อิทธิฤทธิ์! กุมารทอง “เทพ”-“พราย” เวอร์ชั่น - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

อิทธิฤทธิ์! กุมารทอง “เทพ”-“พราย” เวอร์ชั่น

โดย รัก-ยม 31 ม.ค. 2559 05:01
553 ครั้ง


กุมารทองภายในวัด หลังทำพิธีปลดปล่อย.

อิทธิฤทธิ์หรือปาฏิหาริย์...“กุมารทอง” สองพี่น้องที่เลี้ยงเอาไว้ วันหนึ่งมีเด็กข้างบ้านแอบเข้ามาเล่นของเล่น เอารถสี่ล้อสูงเลยหัวเข่ามานิดเดียวออกมาถีบ แต่กลับพลัดตกจนบาดเจ็บถึงขั้นแขนหัก แบบที่ใครๆเห็นต่อหน้าต่อตาก็คิดว่าไม่น่าจะเจ็บหนักได้ขนาดนั้น

ผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่า “กุมารทองเขาหวงของเล่นในบ้าน เลยผลักตกรถ”

ตกกลางคืน...บรรยากาศเงียบสงัดก็มักจะได้ยินเสียงรถของเล่นใส่ถ่านวิ่งวนไปเวียนมาอยู่กลางบ้านโดยที่ไม่มีคนอยู่ตรงนั้น บางทีก็มีเสียงหัวเราะเด็กๆแทรกเข้ามาให้ได้ยินชวนขนลุก

“กุมารทอง”...สองพี่น้อง.

เชื่อไม่เชื่อ ก็สุดแล้วแต่...นี่คือประสบการณ์ตรงที่ได้พบพานของครอบครัวหนึ่งในจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครเท่าใดนัก

อีกครั้งหนึ่งที่จำได้ขึ้นใจ สมัยเด็กๆ...มีโอกาสเดินทางเข้ากรุงเทพฯมาเยี่ยมป้า กว่าจะถึงก็เย็นย่ำใกล้ค่ำเต็มที ทุกคนเหนื่อยจากการเดินทาง ตรงเข้าบ้านไปพักผ่อน แต่จู่ๆก็มีหนึ่งคนในกลุ่มทรุดนั่งลงกับพื้น...น้ำตาไหล ร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดเสียงเหมือนเด็กๆ “เข้าบ้านไม่ได้ๆ...ๆ...ๆ”

พูดอยู่อย่างนี้ซ้ำๆสองสามรอบ

สองพี่น้องกุมารทองแผลงฤทธิ์อีกแล้ว คุณตานึกขึ้นมาได้เลยจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทางนอกรั้วชายคาบ้าน ไม่นาน...คนที่ร้องไห้ก็ยิ้มหัวเราะร่าออกมาด้วยความดีอกดีใจ พร้อมบอกว่า “ได้เข้าบ้านแล้ว”

ที่แท้...สองพี่น้องกุมารทอง ตามมาเที่ยวด้วยกันนั่นเอง

“ทำดีดีกว่าขอพร” ธรรมะซุ้มประตูวัด.

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบ 30 กว่าปีมาแล้ว ก็ยังนึกสงสัยว่า “กุมารทองสองพี่น้อง” ที่คุณตาเลี้ยงเอาไว้นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ

การเลี้ยง “กุมารทอง” ไม่ใช่ของเล่นและไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่คิดจะเลี้ยงแล้วทิ้งๆขว้างๆเหมือนของเล่น...ตุ๊กตา แต่ก็ไม่ต้องลำบากเอาไปเข้าโรงเรียน ฝึกเขียนๆอ่านๆเหมือนฝากเด็กไว้กับเนิร์สเซอรี่

พึงระลึกไว้เสมอว่า “กุมาร นั้น...เสมือนคนจริงๆ คือ...ลูก” ต้องหมั่นหาของเล่น ขนมมาให้ หมั่นคุยกับเขา และถ้าคิดจะเลิกเลี้ยงต้องทำพิธีปลดปล่อย ไม่ใช่คิดจะขายลูกตัวเองปลดภาระออกจากตัว

ตั้งใจแน่วแน่และคิดว่าพร้อม ควรศึกษาข้อมูล ความจำเป็นให้ ถ้วนถี่ จะเลี้ยงเพื่ออะไร พร้อมที่จะดูแลเขาตลอดไปหรือเปล่า “สัจจะ...เป็นเรื่องสำคัญ บอกว่าจะให้ตอนไหนก็ต้องให้ตอนนั้น”

ศาลกุมารทอง.

ตัดสินใจมั่นเหมาะแล้ว ให้รู้ต่อไปอีกว่า กุมารทองนั้นมีแยกย่อยไปอีกว่า เป็น... “กุมารเทพ” หรือ “กุมารพราย”

“ศรัทธา” เป็นเสมือนแรงผลักให้เกิด “ปาฏิหาริย์”...กุมารทองสำนักไหน วัดไหนก็ตามที่เราจะไปนำกุมารทองมาเลี้ยงดูบูชา หรือจะซื้อหุ่นกุมารทองมาเองแล้วเอาไปผูกกุมารทอง ก็แล้วแต่ศรัทธาของแต่ละคน

“กุมารเทพ” ว่ากันว่า หน้าตาจะจิ้มลิ้ม น่ารัก ไม่ให้โทษแก่ผู้เลี้ยง หากไม่ได้ดูแล ด้วยเหตุนี้กระมังจึงไม่ค่อยแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เท่าใดนัก บนบานอะไรก็ได้ผลช้า

ตรงกันข้ามกับ “กุมารพราย” นอกจากจะแสดงอิทธิฤทธิ์บ่อยแล้ว ยังได้ผลเร็วเมื่อผู้เลี้ยงบนขอ แต่ด้วยความที่มีฤทธิ์มาก ว่ากันว่าผู้เลี้ยงต้องเลี้ยงดู ดูแลอย่างดีอย่าให้ขาดตก บกพร่องเป็นเด็ดขาด

ถ้าขาด...อาจให้โทษได้ ยิ่งไปกว่านั้น “กุมารทองพราย” ต้องผ่าน การกำกับคาถามาเป็นอย่างดีจาก อาจารย์ผู้สร้าง ไม่อย่างนั้นอาจเป็นเรื่องขึ้นมาได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

“คง”...“กล้า”...“แกร่ง”...“ทองมา”...“เรียกทรัพย์”...“ทองไหลมา” ...“พูลเงิน”...“พูลทอง”...ชื่อเรียกกุมารทองที่ผู้เลี้ยงตั้งเพื่อเน้นโชคลาภ ดุดัน แคล้วคลาด เฝ้าบ้าน สถานที่ตั้งบูชาจะตั้งต่ำกว่าพระ แต่ไม่ต่ำติดพื้น สูงราวเอวขึ้นไป โดยมีข้อแม้ว่า...ห้ามตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ปลายเท้า ใต้บันได หรือตรงกับประตูห้องน้ำ

ทุกคืน...ก่อนนอน ควรสวด คาถาบูชา เพื่อให้ลูกกุมารทองเชื่อฟัง มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น

เชื่อไม่เชื่ออย่างไรอย่าได้ลบหลู่ แล้วก็ให้รู้กันอีกว่า “กุมารทองเทพ” ...ให้ถวายของทุกวันพระ ส่วน “กุมารทองพราย” ให้ถวายของทุกวันโกน น้ำเปล่า น้ำแดง ขนม ผลไม้ พวง มาลัย...น้ำเปล่าอย่าให้ขาดหิ้ง ขนมก็เอาออกเวลามีขนมใหม่ หรือจะลาอาหารก่อนก็ขึ้นอยู่กับความสะดวก

ถวายแล้ว...บอก “กุมารทอง” ตามปรารถนาท่านเถิด.

รัก-ยม

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    100.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement