขายยาของเภสัชกรรายดังกล่าว ได้พระสมเด็จ 4 องค์ มีใบรับรองจากชมรมพระเครื่องด้วย จึงรีบเก็บข้าวของเข้ากรุงเทพฯไปหาเพื่อน เพื่อสืบดูราคาพระสมเด็จทั้ง 4 องค์ ถ้าขายได้ 10 ล้านก็จะรีบขาย แล้วจะไปรับภรรยาหนีไปอยู่ที่อื่น แต่มาถูกตำรวจจับได้ก่อน คงเป็นเพราะบารมีพระสมเด็จฯจึงทำถูกจับ คนทำไม่ดี พระจึงไม่คุ้มครอง ขอยอมรับผิดทุกอย่าง

จากนั้น เภสัชกร อธิราช ได้เดินทางมาดูของกลางเผยด้วยความดีใจว่า ร้านขายยาเป็นทั้งบ้านและร้านค้า อยู่กับภรรยา เช้าวันที่ 27ม.ค. ที่ผ่านมา ตื่นมาเปิดร้านตามปกติ พบว่า โน้ตบุ๊กที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน หายไปพร้อมพระสมเด็จ 4 องค์ เงินสด 4,000 บาทที่อยู่ในลิ้นชัก จึงรีบไปแจ้งความ โดยมีภาพถ่ายพระสมเด็จฯ และภาพใบรับรอง ภาพโน้ตบุ๊ก เป็นหลักฐานว่า ทรัพย์สินหายไปจริงๆ ในส่วนของพระสมเด็จฯนั้น เป็นมรดกตกทอดของพ่อตาที่รับขวัญตนในวันแต่งงานเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เมื่อได้มาแล้ว จึงให้ชมรมนักอนุรักษ์พระเครื่องสยาม ตรวจสอบว่าพระสมเด็จทั้ง 4 องค์เป็นของแท้หรือของปลอม ซึ่งทางชมรมได้ออกหนังสือรับรองว่าเป็นของแท้ และทราบว่าในตลาดพระเครื่องนั้น พระสมเด็จฯทั้ง 4 องค์มีราคารวมแล้ว 30 ล้านบาท ยอมรับว่า ช่วงที่ไปแจ้งความไม่คิดว่าจะได้คืน คิดว่าอาจจะจับคนร้ายได้ แต่ไม่ได้พระคืน แต่ก็ได้คืน ถือว่าโชคดีมาก และจะเก็บรักษาไว้อย่างดี

ภายหลังแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้คุมตัว ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ดรับตัวไปดำเนินคดีในข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน ต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    76.2%
  • ไม่ชอบ
    3.0%
  • สนุก
    9.5%
  • ประหลาดใจ
    4.2%
  • เสียใจ
    2.4%
  • ให้กำลังใจ
    4.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement