สาวแสบลวงทางเน็ต เงินในบัญชีเป็นล้าน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สาวแสบลวงทางเน็ต เงินในบัญชีเป็นล้าน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ม.ค. 2559 08:05
6,414 ครั้ง


กองปราบฯรวบสาวแสบอ้างเป็น จนท.มูลนิธิปวีณาฯซ้ำเติมหลอกเหยื่อขอความช่วยเหลือทางสื่อสังคมออนไลน์ โอนเงินค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียม และค่าภาษีก่อนช่วยเหลือ สุดท้ายสอบถามมายังมูลนิธิปวีณาฯ จึงรู้ความจริงพาเข้าแจ้งความ ผู้ต้องหารับทำมานานกว่าสิบเดือนเงินที่ผู้เสียหายโอนมาให้ เอาไปเล่นการพนันและเที่ยวเตร่เหลือติดบัญชีแค่ล้านบาท

ตำรวจรวบสาวแสบอ้าง “มูลนิธิปวีณาฯ” หลอกเหยื่อโอนเงินค่าธรรมเนียมก่อนช่วยเหลือ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 27 ม.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รรท.ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.กรกช ยงยืน สว.กก.2 บก.ป. พร้อมด้วยนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และผู้เสียหาย 5 ราย ร่วมแถลงจับกุม น.ส.วิไลลักษณ์ หรือโบว์ อินทรพิทักษ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 240 ถนนติวานนท์ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.30/2559 ลงวันที่ 22 ม.ค.59 ข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมของกลาง บัตรเอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ฯ และโทรศัพท์มือถือ จับกุมได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยข้าวมันไก่ หมู่ 1 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก

พล.ต.ต.ชาญกล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้แทนมูลนิธิปวีณาฯเข้าแจ้งความกับ พงส.กก.2 บก.ป.ว่า มีผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิหลอกลวงผู้เสียหายที่ต้องการความช่วยเหลือด้านต่างๆ อาทิ ค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหารเลี้ยงดูแมว สุนัขจรจัด ฯลฯ โดยโพสต์ข้อมูลการขอความช่วยเหลือไว้ตามเว็บไซต์ หรือในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ จากนั้นผู้ต้องหาจะอ้างว่ามูลนิธิปวีณาฯจะให้ความช่วยเหลือโดยจะโอนเงินให้ 2 แสนบาท แต่ต้องมีค่าธรรมเนียม และต้องชำระภาษี ขอให้ผู้เสียหายโอนเงินในส่วนนี้มาให้ก่อนตั้งแต่ 14,000-17,000 บาท ที่ผ่านมามีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้หลายราย สร้างความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท

พล.ต.ต.ชาญกล่าวต่อว่า หลังจากผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ในหลายท้องที่ อาทิ สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ สภ.เมืองสมุทรสาคร สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี และ สน.คลองตัน ส่วนมูลนิธิปวีณาฯได้เข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน บก.ป. จากนั้นชุดสืบสวน กก.2 บก.ป.ได้เร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.ตาก จึงติดตามจับกุมได้ พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีเพื่ออายัดต่อไป

นางแอ๊ว (นามสมมติ) ชาว จ.ชลบุรี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2558 ตนประกาศขอความช่วยเหลือผ่านทางเว็บไซต์แห่งหนึ่ง เนื่องจากบุตรสาววัย 2 ขวบ 9 เดือน ป่วยเป็นโรคเม็ดเลือดผิดปกติ มีอาการกระดูกพรุน ปวดตามข้อ ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.จุฬาลงกรณ์อย่างต่อเนื่อง มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่มีรายได้น้อย ต่อมาผู้ต้องหาได้โทรศัพท์ติดต่อมาอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ และว่านางปวีณาพร้อมจะช่วยเหลือเป็นเงิน 3 แสนบาท และอาจจะพิจารณาให้เข้าทำงานที่มูลนิธิอีกด้วย แต่ต้องหาเงินมาโอนให้เป็นค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียม และภาษี จำนวน 15,000 บาท แต่บอกไปว่าขณะนี้ยังไม่มีเงิน ผู้ต้องหาก็จะเร่งรัดโดยหว่านล้อมต่างๆนานา จนรู้สึกกดดันและที่สุดได้หาเงินมาโอนไปให้เพราะหวังเงินช่วยเหลือ แต่แล้วเพียงครึ่งชั่วโมง หลังจากโอนเงินไปกลับไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ เมื่อแน่ใจว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.แหลมฉบัง

ด้านนางปวีณากล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุลักษณะนี้ มีผู้เสียหายแจ้งข้อมูลมายังมูลนิธิตนไม่ได้นิ่งนอนใจ พาผู้เสียหายพร้อมข้อมูลหลักฐานต่างๆ เข้าแจ้งความกับ บก.ป. ประสานผ่าน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ ขณะนี้มีขบวนการแอบอ้างลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายราย อย่าหลงเชื่อ หรือกรณีของผู้ที่มีจิตกุศลอยากจะบริจาคเงินให้กับมูลนิธิ ขอแจ้งว่ามูลนิธิไม่มีการเปิดบัญชีในชื่อของบุคคลทั่วไป จะมีเพียงบัญชีธนาคารในชื่อมูลนิธิเท่านั้น หากผู้เสียหายรายใดเคยถูกหลอกลวง สามารถเข้าชี้ตัวเพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ที่ บก.ป.

สอบสวน น.ส.วิไลลักษณ์ให้การว่า ทำคนเดียว คิดวิธีการโดยหาข้อมูลตามเว็บไซต์ และตามเฟซบุ๊กที่มีเรื่องเดือดร้อน เมื่อได้ข้อมูลว่าผู้เสียหายต้องการความช่วยเหลือ จะแอบอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิให้การช่วยเหลือ เช่น มีผู้เสียหายกำลังต้องการทุนในการเลี้ยงดูเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาส จะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิเทพผดุงพร ได้มาจากรายการโทรทัศน์ “บุญไม่จำกัด” ว่าพร้อมจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือ แต่ผู้เสียหายต้องโอนเงินเป็นค่าดำเนินการ อ้างเป็นค่าธรรมเนียม และเงินภาษี มาให้ก่อน แต่ส่วนใหญ่ผู้เสียหายแจ้งว่าไม่มีเงินพอที่จะโอนให้ หรือไม่หลงเชื่อ แต่ถ้าอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะเชื่อถือยอมโอนเงินค่าธรรมเนียมมาให้ ที่ผ่านมาก่อเหตุกว่า 10 เดือน จำไม่ได้ว่ามีผู้เสียหายกี่ราย ส่วนเงินที่ได้มาจะเอาไปเล่นพนันไฮโลที่ จ.กำแพงเพชร และเที่ยวเตร่ ไม่แน่ใจว่ามียอดรวมเงินจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากเมื่อมีการโอนเงินให้จะกดเงินออกมาใช้ทันที อยากขอโทษผู้เสียหายทุกรายที่หลอกลวง

มีรายงานว่า หลังการแถลงข่าวเสร็จ ผู้ต้องหาได้ยกมือขึ้นไหว้ขอโทษกลุ่มผู้เสียหายที่มาร่วมชี้ตัว โดยนางปวีณาได้บอกให้ผู้ต้องหาเลิกทำ เพราะเปรียบเสมือนการซ้ำเติมผู้ที่เดือดร้อน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติพบว่าน.ส.วิไลลักษณ์ เคยถูกจับกุมคดีครอบครองยาเสพติดเมื่อปี 2554 จากนั้นชุดจับกุมคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    55.2%
  • ไม่ชอบ
    12.4%
  • สนุก
    27.6%
  • ประหลาดใจ
    1.0%
  • เสียใจ
    2.9%
  • ให้กำลังใจ
    1.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement