'นิพิฏฐ์' ชี้ บัตรเลือกตั้งใบเดียว ซื้อเสียงอื้อ จ่อถก ปชป.สัปดาห์หน้า - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'นิพิฏฐ์' ชี้ บัตรเลือกตั้งใบเดียว ซื้อเสียงอื้อ จ่อถก ปชป.สัปดาห์หน้า

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 19:26
967 ครั้ง


"นิพิฏฐ์" จี้ กรธ.ตอบ 3 ข้อ แจงสังคมให้เคลียร์ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เชื่อซื้อเสียงอื้อ จ่อ ถก ปชป. ย้ำ สว.ป่วน ทั้งฮั้วเลือกไขว้กลุ่มอาชีพ-ซื้อสิทธิ ฟันธง! กติกาใหม่ปั้นราชการแกร่งลดอำนาจการเมือง

วันที่ 29 ม.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลังการแถลงเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเบื้องต้น ของ นายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธาน กรธ. ว่า สัปดาห์หน้าตนจะนัดหารือกับคณะผู้บริหารพรรคอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อประกาศท่าทีต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในนามพรรค ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันก่อน แต่ถ้า กรธ.ถามความเห็นมา พรรคก็จะส่งความเห็นให้เช่นที่เคยทำมาตลอด

แต่ส่วนตัวยังเห็นต่าง 1. กรณีการให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เพราะ กรธ.วางกติกาให้มี ส.ส. 2 ระบบ ก็ควรใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ที่จะสะท้อนตรงตามเจตนารมณ์ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่า และถ้าใช้ใบเดียว จะมีข้อเสีย คือ จะมีการซื้อสิทธิขายเสียงที่รุนแรงกว่าที่ผ่านมา เพราะในอดีต เราจะพบแค่ ส.ส.เขตทุจริต แต่หลังจากนี้เมื่อกำหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกทั้งระบบเขตและพรรค กังวลว่า จะมีการซื้อเสียงรุนแรงยิ่งขึ้น และจะแยกแยะได้อย่างไร ว่า ส.ส.เขต หรือซื้อในนามพรรค

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า 2. ส.ว.ที่ระบุว่า ไม่ต้องคำนึงถึงนายทุน หรือพรรคการเมือง ตามที่นายมีชัย แถลงนั้น ตนเห็นต่างว่า การซื้อเสียง หรือการฮั้ว ในนามผู้สมัคร ส.ว.ตามสาขาอาชีพ และซื้อเสียงในการเลือกตั้ง ส.ว. ของประชาชน จะทำได้ง่ายกว่าเดิม เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่รู้จัก ผูกพันกับผู้สมัคร ส.ว.ซึ่งจะลงในนามกลุ่มสาขาอาชีพ ประชาชน ก็จะไม่หวงแหนสิทธิ์ ที่สำคัญในหมู่ผู้ลงสมัคร ส.ว.อาจจะมีการลงขันซื้อเสียงให้คัดเลือกเฉพาะกลุ่มของตนเข้ามาเป็นคณะบุคคล หรือกลุ่มสาขาอาชีพ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมมีผู้สมัคร ส.ว. 200 คน ต้องคัดเลือกกันเองให้เหลือ 10 คน ก็จะมีการฮั้วให้ผลประโยชน์ในหมู่ผู้สมัครขั้นแรกก่อน

จากนั้น อาจมีการเจรจา หรือฮั้วเพื่อให้เลือกไขว้กับกลุ่มสาขาอาชีพอื่น เพื่อให้เลือกกลุ่มคณะของแต่ละสาขากันเข้ามาที่สุดแล้ว ส.ว.ที่มาจากสาขาอาชีพก็จะได้ไม่ตรงความต้องการของประชาชน ในแต่ละสาขาอาชีพ ฟันธงเลยว่าจะเกิดปัญหาในการปฏิบัติในการเลือกตั้ง ส.ว.

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นด้วยกับการปราบคนโกง และมาตรการขจัดคนโกง เข้าสู่อำนาจการเมือง โดยการตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 3. เมื่อเป็นเช่นนี้หลังการเลือกตั้งก็จะมีแต่คนดีเข้าสู่สภา เข้าสู่อำนาจการเมือง แต่ กรธ.กำหนดกติกา ตัดอำนาจคนดีที่เข้าสภาฯ ให้มีอำนาจน้อยกว่าส่วนราชการ คนดีเหล่านี้จึงทำอะไรไม่ได้เลย เพราะถูกกรอบกติกาตัดทอนอำนาจ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงตั้งใจที่จะสร้างระบบราชการให้แข็งแกร่ง โดยลดทอนระบบการเมืองให้อ่อนแอลง เช่น การเสนอชื่อนายกฯ 3 คน ตนยืนยันว่า 2 พรรคใหญ่ จะเสนอคนในพรรค หรือหัวหน้าพรรคขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกฯ แน่ แต่ กรธ.ใช้ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม มี ส.ส. 500 คน ออกแบบมาไม่ให้พรรคการเมืองใดได้ ส.ส. เกินกึ่งหนึ่ง หรือ 251 เสียง และจากสถิติการเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ คนไทยไม่เคยเลือก ส.ส.ระบบนี้เกินกึ่งหนึ่ง จึงฟันธงว่าจะไม่มีพรรคใดได้ ส.ส.เกิน 251 คน ต้องอาศัยพรรคขนาดกลางหรือเล็ก มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

"พรรคกลางหรือเล็กจะยื่นเงื่อนไขเสนอคนนอกขึ้นเป็นนายกฯ เป็นการเปิดทางให้นายกฯ คนนอกเดินมือเปล่าเข้ามาบริหารโดยไม่มีนโยบายใดๆ การทำงานของรัฐบาลผสม จะทำงานร่วมกันยากยิ่งขึ้น ดังนั้นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่ประกาศใช้ รธน.ฉบับนี้ จะเป็นรัฐบาลที่อ่อนแอ จะทำให้คนไทยสิ้นหวังในระบอบประชาธิปไตย เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาหลักสำคัญของชาติได้เลย คนจะเบื่อระบบประชาธิปไตยที่ทำงานล่าช้า ที่สุดจะมีการเรียกร้องหาอำนาจพิเศษ จึงอยากขอคำอธิบายในคำถามทั้ง 3 ข้อนี้ต่อ กรธ.ให้ช่วยชี้แจงต่อสังคมให้กระจ่างด้วย" นายนิพิฏฐ์ กล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    85.7%
  • ไม่ชอบ
    3.9%
  • สนุก
    9.1%
  • ประหลาดใจ
    1.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement