วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'จาตุรนต์'โพสต์เฟซฯ สับร่างรธน.ฉบับกรธ.เลวร้ายกว่าที่คิด

"จาตุรนต์" โพสต์เฟซ สับร่าง รธน.ฉบับกรธ.เลวร้ายกว่าที่คิด ฉ้อฉล ริบอำนาจอธิปไตยประชาชน สู่อำนาจในมือองค์กรอิสระ ทำลายระบบถ่วงดุล ทำเลือกตั้งไร้ความหมาย รัฐบาลอ่อนแอ ยืดอำนาจคสช.ลากไปจนกว่ามีรบ.ใหม่

วันที่ 30 ม.ค.นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ.ว่า เลวร้ายกว่าที่คิค เห็นร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นแล้วพบว่า เนื้อหาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้มีอยู่ครบถ้วน และยังมีเนื้อหาส่วนที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ยิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น ร่างรัฐธรรมนูญนี้ ทำให้อำนาจอธิปไตยไม่เป็นของปวงชนชาวไทย แต่อำนาจทั้งหลายอยู่กับองค์กร และกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้มาจากประชาชนและไม่มีความเชื่อมโยงกับประชาชน เช่น วุฒิสภา องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งประชาชนตรวจสอบไม่ได้ เป็นการทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุลอย่างสิ้นเชิง

ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างนี้ การเลือกตั้งจะไร้ความหมาย คือ ประชาชนได้ไปเลือก แต่เลือกไม่ได้ โดยรัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะบริหารไม่ได้ ตอบสนองความต้องการของประชาชนไม่ได้ และถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็จะเป็นรัฐบาลที่อ่อนแอไม่มีเสถียรภาพ และอยู่ไม่ได้นาน ร่างรธน.นี้ เป็นร่างฯที่สร้างเงื่อนไขและแรงจูงใจให้สังคมก้าวสู่วิกฤติที่จะเอื้ออำนวยให้เกิดการล้มรัฐบาล การขัดขวางการเลือกตั้งทำได้ง่าย เปิดช่องให้เกิดการตีความที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่ไม่เป็นประชาธิไตย เช่น การให้มีรัฐบาลคนนอกที่อาจปกครองประเทศเป็นเวลานาน เมื่อปรากฏว่า ตัวรัฐธรรมนูญเองสร้างวิกฤติ แต่ก็จะพบว่า รัฐธรรมนูญนี้แก้ไม่ได้แล้ว การแก้ความขัดแย้งจึงเหลือเพียงการฉีกรัฐธรรมนูญเท่านั้น รัฐธรรมนูญแบบนี้ จึงกำลังทำให้ประเทศเดินเข้าสู่วงจรเดิม คือ มีเลือกตั้งแล้วก็เกิดการล้มรัฐบาลและฉีกรัฐธรรมนูญ โดยความร่วมมือกันของกลุ่มคนที่สามารถกระทำผิดกฎหมายได้โดยไม่มีขีดจำกัด เนื่องจากระบบยุติธรรมล้มเหลว และไม่ได้รับการแก้ไข ร่วมกับกลไกในรัฐธรรรมนูญที่ไม่มีความเชื่อมโยงกับประชาชน

"เมื่ออ่านร่างทั้งหมดแล้วจะพบว่า ร่างนี้มีเนื้อหาที่เลวร้ายกว่าที่เคยเปิดเผยมาก่อนหน้านี้ คือ เป็นรัฐธรรมนูญฉ้อฉลที่วางหมากกลไว้อย่างซับซ้อน แต่ละส่วนเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้แน่ใจว่าอำนาจทั้งหลายจะไม่อยู่ที่ประชาชนเลย เป็นรัฐธรรมนูญที่มุ่งรองรับการปกครองที่เป็นเผด็จการอย่างถาวร แต่แม้ว่าเนื้อหาที่เปิดเผยแล้วในขั้นนี้จะเป็นปัญหาอย่างร้ายแรงแล้วก็ตาม กระบวนการที่จะทำให้เกิดการปกครองที่เป็นเผด็จการอย่างถาวรยังไม่สิ้นสุด ร่างรัฐธรรมนูญนี้ ยังได้ปูทางให้กระบวนการนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีก หลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว ทั้งการออก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปสำคัญๆ ที่ล้วนแต่จะเกิดขึ้นภายใต้กระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และประชาชนไม่มีส่วนร่วมใดๆ แต่จะมีผลไปอีกยาวนาน

คณะกรรมการ กรธ. ยังได้แสดงธาตุแท้ของตนโดยปราศจากความละอายใดๆ ด้วยการเขียนบทเฉพาะกาลที่อาจกล่าวได้ว่า เลวร้ายยิ่งกว่าตัวร่างเอง คือ นอกจากจะกำหนดว่า จะเกิดขึ้นอะไรขึ้นอีกเพื่อให้ระบบเผด็จการที่ออกแบบไว้มีความสมบูรณ์แล้ว ยังรับรองบรรดา ประกาศ คำสั่ง และการกระทำของคสช. หรือของหัวหน้า คสช. ที่ใช้บังคับอยู่ หรือที่จะใช้บังคับต่อไปให้เป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังที่ปรากฏในมาตรา 270 มาตรานี้ มีความหมาย คือ เป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ คสช. ทั้งเรื่องที่ทำมาแล้ว และที่จะทำต่อไป ซึ่งจะหมายความว่า คสช.และหัวหน้า คสช.จะทำอะไรก็ได้ โดยไม่ผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อรวมเข้ากับมาตรา 257 แล้ว จะมีความหมายว่า ประเทศไทยจะอยู่ภายใต้การปกครองของ คสช.ที่อยู่เหนือกฎหมายทั้งปวงรวมทั้งรัฐธรรมนูญเองแม้ในช่วงที่มีการลงประชามติ และการเลือกตั้งเรื่อยไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ บทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญนี้ กำลังจะยืดเวลาของการที่ประเทศไม่เป็นนิติรัฐ และไม่มีหลักนิติธรรมให้ยาวนานออกไป

ใครที่หลงเข้าใจว่า เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้วบ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตย มากขึ้น ประชาชนจะมีเสรีภาพมากขึ้น จึงต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ ส่วนใครที่หวังว่า เมื่อมีการเลือกตั้งขึ้นแล้ว บ้านเมืองจะดีขึ้น วิกฤติจะไม่เกิดขึ้น รัฐบาลจะแก้ปัญหาของประเทศตามที่ประชาชนต้องการ เศรษฐกิจจะดีขึ้น และประชาชนจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั้น คงต้องขอเรียนให้ทราบว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ จะทำลายความหวังทั้งหลายนั้นอย่างแน่นอน