หมาและไข่หมา - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

หมาและไข่หมา

โดย หมอดื้อ 31 ม.ค. 2559 05:01
1,101 ครั้ง


หมอต้องขออนุญาตผู้อ่าน ลัดเลาะมายังเรื่องของสุนัขหรือหมาทั้งที่หลายๆท่านคงจะงงว่ามันเกี่ยวอย่างไรกับคอลัมน์สุขภาพ

หมอยังคงเป็นหมอรักษาคนเหมือนเดิมนะครับ แต่ที่เราต้องทำงานสนิทแนบแน่นกับคุณหมอสัตวแพทย์ เนื่องจากโรคที่เกิดในคนมากต่อมาก ที่สำคัญคือ โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคที่นำโดยสุนัข และการที่เรามัวแต่รับมือแก้แต่ปลายเหตุ ซึ่งแก้ก็ไม่ได้เพราะถ้าคนไข้มีอาการจะเสียชีวิต

ยาฉีดไข่ (อัณฑะ) หมาตัวผู้ โดยทำให้เป็นหมันตลอดชีวิตใช้เวลาเพียง 2 นาที ไม่ต้องฉีดยาซึมหรือให้ยาสลบ ไม่ต้องกักขังหลังฉีด และได้ผลในเวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง หรือ 2 เดือน โดยไม่ผลิตอสุจิ แต่ยังคงความเป็นชายชาตรี

แม้จะลดความก้าวร้าวไปบ้าง และก็ไม่เสียรูปทรง ไม่อ้วนตุ๊อย่างเช่นการผ่าตัดตัดไข่ทิ้งทั้ง 2 ลูก

การที่เรามีหมายั้วเยี้ยตามถนนหนทาง วัด ตลาด ที่ชุมชน ดังที่เห็นในปัจจุบัน เป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะถ้ามีหมาเพียงตัวเดียว มีเชื้อพิษสุนัขบ้าก็จะแพร่โดยการกัดเพื่อนหมาด้วยกันไปหมด ทั้งนี้ โอกาสหมาที่ถูกกัดจะกลายเป็นบ้าตามกันมีสูงอาจถึงครึ่งต่อครึ่ง โดยแต่ละตัวจะแสดงอาการ “บ้า” วิ่งกัดไปทั่ว ระยะเวลาไม่จำเป็นต้องตรงกัน เช่น บางตัวแสดงอาการใน 1 เดือน ในขณะที่ตัวอื่นๆ 2-3-4 เดือนก็ได้ และเป็นที่มาว่าหมาบ้าไม่จำเป็นต้องพบในหน้าร้อน หน้าฝน-หนาว ก็เป็นบ้าได้หมด

การที่เราจะไปฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครอบคลุมครบ 70% ของประชากรสุนัขทั้งที่มีและไม่มีเจ้าของ จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้โดยเฉพาะในกลุ่มหมาชุมชน

ทั้งนี้ เนื่องจากประชากรหมาเหล่านี้จะเพิ่มพูนขึ้นปีละ 2 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 4 ตัว การที่จะตามฉีดยากันหมาบ้าให้หมดคงเป็นไปได้ยาก พวกเราที่รักและเมตตา หมาชุมชน เหล่านี้ต้องช่วยกัน โดย เราผู้ที่หมาเหล่านี้เชื่อใจ เพราะให้ข้าว-น้ำทุกวันจะต้องเป็นคนพาหมาเหล่านี้ให้มารวมในสถานที่ที่เตรียมไว้เพื่อให้คุณหมอได้ทำหมัน ฉีดวัคซีนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการทำหมันก็คือขณะนี้ต้องใช้การผ่าตัดโดยในตัวผู้ตัดไข่ทิ้ง 2 ข้าง ไม่ใช่ทำแบบคนที่ผูกท่อน้ำเชื้อ และในตัวเมียตัดมดลูกทิ้ง ซึ่งต้องให้ยาซึม/สลบ มีการเลือดตกยางออก และต้องเฝ้าดูแลเขาต่ออีก 3-4 วัน และค่าใช้จ่ายยังสูงอีกเป็นเงินหลายพันบาท

10 ปีที่แล้ว คณะของเราโดยการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (สวทช.) ในการศึกษาการทำหมัน ได้พัฒนาต่อยอดวิธีการ “ฉีดไข่แบบการุณย์” ทั้งนี้ โดยที่ตัวยาแท้จริงเป็นของบริษัทสหรัฐฯ ได้รับการรับรองการใช้และจำหน่ายจาก อย.สหรัฐฯในปี 2003

ทางคณะเรา โดยคุณหมอเฮนรี่ ไวลด์ น.สพ.วีระ เทพสุเมธานนท์ และ น.สพ.บุญเลิศ ล้ำเลิศเดชา ได้ติดต่อไปปรากฏว่าบริษัทดังกล่าวไม่สนใจที่จะนำมาเผยแพร่ในไทย เนื่องจากใช้ในหมาจรจัด ไม่คุ้ม แต่ผลิตภัณฑ์ไม่มีสิทธิบัตรในไทย ทางหมอและคณะจึงได้ติดต่อบริษัท M&H ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยาคนช่วยวิเคราะห์ส่วนประกอบของตัวยานี้ ซึ่งขายหลอดละ 50 เหรียญสหรัฐฯ หลังจากวิเคราะห์แล้ว จึงได้สังเคราะห์และผลิตตัวยาดังกล่าวโดยราคาถูกลงมหาศาล และคุณหมอวีระ และบุญเลิศ ได้นำมาศึกษาในหมาที่มีการ ติดตามดูแลอย่างดีตลอด 1 เดือน ดูอาการ วัดไข้ การกินอาหารรวมทั้งการอักเสบที่ลูกอัณฑะ ซึ่งการอักเสบนี้ถือเป็นปฏิกิริยาปกติที่จะหายไปภายใน 2 สัปดาห์หลังการฉีด โดยการอักเสบที่เกิดขึ้นจะทำลายเนื้อเยื่อที่ผลิตอสุจิ และเนื้อเยื่อบางส่วนที่สร้างฮอร์โมนชาย อย่างไร ก็ตามการฉีดที่ถูกต้องประณีตเป็นเรื่องสำคัญ การฝึกอบรมการฉีดใช้เวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้นและต้องใช้ปริมาณยาที่เหมาะสมกับขนาดของอัณฑะ

การศึกษาต่อยอดของเราพบว่า ยานี้สามารถใช้ได้ในหมาตัวผู้ ไม่จำกัดอายุ กล่าวคือ อายุแก่กว่า 1 ขวบปีก็ยังใช้ได้ หลังจากที่พบว่ายาปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เราได้ขยายการใช้งานลงในพื้นที่ที่ตำบลสวนส้มจังหวัดสมุทรสาคร จากการทำหมันฉีดอัณฑะสุนัข 98 ตัว ได้มีการตรวจสอบติดตามสุขภาพหลังการฉีด ที่แม้หมาชุมชน 2 ตัว จะมีการอักเสบมาก ก็ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ความสำเร็จและการยอมรับของชุมชนสวนส้ม ได้ขยายผลต่อโดยคุณหมอ ส.พญ.นัยนา อภิชาติพันธุ์ สัตวแพทย์ประจำเทศบาลนครสมุทรปราการ ขยายผลการทำหมันด้วยวิธีนี้ไปสู่หมาไม่ต่ำกว่า 3,000 ตัวจนถึงปัจจุบัน และได้รับการติดต่อจากอำเภอ และอีกหลายจังหวัด

การฉีดไข่ทำหมันวิธีนี้ ควรจะได้รับการยอมรับใช้ให้แพร่หลาย ทางคณะได้พยายามผลักดันมาตลอด 10 ปี แต่ทางกรมปศุสัตว์ไม่เห็นด้วย แม้จะแสดงให้คณะผู้เชี่ยวชาญได้ชมถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยให้เหตุผลว่า “หมามันร้อง เวลาถูกฉีด” เท่านั้น

ถึงจุดนี้แล้ว ขอให้พวกเรานึกถึงว่าหมาไม่ได้อยากอยู่อย่างยากจนข้นแค้น แย่งอาหารจากเศษอาหารกันกิน อยู่อย่างอดอยาก และไม่มีหมาตัวใดอยากตายจากโรคพิษสุนัขบ้า ถ้าเราสามารถคุมประชากรเขาให้พอเหมาะ ไม่ต้องแย่งชิง ต่อสู้อาหาร ไม่เป็นโรค สามารถฉีดยา ได้ทั่วถึง เราก็จะอยู่กันอย่างเป็นสุข มีเมตตาธรรม ไม่ต้องฆ่าสุนัขจรจัด ฝากผู้กุมนโยบายและ อย. ด้วยนะครับ พวกเราที่ทำมาทั้งหมดจนถึงจุดนี้ ไม่มีใครได้ประโยชน์แม้แต่บาทเดียวครับ.

หมอดื้อ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    73.9%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    26.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement