อุ้มทำงาน! สาวคลั่งลูกเทพ เลี้ยง9ตัว ยืนยันไม่แปลก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

อุ้มทำงาน! สาวคลั่งลูกเทพ เลี้ยง9ตัว ยืนยันไม่แปลก

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ม.ค. 2559 04:05
44,502 ครั้ง


เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญขึ้นป้ายห้ามพระนักเสกตุ๊กตาลูกเทพ เจิมตุ๊กตาสนองศรัทธา ญาติโยม เผยพบความผิดเข้าข่ายอวดอุตริเปิดคลิปยันจนเจ้าตัวยอมรับ ขณะที่พระชื่อดังยังเปิดกุฏิรับลูกศิษย์และผู้ให้ความเคารพศรัทธาถวายสังฆทาน สอบถามข่าวให้กำลังใจ เจ้าตัวยันไม่ตอบโต้กระแสต้าน ขอมองโลกแง่ดี ถือว่าได้โอกาสหยุดพัก คนผิดหวังอุ้มตุ๊กตามาให้เจิมเห็นป้ายยืนเซ็งต้องอุ้มกลับ พระมหาสมปองเตือนสติผู้หลงบูชาตุ๊กตา ยันลูกคนดีกว่าลูกเทพ ด้านพนักงานราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯเลี้ยงถึง 9 ตัวแถมเอามานั่งทำงานด้วย เผยเลี้ยงเพราะชอบและเอาไว้เป็นเพื่อน ไม่ได้งมงายและไม่ได้หวังโชคลาภ 9 บ่อนเขมรห้ามนำตุ๊กตาลูกเทพเข้ากาสิโน


กระแสฟีเวอร์ “ตุ๊กตาลูกเทพ” ที่มีทั้งบวกและลบ ส่งผลให้วัดบัวขวัญ จ.นนทบุรี ต้องยุติการทำพิธีปลุกเสกตุ๊กตาดังกล่าวแล้ว โดยเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง ตั้งแต่ช่วงเช้า พระราชนันทมุนี เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ และเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ได้มีคำสั่งห้ามพระลูกวัดทำพิธีปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพ โดยได้ให้นำป้ายไวนิลยาว 2.5 เมตร มีข้อความ “ประกาศ หยุดการเจิม การปลุกเสก ลงเลข ลงยันต์ ตุ๊กตาลูกเทพทุกอย่าง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” แขวนไว้บริเวณด้านหน้าทางเข้ากุฏิพระวินัย ฐิตปัญโญ อายุ 64 ปี พระลูกวัดที่ตกเป็นข่าวโด่งดังจากการเจิมและจารอักขระลงบนตุ๊กตาลูกเทพมาตลอด 1 ปี มีตุ๊กตาผ่านพิธีมากนับหมื่นตัว มีคนที่เข้ามาเที่ยวงานปิดทองฝังลูกนิมิตพระอุโบสถจตุรมุก 2 ชั้น ซึ่งวัดจัดขึ้นเป็นวันแรกจนถึง 16 ก.พ. พากันยืนอ่านข้อความในป้ายด้วยความสนใจ ขณะที่ตั้งแต่เช้าจนบ่ายมีคนนำตุ๊กตาลูกเทพมาให้พระวินัยทำพิธีเพียง 2-3 ตัว แต่เมื่อเห็นป้ายคำสั่งห้ามต่างพากันยืนเซ็งก่อนพากันอุ้มตุ๊กตาลูกเทพกลับไป


ส่วนที่กุฏิพระวินัย พบว่ายังเปิดให้ญาติโยมและลูกศิษย์เข้าทำบุญถวายสังฆทานตามปกติตั้งแต่ 08.00-17.00 น. แต่ไม่มีการลงอักขระเลขยันต์ลงบนตุ๊กตาเหมือนที่ผ่านมา โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีลูกศิษย์ทยอยเข้าถวายสังฆทานและสอบถามข่าวคราวด้วยความเป็นห่วง ซึ่งพระวินัยได้ต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและนำสวดให้ศีลให้พรด้วยเสียงดัง ชัดเจนตามเอกลักษณ์ประจำตัว และได้พูดกับลูกศิษย์ที่สอบถามถึงเรื่องที่มีคนโหนกระแสตุ๊กตาลูกเทพโจมตีว่า ขอให้ทุกคนเข้าใจโลก เมื่อมีทุกข์ ต้องมีสุข มีดี ต้องมีไม่ดี แม้จะถูกโจมตีที่ลงอักขระบนตุ๊กตาเพื่อสนองศรัทธาญาติโยม ก็ต้องนิ่ง ไม่ได้คิดอะไร ไม่อยากตอบโต้ ทางที่ดีขอให้มองในแง่บวก ว่ากระแสกำลังแรง เจ้าอาวาสจึงให้หยุด ถือว่าเป็นการได้พัก เพื่อให้กระแสลดลง

พระราชนันทมุนีกล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค. ได้เรียกพระวินัยไปคุย ถึงกระแสข่าวตุ๊กตาลูกเทพ ที่กำลังแรงหลัง “ไทยรัฐ” เสนอข่าววัดบัวขวัญปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพคนแน่นวัด ทั้งที่การทำพิธีเป็นในนามส่วนตัวของพระลูกวัดไม่ใช่ในนามวัด เป็นความศรัทธาของคนที่ไปซื้อตุ๊กตามาทำพิธี แต่ทุก

หน่วยงานมุ่งมาที่วัด คณะสงฆ์ ทหาร ตำรวจ รุมเร้าไปหมด จึงต้องสั่งให้หยุดทำพิธี เพราะพบว่ามีความผิดเข้าข่ายอวดอุตตริ โดยมีคลิปวีดิโอมาเปิดยืนยัน ในคลิปมีการพูดในลักษณะอวดอ้างโฆษณาตัวเอง ชัดเจนทั้งภาพและเสียง เถียงไม่ได้ พระวินัยจึงยอมรับ ส่วนการเจิมป้าย เจิมบ้าน เจิมรถ ยังทำได้ตามปกติ ส่วนที่เคยบอกว่าไม่ผิด เพราะตอนนั้นยังไม่พบความผิด ถ้าเจิมหรือจารอักขระบนตุ๊กตาแล้วไม่พูดยกตนหรือโฆษณาตัวก็ไม่ผิด จนมาพบคลิปโปรโมตตัวเองจึงเรียกมาคุย ท่านยอมรับโดยดี และยอมเลิกทำพิธี พอดีวัดมีงานปิดทองฝังลูกนิมิต คงมีการบอกต่อกันวันนี้จึงไม่มีคนนำตุ๊กตามาให้เจิม

นายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ในการประชุมผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ที่ประชุมได้หารือถึงกรณีมีพระสงฆ์บางจังหวัดปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพ โดยที่ประชุมมีความเห็นว่า ถ้าภิกษุรูปใดประพฤติล่วงละเมิด เจ้าคณะผู้ปกครองต้องตักเตือน หากเตือนแล้วยังฝ่าฝืนคำสั่ง ให้พิจารณาลงโทษถึงขั้นให้สึกได้ ส่วนกรณีที่พระสงฆ์ทำพิธีไสยศาสตร์โดยการใช้กระดูกของศพมาทำพิธีปลุกเสกลงในตัวตุ๊กตาลูกเทพ หากศพนั้นมีญาติจะถือว่าพระเข้าข่ายอาบัติปาราชิก

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวทราบว่า มีพนักงานราชการกลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ 9 ตัวและนำมานั่งเคียงคู่ในที่ทำงานด้วยทุกวัน คือ น.ส.วลัยลักษณ์ ดอกสร้อย อายุ 54 ปี เจ้าตัวได้เปิดเผยว่า ชอบตุ๊กตาจึงได้เลี้ยงและสะสมเรื่อยมาเกือบ 2 ปีแล้ว ปัจจุบันมีทั้งหมด 9 ตัว ทุกตัวมีชื่อที่ตั้งให้ ประกอบด้วย ถุงเงินถุงทอง ขวัญเงินขวัญทอง นับเงินนับทอง มีเงินมีทอง โบนัส นางฟ้า พาสุข ดีดี และเจ้าจอม โดยตัวที่ชื่อ “โบนัส” เป็นตัวที่รักมากที่สุดเพราะถูกชะตาและจะพาไปไหนด้วยตลอด ส่วนตัวอื่นๆก็พาไปแล้วแต่โอกาสและสถานที่ แต่ละตัวซื้อมาจากบ้านลูกเทพและตามอินเตอร์เน็ตบ้าง ราคาสูงสุดคือโบนัส 9,000 บาท พาไปเบิกเนตรทุกตัว ที่บ้านพระอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคารพ กิจวัตรประจำวันก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัว หวีผม ให้กินข้าวก็จะกินในสิ่งที่เรากินแต่ละวัน ที่สำคัญคือการร่วมสวดมนต์โดยจะสวดบทชินบัญชรและพาหุง เวลาเข้านอนก็จะนอนห้องเดียวกันมีเตียงส่วนตัว


น.ส.วลัยลักษณ์กล่าวด้วยว่า ตนมีสามีแต่ไม่มีลูก มีหลาน 2 คน ก็เลี้ยงหลานด้วย สามีไม่เคยว่า ที่ทำงาน ก็ไม่มีใครมองเป็นเรื่องแปลก บางคนยังมาเล่นด้วย เท่าที่ทราบข้าราชการในกรมก็มีเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ 5-6 คน แม้แต่ผู้ชายก็ยังเลี้ยง คิดว่าเป็นความชอบส่วนบุคคล ไม่ได้เลี้ยงตามกระแส หรือเลี้ยงเพื่อหวังโชคลาภอะไร ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้เลขหรือมีลาภอะไร แต่เลี้ยงเพื่อความสุข ตอนนี้ที่เป็นกระแส เป็นเพราะดาราส่วนหนึ่งเลี้ยง อยากฝากข้อคิดให้ผู้ที่เลี้ยง ขอให้เลี้ยงด้วยความรัก ไม่ใช่อิงตามกระแส หากวันใดวันหนึ่งกระแสจบไปแล้ว ไม่รู้ว่าตุ๊กตาเหล่านี้จะถูกทิ้งเป็นขยะหรือไม่ นอกจากนี้ ไม่ใช่เลี้ยงเพื่อหวังผลประโยชน์ เพราะโชคชะตาเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ขณะนี้น่าเป็นห่วงที่อาจจะมีหลายคนต้องการทำตามกระแส สังคมปัจจุบันเป็นยุควิทยาศาสตร์ ที่ควรจะมีเหตุและผล บางคนอาจจะไม่มีลูก ต้องการหาสิ่งทดแทนเพื่อแสดงออกถึงความรักความอบอุ่น ก็อยากฝากถึงแนวทางหนึ่ง ที่สามารถทำได้คือการช่วยเหลือหรือเลี้ยงเด็กกำพร้า เด็กด้อยโอกาสตามสถานสงเคราะห์ หรือมูลนิธิองค์กรเอกชน เป็นทางหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือสังคมด้วย

ในส่วนกระแสต่อต้านตุ๊กตาลูกเทพ ผู้สื่อข่าวจังหวัดพะเยา รายงานว่า ที่รีสอร์ตไซน่าทาวน์ บ้าน แท่นดอกไม้ ต.ต๋อม อ.เมืองพะเยา ขึ้นป้ายห้ามแขกที่เข้ามาพักเอาตุ๊กตาลูกเทพเข้ามาพักด้วย นายอู๊ด ผัดวงศ์ อายุ 78 ปี เจ้าของรีสอร์ตเผยว่า ที่ติดป้ายประกาศห้ามแขกนำเอาตุ๊กตาลูกเทพเข้ามาพักด้วยเพราะจะทำให้แขกคนอื่นกลัว แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีแขกเอาตุ๊กตาเข้ามาพักด้วย


ขณะที่พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต หรือ “พระมหาสมปอง” พระนักเทศน์ชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไทยรัฐที่สนามบินเชียงใหม่ถึงกระแสตุ๊กตาลูกเทพ ว่า เป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไทยที่มักจะมีอะไรใหม่ๆแปลกๆแบบนี้เสมอ เท่าที่ได้ดูและอ่านจากข่าวคิดว่า ลูกคนอย่าได้แพ้ลูกเทพ เพราะลูกเทพเขาเข้ามาแป๊ปเดียวพ่อแม่รักเหลือเกิน ให้โชคให้ลาภเหลือเกิน แต่ความเป็นจริงคือลูกคนจะต้องดีกว่าลูกเทพ คือจะต้องรักษาศีล 5 มีหิริโอตตัปปะกลัวบาป ทำให้พ่อแม่ชื่นใจตั้งใจเรียนและตั้งใจทำงานขยันขันแข็งดูแลพ่อแม่ หากลูกเป็นคนดีแล้ว ตุ๊กตาจะมาสู้ลูกคนได้อย่างไร


พระมหาสมปองกล่าวด้วยว่า ส่วนคนที่กำลังหลงใหลได้ปลื้มกับตุ๊กตาลูกเทพ หากมีความสบายใจ มีเงินมีทองเยอะ มองว่าเราเหมือนซื้อตุ๊กตาตัวหนึ่งที่น่ารักๆมา หากซื้อมาแล้วเกิดความสบายใจก็ไม่มีใครว่าอะไร แต่หากเข้าขั้นที่คุยกับตุ๊กตาลูกเทพได้นี้ อาตมาว่าต้องปรึกษาจิตแพทย์และต้องระวังตัวเองด้วย ส่วนประชาชนที่ไม่มีศักยภาพในการซื้อตุ๊กตา ก็ไม่ต้องไปดิ้นรนกระเสือกกระสนซื้อ เพราะมันไม่ใช่ลูกเทพลูกอะไร ยิ่งขณะนี้มีการแชร์ข้อความในสังคมออนไลน์ว่า เวลาอุ้มเอาไปไหนมาไหนด้วยยิ่งจะทำให้มองเราว่าเป็นคนไข้ของ รพ.แห่งหนึ่งที่ทางแพทย์ปล่อยตัวออกมา

นอกจากนี้ ที่ภายในบริเวณงานอนุสรณ์ดอน–เจดีย์ ประจำปี 2559 อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวอุ้มตุ๊กตาเทพมาเที่ยวงานกันหลายราย โดยเฉพาะบรรดาร้านค้าที่มาออกร้านขายของภายในงานนำตุ๊กตาลูกเทพมาตั้งบูชาที่หน้าร้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลกันนับสิบร้าน

น.ส.นวิสา เก่งประดิษฐ์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 3 ต.มาทองพุช อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เจ้าของร้านขายตุ๊กตา ที่มาออกร้านในงาน เผยว่า ตนและครอบครัวเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพมาเกือบปีแล้ว โดยได้บูชามาจากสำนักโอมมหามนต์ตรา จ.นครปฐม ปัจจุบันเลี้ยงไว้รวมๆ กับญาติจำนวน 5 ตัว ส่วนตัวที่มักจะนำไปไหนมาไหนด้วยโดยเฉพาะเวลาไปทำการค้าคือ น้องทองเอก และน้องกำไร เวลาอยากได้อะไรก็จะขอ เมื่อประสบผลสำเร็จก็จะมีรางวัลให้เป็นพวกของเล่น เครื่องแต่งกาย รวมถึงของมีค่า เช่น กำไลทอง สร้อยทอง ส่วนการเลี้ยงก็ไม่ยากเรากินอะไรก็เรียกเขากินด้วย ส่วนตัวเชื่อว่าตั้งแต่บูชามา การค้า การงานก็เจริญรุ่งเรืองขึ้น แต่ขอย้ำว่านี่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล และยืนยันว่าจะเลี้ยงลูกเทพต่อไป

วันเดียวกัน พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จ.สระแก้ว เผยว่า ได้รับการประสานแจ้งเตือนมาจาก พ.ต.ท.ตึ๊บ ยาดี รองหัวหน้าด่าน ตม. ปอยเปต ของกัมพูชา กรณีการนำตุ๊กตาลูกเทพผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนอรัญประเทศ ว่าบ่อนกาสิโนทั้ง 9 บ่อนในฝั่งปอยเปต ได้ห้ามนำตุ๊กตาลูกเทพเข้าไปในกาสิโนอย่างเด็ดขาด โดยผู้บริหารบ่อนกาสิโนให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบซุกซ่อนอุปกรณ์การโกงพนันเข้าไปในกาสิโน

ส่วนความเคลื่อนไหวกรณีตุ๊กตาลูกเทพฟีเวอร์ในฝั่งปอยเปต กัมพูชา พบว่าเช้าวันนี้ที่บริเวณท่ารถแท็กซี่กัมพูชา บริเวณวงเวียนปอยเปต ตรงข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีกลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่ชาวกัมพูชา เปิดรับจ้างนำตุ๊กตาลูกเทพ ไปทำพิธีลงอักขระเสกคาถาอาคมและคุณไสยต่างๆที่ลูกค้าต้องการ ที่วัดรวนรุมเจรย อ.ทมอพวก จ.บันเตียเมียนเจย กัมพูชา ห่างจากด่านพรมแดนอรัญประเทศ ประมาณ 100 กม. ซึ่งเป็นวัดดังในเรื่องคุณไสยและคาถาอาคมต่างๆมีชาวกัมพูชาให้ความเคารพและนับถือจำนวนมาก ในราคาตัวละ 500 บาท แต่ถ้าหากลงอักขระมหาเทพจะเสียเงินเพิ่มอีก 300 บาท โดยมีพ่อค้า แม่ค้าชาวกัมพูชานำตุ๊กตาลูกเทพหรือตุ๊กตาเด็กทั้งของใหม่และมือสอง ว่าจ้างแท็กซี่เขมรนำไปลงอาคมและอักขระที่วัดรวนรุมเจรย รวมกันกว่า 10 ตัว แต่ยังไม่มีคนไทยนำตุ๊กตาลูกเทพไปว่าจ้างให้นำไปลงคาถาอาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กรณีที่มีแท็กซี่รายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวีดิโอแสดงความอัดอั้นตันใจกรณีที่ผู้โดยสารหญิงคนหนึ่ง นั่งรถมาพร้อมตุ๊กตาลูกเทพและบอกให้แท็กซี่ขับรถให้ดีๆ เพราะกลัวว่าตุ๊กตาลูกเทพจะเมารถ ทำให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่รู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจจนต้องโพสต์คลิปวีดิโอ และมีการแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล ทำให้ คนในโลกโซเชียลต่างออกมาแสดงความเป็นห่วงว่าอาจจะเกิดกระแสแท็กซี่ต่อต้านตุ๊กตาลูกเทพและอาจจะทำให้เกิดปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารที่มีการนำตุ๊กตาลูกเทพขึ้นรถแท็กซี่ และอาจจะกระทบต่อเนื่องไปยังผู้โดยสารปกติที่ใช้บริการแท็กซี่

เรื่องนี้นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า กรณีที่ผู้โดยสารนำตุ๊กตาลูกเทพติดตัวมา เรียกใช้บริการแท็กซี่และแท็กซี่มีการจอดรับและผู้โดยสารขึ้นมานั่งบนรถแล้ว มารู้ภายหลังว่านำตุ๊กตาลูกเทพมาด้วย คนขับไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธหรือไล่ผู้โดยสารลงจากรถ จะต้องขับรถพาผู้โดยสารไปส่งให้ถึงปลายทางที่ตกลงไว้ หากปฏิเสธไม่ไปส่งถือว่าผิดกฎหมาย ต้องถูกปรับ 1,000 บาทและถูกส่งไปอบรมที่กรมการขนส่งทางบก แต่หากผู้ขับแท็กซี่ไม่สะดวกที่จะรับผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆก็ตาม เช่น คนเมา หรือคนที่ดูแล้วไม่ปลอดภัย หรือแม้แต่ผู้โดยสารที่นำตุ๊กตาลูกเทพติดตัวมาด้วย ซึ่งเกรงว่าจะเกิดปัญหา คนขับก็สามารถปิดไฟแสดงสัญลักษณ์คำว่า “ว่าง” บริเวณหน้ารถได้ เพื่อบอกให้รู้ว่าอยู่ในช่วงงดรับบริการ ซึ่งกรณีนี้ถือว่าคนขับแท็กซี่ไม่มีความผิดตามกฎหมาย เพราะมีการบอกผู้โดยสารล่วงหน้าก่อนแล้ว

ส่วนนายพัลลภ ฉายินธุ คณะทำงานจัดระเบียบแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวว่า เชื่อว่าแท็กซี่ส่วนใหญ่จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสารที่โดยสารมากับตุ๊กตาลูกเทพแน่นอนและจะไม่เกิดกระแสปิดไฟว่าง จนส่งผลกระทบผู้โดยสารปกติ เพราะแท็กซี่เป็นอาชีพของคนหาเช้ากินค่ำต้องการมีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวทุกวัน ส่วนกรณีที่ผู้โดยสารพาลูกเทพขึ้นมาแล้วก่อปัญหาให้ผู้ขับขี่ไม่สบายใจ คงทำอะไรไม่ได้ ต้องทำใจอย่างเดียว การเลี้ยงตุ๊กตาเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล แต่ผู้โดยสารก็ต้องพยายามควบคุมพฤติกรรมในการเลี้ยงดูแลลูกเทพด้วย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของแท็กซี่

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    21.8%
  • ไม่ชอบ
    55.8%
  • สนุก
    6.3%
  • ประหลาดใจ
    11.4%
  • เสียใจ
    2.8%
  • ให้กำลังใจ
    1.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement