เที่ยว 1 วัน มหัศจรรย์เมือง...ตามพรลิงค์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เที่ยว 1 วัน มหัศจรรย์เมือง...ตามพรลิงค์

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ม.ค. 2559 05:01
4,680 ครั้ง


นิทรรศการจำลองแสดงเมืองตามพรลิงค์ในอดีต

มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวเมืองนครศรีธรรมราชคราวนี้ บอกตามตรงว่า “ใจหาย” เพราะแม้จะได้รับการโปรโมตให้เป็นอีกเมืองต้องห้ามพลาด แต่ก็เชื่อว่ามีหลายคนที่มองข้ามผ่านเมืองแห่งความงดงามและมีเสน่ห์แห่งนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

สายการบินนกแอร์มีเครื่องออกเดินทางไปนครศรีธรรมราชตั้งแต่เช้าตรู่ ไปถึงเมืองนครฯราว 8 โมงเช้า ได้เวลาหาของอร่อยๆ รองท้องกันก่อน และที่ถือว่าเป็นร้านอาหารเช้าชื่อดังของเมืองนี้ แน่นอนต้องร้านนี้เลย “โกปี๊” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นร้านกาแฟ แต่ก็มีอาหารขึ้นชื่ออีกหลายอย่างที่เห็นแล้วอดใจแทบไม่ไหว

หุ่นจำลองแสดงการค้าขายกับต่างชาติของตามพรลิงค์
สินค้านำเข้าที่สำคัญในพุทธศตวรรษที่ 18

จิบกาแฟขมรสเข้ม กับข้าวเหนียวหลากหลายหน้า เข้าตำรากาแฟขมต้องกินกับขนมหวาน ได้อารมณ์ฟินสุดๆ อย่างน้อยก็สลัดความง่วงที่ติดค้างมาตั้งแต่บนเครื่องให้หายวับไปได้ เปลี่ยนเป็นอาการตาสว่างขึ้นมาแทน แถมจิบกาแฟไป นั่งมองบรรยากาศเก่าๆ ของร้านเก่าแก่ที่อายุอานามมากกว่า 70 ปี ชวนให้คิดถึงหนังสือที่เคยอ่านเป็นหนังสือนอกเวลาตอนเด็กๆ อย่าง “อยู่กับก๋ง” ชะมัด ก็บรรยากาศมันเป็นแบบนั้นจริงๆ

นอกจากกาแฟ แล้ว ร้านนี้ยังมีอาหารอร่อยอีกหลายอย่างทั้งหมั่นโถว บักกุ๊ดเต๋ แต่ที่เลือกสั่งคราวนี้เป็นข้าวขาหมู หน้าตาดูดีทีเดียว...

อิ่มแปล้!!แล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเคยได้ยินมาว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองนครศรีธรรมราชไว้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ต้องแปลกใจเล็กๆ ที่เมื่อไปถึง พิพิธภัณฑ์กลับดูวังเวง เงียบเหงา แทบไม่มีคน ไม่ต่างอะไรกับพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่ทำได้อย่างมีคุณภาพ แต่มีคนให้ความสนใจน้อยกว่าการเปิดห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ

พิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราช

ชั้นล่างของ พิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราช มีตัวหนังตะลุง ซึ่งถือว่าเป็นมหรสพที่เป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมของภาคใต้ที่ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเดินเข้าไปห้องด้านในของพิพิธภัณฑ์ จะเป็นการแสดงประวัติศาสตร์ของเมืองนครฯ ตั้งแต่สมัย พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ที่ยังเป็นอาณาจักรตามพรลิงค์ เรื่อยมาจนถึงสมัยของ พระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมราช และเรื่องราวของการเป็นศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ไปยังอาณาจักรสุโขทัยและดินแดนทั่วแหลมมลายู กระทั่งตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรฟูนันและอาณาจักรศรีวิชัย และต่อมาได้รวมกับอาณาจักรสุโขทัยและอาณาจักรอยุธยา

พระพุทธรูปเก่าแก่ในวิหาร...วัดพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช

ที่น่าสนใจคือ วงกลม 12 นักษัตร ซึ่งใช้เป็นตัวแทนของอาณาจักรตามพรลิงค์ 12 เมือง และสัตว์ประจำแต่ละปีนักษัตรก็ถูกกำหนดให้เป็นตราประจำเมืองของแต่ละเมืองด้วย เช่น ม้า เป็นตราประจำเมืองตรัง แพะ เป็นตราประจำเมืองชุมพร หรือไก่ เป็นตราประจำเมืองสงขลา เป็นต้น

เมื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองคร่าวๆแล้ว ขึ้นบันไดไปชั้นบนของอาคารพิพิธภัณฑ์ส่วนหน้า จะเป็นการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาโดยเฉพาะการสร้างวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จากนั้นเป็นเรื่องของนิทรรศการการค้าขายในสมัยก่อนและการติดต่อกับชาวต่างชาติของเมืองตามพรลิงค์ มีการฉายวีดิทัศน์โดยจำลองเรือสมุทรโบราณเป็นที่นั่งชม ระหว่างชมวีดิทัศน์ก็จะมีน้ำและทำให้เรือโยกโคลงเหมือนกำลังล่องเรือไปยังเมืองท่าค้าขายทางทะเลที่สำคัญของอาณาจักรตามพรลิงค์ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19

หุ่นแสดงชาวต่างชาติที่มีทั้งแขก ฝรั่ง จีน

เรียกว่าทำได้ดีทีเดียว เสียดายที่คนไปชมน้อยมาก ก็คงต้องขอแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนจะไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ลองแวะมาที่พิพิธภัณฑ์เมือง เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองนครฯเสียก่อน รับรองว่าการท่องเที่ยวของคุณจะต้องสนุกแน่

จากพิพิธภัณฑ์เมือง เราไปต่อกันที่ วัด พระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุเจดีย์เมืองนครศรีธรรมราชที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆ

คนนครฯเรียกวัดพระมหาธาตุแห่งนี้ว่า วัดพระธาตุ ถือเป็นโบราณสถานสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีพระบรมธาตุเจดีย์ ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า กรมศิลปากรได้จดทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯ เป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

ขาหมูรสเลิศร้านโกปี๊
ขนมจีนร้านบ้านขนมจีนเมืองคอน

พิธีปฏิบัติอย่างหนึ่งของที่นี่ ซึ่งเราได้เห็นการจำลองพิธีดังกล่าวมาแล้วจากพิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราช นั่นก็คือ “พิธีนำผ้าขึ้นพระธาตุ” ซึ่งเชื่อกันว่า หากใครได้นำผ้าขึ้นธาตุ และบนขอพรในเรื่องใดก็ตาม เช่น ขอให้หายเจ็บหายไข้ ขอให้ได้ลูก ขอเรื่องการงานการเรียน ก็มักจะสำเร็จสมหวัง

พิธีจัดงานแห่ผ้าขึ้นพระธาตุจะมีในช่วงวันมาฆบูชาซึ่งกำลังจะมาถึงในเดือน ก.พ.นี้ และวันวิสาขบูชา ในเดือน พ.ค.ของทุกปี ถือเป็นงานบุญใหญ่ที่จะมีผู้คนจากทุกสารทิศมาร่วมพิธีกันอย่างคับคั่ง

รอยพระพุทธบาทที่พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช

ความมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งของพระบรมธาตุเจดีย์ที่นครศรีธรรมราช ก็คือ พระบรมธาตุแห่งนี้จะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางใด...ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครหาคำตอบได้

รอบๆ องค์พระบรมธาตุเจดีย์ จะมีเจดีย์บริวาร เป็นเจดีย์เล็กๆ รายล้อม ทั้งหมด 149 องค์ เป็นเจดีย์ที่ลูกหลานบรรพบุรุษได้สร้างไว้สืบต่อกันมาเรื่อยๆ เพื่อบรรจุอัฐิของญาติ ผู้ล่วงลับไปแล้ว โดยอธิษฐานว่าขอให้ญาติของตนได้มาเกิดในศาสนาของพระพุทธองค์อีกครั้งในภพหน้า ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่ง unseen ที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน

ร้านโกปี๊...ตำนานร้านแตเตี้ยมเมืองนคร
กาแฟขมกับชาเย็น

ข้างๆ เจดีย์พระบรมธาตุมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ และรอยพระพุทธบาท ที่เชื่อกันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทของจริงที่พระพุทธองค์เคยเสด็จมาประทับรอยพระบาทไว้ เนื่องจากที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิ

นิทรรศการแสดงพิธีแห่ผ้าห่มพระธาตุ

กราบไหว้องค์พระบรมธาตุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาหาของอร่อยใส่ท้องอีกรอบ คนท้องถิ่นที่นี่แนะนำเมนูขนมจีน โดยเฉพาะ ร้านขนมจีนเมืองคอน ซึ่งถือเป็นอีกร้านที่ขึ้นชื่อ มีน้ำราดให้เลือกหลายอย่าง ทั้งน้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำพริก แกงไตปลา ซึ่งบอกได้เลยว่าแค่ยกมาก็น้ำลายสอเสียแล้ว และยังมีข้าวยำรสชาติจัดจ้านของเมืองใต้ให้ลิ้มลองด้วย

ตัวหนังตะลุง...สัญลักษณ์มหรสพของเมืองใต้

ก่อนกลับ ไม่ลืมแวะกราบศาลหลักเมือง ซึ่งนอกจากความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ที่นี่ยังก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัย ทรงเหมราชลีลา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศาลหลักเมืองที่มีอยู่แห่งเดียวในภาคใต้ด้วย

ป้ายเมืองนครศรีธรรมราช

ทริปนี้แค่หนึ่งวันก็ได้ทั้งอิ่มท้อง อิ่มบุญ อิ่มใจ...ให้รู้ว่าเมืองไทยยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกมากที่คนไทยไม่ควรพลาด...!!!!!!

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    81.0%
  • ไม่ชอบ
    1.2%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    17.9%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement