'ดีเอสไอ' หนุน ตรวจสอบที่ดิน หาดราไวย์ เสนอภูเก็ต ร่วมหาข้อยุติ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'ดีเอสไอ' หนุน ตรวจสอบที่ดิน หาดราไวย์ เสนอภูเก็ต ร่วมหาข้อยุติ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 20:45
847 ครั้ง


'ดีเอสไอ' สนับสนุนหลักฐาน ตรวจสอบที่ดินชุมชนชาวไทยใหม่ หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต กรณีพื้นที่พิพาทกับเจ้าของสิทธิ์ในที่ดิน จนเป็นเหตุปะทะกัน เผย เสนอกับทางจังหวัดหาข้อยุติ ซึ่งมีการประชุมหารือ 2 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอได้มีการนำเสนอข้อมูลการตรวจสอบหลักฐาน ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต เพื่อยืนยันการตั้งชุมชนของชาวไทยใหม่ (ชาวเล) หาดราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต สืบเนื่องจากเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเรื่องการร้องเรียนจากชาวไทยใหม่ราไวย์ เพื่อขอให้ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินจาก ส.ค.1 ทับที่

ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ และได้มีการนำหลักฐาน ดังกล่าว มาฟ้องขับไล่ชาวบ้าน ซึ่งมีคดีอยู่ 3-4 คดี โดยบางคดีได้มีการพิพากษาในชั้นศาลฎีกาแล้ว ซึ่งชาวบ้านแพ้ และบางคดีอยู่ในศาลอุทธรณ์ รวมทั้งบางคดีเพิ่มเริ่มต้น โดยที่ดินที่ตั้งชุมชนนั้นเป็นแปลงที่ดิน ซึ่งอยู่ติดกับที่ดิน ที่ชาวไทยใหม่มีข้อพิพาทเรื่องทางสาธารณะ สำหรับใช้ไปประกอบพิธีกรรมกับเจ้าของที่ดินที่มีการยืนยันกรรมสิทธิ์ จนเป็นที่มาของการเกิดเหตุปะทะกัน

จากการที่ได้ลงพื้นที่ ได้ให้มีการบอกเล่าที่มาของการตั้งชุมชนและพิธีกรรมต่างๆ พบว่าชาวไทยใหม่ได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นเวลานับ 100 ปี อันเป็นผลมาจากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโครงกระดูกที่มีการขุดพบภายในชุมชน

ซึ่งได้นำไปตรวจสอบดีเอ็นเอ เปรียบเทียบกับคนในชุมชน พบมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน รวมไปถึงรายชื่อของนักเรียนที่มีการทำบันทึกไว้ที่โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชุมชนไปประมาณ 1 กิโลเมตร และภาพของบุคคลในชุมชน ที่รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2502 ตลอดจนการอ่านแปลภาพถ่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 ซึ่งเห็นเส้นทางเดินคล้ายจะเป็นทางสาธารณะ ก่อนจะมีการออกเอกสารสิทธิ ส.ค.1ในปี พ.ศ.2498

ด้าน พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของที่ดินแปลงที่เป็นข้อพิพาท เรื่องทางเดินสาธารณะไปยังที่ประกอบพิธีกรรมนั้น แม้จะเป็นคนละแปลงกัน แต่มีรอบเขตติดต่อกัน ซึ่งที่เป็นปัญหา คือ การที่ทางเจ้าของที่ดินจะปิดเส้นทางเข้าออกและเป็นไปได้ว่าการโฉนดนั้น ได้ครอบทางสาธารณะที่มีการใช้ประโยชน์อยู่เดิม

ซึ่งเห็นได้จากการอ่านแปลงภาพถ่าย และพบทางสาธารณะปรากฏอยู่ ในส่วนของข้อมูลหลักฐานต่างๆ ทั้งหมดนั้น ทางดีเอสไอจะนำไปเสนอต่อจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งประกอบการพิจารณาหาข้อยุติกรณีข้อพิพาทระหว่างชาวไทยใหม่ราไวย์กับเจ้าของที่ดิน ซึ่งที่จะมีการประชุมในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ และในส่วนของดีเอสไอ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    3.8%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    7.7%
  • ให้กำลังใจ
    88.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement