“อุทัย” ให้ฉายา ร่าง รธน.มีชัย "ฉบับใส่หมวก” - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

“อุทัย” ให้ฉายา ร่าง รธน.มีชัย "ฉบับใส่หมวก”

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2559 17:18
3,162 ครั้ง


“อุทัย” ให้ฉายาร่าง รธน.มีชัย "ฉบับใส่หมวก” ชี้ ปกปิดหลายอย่าง แนะ “บิ๊กตู่” ทำตามโรดแม็ป เร่งให้เลือกตั้ง ยัน เป็นทางแก้ปัญหาประเทศ-ปรองดองดีสุด หนุนแนวคิด เลือกนายกฯ ทางตรง

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ในงานสถาปนาสภาพัฒนาการเมือง ครบรอบ 8 ปี โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า การเมืองทุกวันนี้ถูกย่ำยีจนคนไม่เห็นประโยชน์ของการเมือง คำว่านักการเมืองถูกมองเป็นเหมือนตัวเสนียดจัญไรของบ้านเมือง ทั้งนี้ ก็เพราะในสภาผู้แทนราษฎรนั้น เป็นที่พูดเรื่องเลวของคนที่ทำความเลว เพื่อให้ประชาชนรับรู้ว่า ใครทำความเลว และจะไม่เลือกคนเลวเข้ามาในอนาคต ทั้งนี้ การเลือกตั้งกำลังใกล้เข้ามา รัฐธรรมนูญกำลังจะคลอด โดยตนเห็นว่า น่าจะเรียกว่า “ฉบับใส่หมวก” เพราะในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้ใส่หมวกในตอนร่างฯ อาจจะใส่เพราะกันลม กันหนาว ก็แล้วแต่ แต่การใส่หมวกนั้นเป็นการปิดสิ่งที่ไม่อยากให้เห็น

ดังนั้น การเรียกรัฐธรรมนูญฉบับใส่หมวกก็จะทำให้เห็นว่า มีการปิดอะไรไว้หลายอย่าง อาทิ เรื่องให้ ส.ว.มาจากการคัดสรรแต่ละอาชีพแทนการเลือกตั้ง และหากคนที่มาจากกลุ่มอาชีพมาเป็นตัวแทนปวงชน เขาก็จะปกป้องแค่อาชีพตัวเอง กลายเป็นการแบ่งคอกของตัวเอง จึงไม่ใช่ผู้แทนของปวงชน แต่การเลือกตั้งเป็นวิธีการคัดผู้นำ ซึ่งจะไม่ติดยึดกับกลุ่มอาชีพใดอาชีพหนึ่ง นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายเรื่องที่มีการปกปิดไว้ ซึ่งก็ขอบอกว่า คนไทยไม่ได้โง่ แต่ก็เชื่อว่า แม้จะมีการรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ก็จะไม่มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเขาคิดว่าเขาทำดีแล้ว แต่ถ้าประชาชนบอกไม่ดีก็อย่ามาโทษประชาชน เหมือนทำของบูดให้กินแล้วประชาชนท้องเสียจะโทษประชาชนไม่ได้

นายอุทัย กล่าวอีกว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตย ต้องเป็นไปตามหลักการปกครองของระชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ต้องเป็นไปตามหลักการนี้ หากผิดหลักก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย จะเป็นการปกครองแบบโดยประยุทธ์ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เพื่อประชาชนก็ไม่ได้ แต่ท่านก็ยอมรับแล้วว่า ไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน รอให้มีการเลือกตั้ง แต่จะเลือกเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ เพราะมีการเลื่อนไปเรื่อยๆ โดยการเป็นผู้นำที่ดีตามหลักพุทธศาสนา นั้น สามารถนำมาจับกับการเมืองได้ คือ 1.ความกล้าหาญ 2.มีประสบการณ์ 3.รู้มาก ฟังมาก เห็นมาก 4.ความอดทน โดยเฉพาะความอดทนกับประชาชน ถึงแม้จะโดนด่าก็ต้องทนฟัง อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนเก่งแต่บางทีความอดทนไม่มี

และ 5.ปัญญา คือ ต้องเป็นคนฉลาด ซึ่งหากเห็นตามนี้แล้วจึงชัดเจนว่า การคัดเลือกผู้นำจะต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่หากบอกว่า มาด้วยความจำเป็นก็ต้องรีบไปเร็วๆ

“ผมอยากเตือนว่า ทหารที่เข้ามายุ่งกับการเมือง หรือ นักปฏิวัติในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาอยู่รอดปลอดภัยไม่กี่คน หรือเรียกได้ว่าไปไม่รอดสักรายเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็อยากให้คนบางคนหันหลังไปดูรุ่นพี่ที่ผ่านๆ มาว่า เขาเป็นอย่างไร หากคิดว่า เก่งกว่าเขาก็อยู่ต่อไป แต่หากคิดว่าไม่เก่งกว่าเขาก็รีบถอยออกไป และทุกวันนี้อย่าไปเชื่อคำพูดคนสองพวกที่พูดว่า อยู่ต่ออย่างนี้ต่อไปดีแล้ว และที่บอกว่าให้อยู่ต่อเพราะยังทำหลายเรื่องที่ไม่เรียบร้อยจะทำให้การปฏิรูปเสียของ แต่ผมห่วงว่า จะเสียคนมากกว่า ซึ่งเป็นการเสียคนทางการเมือง เพราะคนที่บอกนายกฯ ว่า ให้อยู่ต่อไป คนพวกนั้นคือ คนที่สบายแล้ว มีอันจะกิน แต่คนพวกอื่นนั้นเขาสบายหรือไม่ก็ไม่รู้ และหากเรื่องที่ค้างอยู่ เรื่องที่ทำไม่ได้ก็ปล่อยให้รัฐบาลที่เขามาจากการเลือกตั้งทำต่อไปก็ได้” นายอุทัย กล่าว...

นายอุทัย กล่าวอีกว่า คำพูดของผู้นำเป็นสัญญาประชาคม และเป็นเรื่องที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ พูดว่า จะทำตามโรดแม็ป ก็ต้องทำตามโรดแม็ปไป เพราะในต่างประเทศแม้จะสถานการณ์ไม่สงบ มีสงครามกับต่างประเทศ ก็ยังมีเลือกตั้ง อย่างไปกังวลเรื่องปรองดอง เพราะคำนี้พูดมาหลายปีแล้ว อย่าเอามาเป็นสาระมากนัก แต่ต้องรู้ว่า ต้นเหตุมันอยู่ตรงไหน อยู่ที่ผลประโยชน์ของคนแต่ละกลุ่ม ไม่ใช่จับคนมาฟังเพลงแล้วให้ปรองดองกัน แต่การใช้ระบอบประชาธิปไตยจะเป็นการทำให้ผลประโยชน์ลงตัว ซึ่งจะกลายเป็นที่มาของความปรองดองที่แท้จริง เหตุนี้ จึงทำให้หลายประเทศห่วงประเทศไทย เพราะประชาธิปไตยมีค่า มีราคา มีความหมาย แต่ตนก็ยังกังวลว่า หากมีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใส่หมวกอย่างนี้ ก็ไม่แน่ใจ

นายอุทัย ให้สัมภาษณ์ในภายหลังอีกว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ผ่านตนไม่อยากชี้นำ เดี๋ยวร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะมาโทษตนอีก ซึ่งแนวทางประชาธิปไตยจะไปอย่างไร และคิดว่า ประชาชนมีความรู้เยอะอยู่แล้ว ทั้งนี้ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็เสนอให้นายกฯมาจากการเลือกตั้งโดยตรง แล้วอยู่ 4 ปี และถ้านายกฯ มาจากการเลือกตั้งโดยตรงก็ไม่ต้องห่วง ว่า ส.ส.จะมีความผูกพันกับรัฐบาลอย่างไร เพราะสามารถแยกฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารได้ และให้ฝ่ายนิติบัญญัติ มีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี โดยทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รวมถึงการตรวจสอบงบประมาณว่า เหมาะสมหรือไม่

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    92.7%
  • ไม่ชอบ
    4.7%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    1.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement