กล้าบอกความจริงให้คนรักรู้ก่อนไหม? - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กล้าบอกความจริงให้คนรักรู้ก่อนไหม?

โดย เมอร์ลิน 31 ม.ค. 2559 05:01
281 ครั้ง


วันก่อนดูหนังเรื่อง เดอะ เดนนิช เกิร์ล มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามี-ภรรยาซึ่งเป็นจิตรกร (ช่างวาดภาพ) ทั้งคู่ ฝ่ายชายนั้นมีความสามารถในการวาดภาพแล้วนำไปขายให้ได้ราคา แถมมีชื่อเสียงเพราะชอบวาดภาพศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสม์ เป็นภาพวิวทิวทัศน์และความงามตามธรรมชาติ ขณะที่ภรรยาชอบวาดภาพเหมือนตัวบุคคล สไตล์พอร์ทเทรต มีอยู่วันนึงผู้ที่จะมาเป็นแบบให้ฝ่ายหญิงเขียนภาพนั้นไม่สามารถมาทำงานได้

ภรรยาจึงขอให้สามีช่วยเป็นแบบให้ แล้วจัดแจงเอาถุงน่อง, รองเท้าและเสื้อผ้าของผู้หญิงมาให้สามีสวมใส่เป็นนางแบบให้เธอจินตนาการเพื่อเขียนภาพนั่นเอง ปรากฏว่า พอสามีได้สัมผัสของใช้ของผู้หญิง ก็ทำให้ใจของเค้าเกิดความรู้สึกปั่นป่วน สมาธิกระเจิดกระเจิง และค้นพบตัวตนที่แท้จริงว่าเค้านั้นอยากเป็นสตรีมากกว่าบุรุษ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บุคลิกและการแต่งกายของสามีก็จะออกมาในแนวหญิงๆ

หนำซ้ำ ชายอื่นยังมาติดพันสามีที่แต่งกายเป็นหญิงด้วย ส่วนฝ่ายภรรยาจะรู้สึกอย่างไรหรือคะ แน่นอนว่าเธอย่อมกระอักกระอ่วนใจในตอนแรก และ บอกกับสามีตรงๆว่า เธออยากได้ “ผู้ชายคนเดิมที่เคยเป็นสามี” ของเธอกลับคืนมา แต่ฝ่ายชายที่เป็นสามีดันกู่ไม่กลับซะแล้ว ด้านภรรยาก็เสียเซลฟ์สิฮ้า ทว่าแม้จะ ตรอมใจ แต่เธอก็อยู่เคียงข้างสามีที่แต่งกายเป็นหญิง และอยู่ด้วยกันแบบเพื่อนที่ดีและคอยช่วยเหลือกันต่อไป

โอ้โห......ดูหนังเรื่องนี้แล้วบอกเลยว่า ประทับใจในการปรับตัวและการเสียสละของฝ่ายภรรยาเป็นอย่างมาก! แถมพอมาอ่านข่าวเกี่ยวกับหญิงไทย “หนูนา” ที่แต่งงานกับชายชาวออสเตรเลียที่ต่อมากลายเป็นผู้หญิงแล้ว เรื่องราวไม่เหมือนกัน แต่ใกล้เคียงกันมากจนเหลือเชื่อ! ถึงว่าโลกนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขอเพียงมองด้วยใจเปิดกว้างจะเข้าใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างภรรยากับสามีที่กลายเป็นหญิงนั้น เกิดขึ้นได้และไปกันได้ดีซะด้วย

ถามว่า ทำไมผู้หญิงถึง “ยอมรับ” กับการที่สามีของตัวเองเปลี๋ยนไป๋เป็นผู้หญิงได้? เอ้าทำไมจะไม่ได้ล่ะ อย่าลืมว่า มีผู้หญิงจำนวนมากที่มีเพื่อนเป็นเกย์ แถมสนิทสนมกันเป็นอย่างดีซะด้วย

จึงมีความเป็นไปได้ที่ ผู้หญิงจะยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิต “ในตัวตนของคนที่เธอรัก” ได้ดีกว่า แต่ก็เหอะนะ ไม่ใช่ว่า อิสตรีจะ “รับ” กับการที่สามีเป็นเกย์ หรือเป็นผู้หญิงไปเลยได้ทุกคน

ผู้หญิงที่รับไม่ได้นั้นมีอยู่จริง เพียงแต่หนุ่มที่รู้ตัวว่าเป็นเกย์หรือมีใจเป็นหญิง ถ้าจะจีบสาวคนไหน จงอย่าได้หลอกลวงสาวให้แต่งงานด้วย พวกนี้ทำเพื่อ? ก็เพื่อกลบเกลื่อนสถานภาพที่แท้จริงของตัวเองไงล่ะ

อยากให้ดูตัวอย่างกรณีสามีของหนูนา ที่บอกฝ่ายหญิงตามตรงและบอกแต่เนิ่นๆ (ถ้าเป็นไปได้) ว่าเค้าจะเป็นแบบนี้นะ แบบไหนก็รู้ๆกันอยู่เนอะ แล้วผู้หญิงจะ “รับ” ได้ไหม? ถ้ารับไม่ได้ก็ค่อยเลิกรากันไป ต่างคนจะได้เดินไปตามทางของตัวเอง ส่วนจะไปมีคนใหม่ หรือมีชีวิตตามแต่ใจที่ต้องการก็ว่ากันไป

ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะ หากคนสองคนก่อนคบกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว หรือคบไปแล้วและมารู้ตัวทีหลัง ทว่า “กล้า” ที่จะบอกคนรักว่าตัวตนที่แท้ของคุณนั้นเป็นอย่างไร? เพื่อให้อีกคนได้รับทราบและตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป ตรงนี้มันแฟร์ ยุติธรรมกับทั้งสองฝ่ายดี และจะไม่รู้สึกผิดกับอีกฝ่ายหนึ่งด้วย

ข้อดีของการบอกเรื่องตัวตนที่แท้จริงของตัวเองกับอีกฝ่ายนั้น มันเลิศเลอแน่นอน และในที่นี้ไม่จำกัดนะคะว่า ชายอยากเป็นหญิง หรือหญิง อยากเป็นชาย ไปจนกระทั่งเกย์ และไบเซ็กชวล (ชอบทั้งชายและหญิง) หากคุณกล้าเปิดเผยกับ “คนที่คุณรัก” ก่อน เพื่อให้เค้าได้ไปคิด, ไปไตร่ตรอง, รับรู้ล่วงหน้าย่อมดีกว่ามารู้กันทีหลัง ส่วนข้อดีมีดังนี้ 1.คุณไม่ต้องโกหก “คนที่คุณรัก” ไม่ดีหรอกหากอยู่ด้วยกันเพราะโกหกน่ะ

การโกหกไม่ใช่เรื่องสนุกเลยขอบอก โดยเฉพาะถ้าต้องพูดปดกับ “คนที่คุณรัก” คุณทำได้ ลงคอเชียวหรือ?......ถามจริง! เพราะหากคุณรัก
เค้าอย่างจริงจังและจริงใจละก็ คุณย่อมอยากให้ “คนรัก” ได้รับในสิ่งที่ดีที่สุด ให้เค้ามีโอกาสและทางเลือกในสิ่งที่เค้าควรได้รับ เพื่อชีวิตที่ดีของเค้าในอนาคต

2.เมื่อคุณกล้าเปิดเผย คุณก็สามารถใช้ชีวิตอย่างที่คุณต้องการได้ โดยไม่ต้องหลบๆซ่อนๆหากมีใครไม่ชอบที่คุณมีตัวตนเป็นแบบนี้ ก็ช่างมันดิ เราไม่สามารถทำให้ทุกคนมาชอบเราได้หรอก ถ้าใครอยากเป็นเพื่อนด้วยก็ดี หากไม่ประสงค์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคุณก็ดีอีกเหมือนกัน จะได้รู้กันไป

3.พ่อแม่บางคนอาจรับไม่ได้ในตอนแรก แต่เชื่อเลยว่า ความรักที่มีต่อลูกนั้นมีมากกว่า เห็นมาหลายครอบครัวแล้วที่หัวอนุรักษนิยม แต่เมื่อลูกเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ก็ยังรักเหมือนเดิม ขอเพียงคุณเป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ก็โอเคแล้วนะ

สังเกตดูคู่รักที่อยู่ด้วยกันแล้วไร้ปัญหา เช่น สมมติกรณีหญิงไปรักชายที่เปลี่ยนเป็นหญิงนี่นะ คู่นี้อยู่กันได้เพราะไม่มีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องไง ถ้าเมื่อไหร่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น นั่นล่ะ ปัญหาจะตามมาเป็นพรวน “การนอกใจกัน” ต่างหากที่สร้างความร้าวฉานให้คู่รักมานับไม่ถ้วน.

เมอร์ลิน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement