รตอ.ยิงหัวคาห้องฆ่าประชดสำนวนคดีสำคัญ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

รตอ.ยิงหัวคาห้องฆ่าประชดสำนวนคดีสำคัญ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ม.ค. 2559 06:30
20,269 ครั้ง


โยงยึดรถเฮียเม้งร่วม 204 คันเมียอุ้มลูกพ้อน.1-ไร้เงาผกก.ตร.สน.ทุ่งสองห้องลงชื่อขับ

สลดพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ยศ “ร.ต.อ.” ใช้ปืนประจำกายยิงตัวตายต่อหน้าเมียและลูกน้อยในห้องพักแฟลตตำรวจ รรท.ผบช.น.เผยสาเหตุเครียดเรื่องงานสอบสวน ผู้ตายรับผิดชอบสำนวนคดีดัง กรณี ศปจร.นครบาล จับเต็นท์ผิดกฎหมายรับจำนำรถยนต์ ยึดรถของกลาง 204 คัน มูลค่า 60 ล้านบาท ด้านโฆษก ตร. ระบุสั่งให้ ผกก.ออกแบบ การดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อไม่เกิดเหตุซ้ำอีก

ผู้กองพนักงานสอบสวนใช้ปืนเป่าขมับตัวเองดับคาแฟลตตำรวจ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 29 ม.ค. ร.ต.ท.ภูวเดช วณิชโยบล พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุตำรวจยิงตัวตาย ภายในแฟลตอิสระ สน.ทุ่งสองห้อง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. จึงรุดไปสอบสวนพร้อมด้วย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) และแพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 5 ชั้น ภายในห้องเลขที่ 115/235 ชั้นที่ 4 พบศพ ร.ต.อ.ทวี หมื่นรักษ์ อายุ 41 ปี ตำแหน่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง นอนหงายสวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียว กางเกงเลสีขาว นอนจมกองเลือดอยู่หน้าประตูห้อง สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน 9 มม. กระสุนเข้าเหนือกกหูขวาทะลุเหนือกกหูซ้าย 1 แผล บริเวณปลายเท้าพบปืนสั้นออโตเมติก 9 มม. สีดำ ยี่ห้อซีแซด ปืนประจำกายผู้ตายตกอยู่ และพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกัน 1 ปลอก โดยมีภรรยาผู้ตายนั่งกอดศพร้องไห้สะอึกสะอื้น เพื่อนข้าราชการที่พักอยู่ในแฟลตเห็นต่างสงสารและเห็นอกเห็นใจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำศพส่งสถาบันนิติเวชฯ ชันสูตรอีกครั้ง ขณะที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ไม่ได้เดินทางมาด้วย ขณะที่ภรรยาผู้ตายพูดตัดพ้อกับ รรท.ผบช.น. ด้วยว่า อยากจะพบกับผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง เป็นอย่างมาก

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเศร้าใจ สะเทือนใจต่อเพื่อนร่วมงาน และครอบครัวของผู้ตาย จากการสอบถามภรรยาของผู้ตาย ทราบว่าก่อนเกิดเหตุกำลังเลี้ยงลูกเล็กอีก 2 คน และพูดคุยกันกับสามีตามปกติ จู่ๆได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด หันไปเห็นสามีร่วงลงไปนอนกับพื้นต่อหน้าภรรยาและลูก สั่งการให้เก็บลายนิ้วมือคราบเขม่าดินปืน ข้าวของภายในห้องทั้งหมด รอผลการชันสูตรศพ และผลการตรวจคราบเขม่าดินปืนที่มือของผู้ตาย ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการสอบสวน ส่วนสาเหตุการฆ่าตัวตายเบื้องต้นทราบว่าเครียดจากการทำงานในหน้าที่งานสอบสวน อย่างไรก็ตามต้องสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง รวมทั้งจะช่วยเหลือครอบครัวของผู้ตายด้วย

รรท.ผบช.น. กล่าวต่อว่า วันที่ 30 ม.ค. ผบก.น.2 จะมีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องปัญหาความเครียดของพนักงานสอบสวน และจะไปร่วมด้วยในฐานะที่เคยเป็นพนักงานสอบสวน เวลาตนไปตรวจงานตาม สน.ต่างๆ จะให้กำลังใจพนักงานสอบสวน มีปัญหาก็เป็นพี่เลี้ยงให้ ที่จริงเราเข้มข้นกับเรื่องนี้แต่มันยังไม่มากพอ การโดนฟ้องร้องนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ายึดหลักการ ยึดความถูกต้อง ยึดหลักกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ พนักงานสอบสวนทุกท่านไม่ต้องกังวล ขอให้ทำหน้าที่ด้วยความยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ทวี หมื่นรักษ์ เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม รุ่น 7,000/1 มารับตำแหน่งที่ สน.ทุ่งสองห้อง วันที่ 16 พ.ค.55 ติดยศ ร.ต.อ. เดือน ม.ค.58 สาเหตุเครียดเรื่องงานน่าเกิดจาก ร.ต.อ.ทวี รับผิดชอบสำนวนคดีสำคัญ คดีศูนย์ป้องกันปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ บช.น. (ศปจร.น.) จับกุมผู้ต้องหาประกอบธุรกิจโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต รับจำนำรถยนต์และรถยนต์ขาดไฟแนนซ์ เต็นท์รถ “เฮียเม้งรถบ้าน” ยึดรถของกลางได้จำนวน 204 คัน มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท บริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ ย่านหลักสี่ เมื่อวันที่ 28 พ.ย.58 ที่ผ่านมา

มีรายงานด้วยว่า ข้าราชการตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง เตรียมรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่น บช.น. ขอเปลี่ยน ตัว ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ถึงกรณีดังกล่าวและสาเหตุที่ลูกน้องยิงตัวตาย แต่ พ.ต.อ.เติมเผ่า ปฏิเสธไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด

ด้าน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจฆ่าตัวตายว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นห่วง มีการตั้งศูนย์ให้คำปรึกษา แต่ตำรวจอยู่ภายใต้สภาวะกดดันของการทำงานและหน้าที่ สังคมคาดหวังการปฏิบัติงานของตำรวจที่ต้องดูแลประชาชน ที่ผ่านมาตำรวจทุกนายรู้ว่าตัวเองต้องเสียสละตั้งแต่คิดจะเข้ามารับราชการตำรวจ แต่ต้องยอมรับว่าหน้างานตำรวจมีมาก ตำรวจทุกนายก็ปฏิบัติหน้าที่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น ต้องหันมาคุยในรูปแบบของกลุ่มบัดดี้ เพื่อหารือกันในหน่วย โดยได้มอบหมายให้ ผกก.แต่ละพื้นที่ไปออกแบบการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ให้มีการพูดคุยกันบ่อยๆ ดูกันตั้งแต่หน้าบ้านยันหลังบ้านรวมถึงลูกๆ หนี้สิน และสุขภาพ ดูทุกมิติ เพื่อให้ตำรวจเป็นตำรวจที่สมาร์ทโปลิศให้ได้

ทางด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้ควบคุมยากพอสมควร เป็นเรื่องของส่วนตัว เราไม่สามารถเข้าไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนตลอด 24 ชม. แต่ได้เตือนในภาพรวมไว้แล้ว เน้นให้ดูแลทุกข์สุขของครอบครัว ใครมีอาการผิดปกติให้เรียกมาพูดคุย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    5.7%
  • ไม่ชอบ
    6.8%
  • สนุก
    5.7%
  • ประหลาดใจ
    9.4%
  • เสียใจ
    49.1%
  • ให้กำลังใจ
    23.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement