ไม่กลัวปฏิวัติซ้อน ‘บิ๊กตู่’ยันทหารไม่มีแบ่งขั้ว ‘มีชัย’แจงปมรธน.ชั่วคราว - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ไม่กลัวปฏิวัติซ้อน ‘บิ๊กตู่’ยันทหารไม่มีแบ่งขั้ว ‘มีชัย’แจงปมรธน.ชั่วคราว

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ม.ค. 2559 07:46
3,187 ครั้ง


นายกฯย้ำปิดจ๊อบจบภารกิจ 2560 งานต่อเนื่อง ระยะยาวให้ กรธ.-สปท.ไปทำต่ออีกสักพัก ลั่นทหารไม่มีค่าย ไม่มีขั้ว ไม่กังวลเรื่องปฏิวัติซ้อน วอนแม่ทัพนายกองตั้งสติอย่าเชื่อพวกยุแยง พร้อมแนะปรับตัวลบข้อครหาทหารแข็งแรงแต่ไม่ฉลาด แฉเองมีด็อกเตอร์อ้างชื่อทำโครงการ ลั่นสาวถึงใครโดนหมด “มีชัย” เคลียร์ประเด็นขู่ใช้ รธน.ชั่วคราวหากประชามติไม่ผ่าน แจงใช้แค่ชั่วครู่ ไม่ได้เอามาใช้จริง เปิดบทเฉพาะกาล กรธ. วางภารกิจต่อเนื่อง แม่น้ำ 5 สาย หลัง รธน.ประกาศใช้ สปท.อยู่ต่ออีกปี สนช.อยู่โยงจนมีสภาใหม่ ส่วน กรธ.นั่งแช่เขียน ก.ม.ลูกอีก 8 เดือน ตามคาดรับรอง-นิรโทษ คสช. นายกฯยังอุบแผนสำรองถ้า รธน.แหกโค้ง ฉะยับแนวคิดลดภาษีให้คนมาเลือกตั้ง ถามประเทศนี้ต้องจ้างกันทุกเรื่องหรือไง “มือปราบหูดำ” ไขก๊อกที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ทิ้งบอมบ์ก่อนเผ่น ท้อแท้พวกอู้งาน ไม่เอาใจใส่จริงจัง “ชายหมู” กล่อมไม่สำเร็จ ฉุนตะเพิดส่งทันที

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศเน้นย้ำอีกครั้งว่า จะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอนภายในปี 2560 ปรากฏว่า สามารถลดแรงเสียดทานจากสารพัดทิศทางได้ทันที ล่าสุดนายกฯยังคงย้ำว่า งานจะต้องเสร็จสิ้นภายในปี 2560 และสั่งการให้แม่ทัพนายกองไปทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะมีการทำประชามติในเร็วๆนี้

นายกฯสถาปนา 58 ปีเตรียมทหาร

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. เวลา 07.00 น. ที่โรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก มูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนเตรียมทหาร และสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ จัดงานวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบรอบ 58 ปีและงานเกียรติยศจักรดาว ประจำปี 2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เป็นประธานในพิธี ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตลอดจนศิษย์เก่าทุกรุ่นเดินทางมาร่วมงานคับคั่ง กระทั่งเวลา 09.00 น. นายกฯนำวางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 และวางพวงมาลาอนุสรณ์สถาน โรงเรียนเตรียมทหาร จากนั้นศิษย์เก่าทุกรุ่นร่วมกันแสดงมุทิตาจิตแด่อดีตผู้บังคับบัญชา ครู-อาจารย์ พร้อมมอบรางวัลจักรดาวสดุดีและมอบรางวัลเกียรติยศจักรดาวแก่ศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี 2559

แนะลบครหา “แข็งแรงแต่ไม่ฉลาด”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ในนามของศิษย์เก่าขอยกย่องทุกคนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ สมเกียรติยศศักดิ์ศรีของชาติ ขอย้ำว่า พวกเรามาจากต้นกำเนิดเดียวกัน ดังนั้นไม่มีวันแยกออกจากกันได้ วันนี้เราต้องมาช่วยกันเพื่อทำให้เกิดประวัติศาสตร์ที่ดี พัฒนารักษาประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชนให้เข้มแข็ง การทำงานให้ประเทศชาตินั้นไม่มีวันจบสิ้น ทหารมีทุกสาขาสามารถพัฒนาประเทศชาติได้ ดังนั้น ขอให้รู้แบบลึกซึ้ง รู้ให้ครบ เพราะเขาหาว่า เราแข็งแรงแต่ไม่ฉลาด แต่ที่ผ่านมามีทหารจบดอกเตอร์เป็นจำนวนมาก เราต้องร่วมมือกันปฏิรูปประเทศ เพราะติดกับดักประเทศของตัวเอง โดยเฉพาะปัญหาคำว่าประชาธิปไตย ตนมายืนตรงนี้เพื่ออะไร เราต้องเพิ่มการเรียนรู้พัฒนาทรัพยากรให้เข้มแข็ง เพราะกรุงโรมไม่ได้สร้างภายในวันเดียว ประชาธิปไตยเราสร้างมาหลายปีไม่สำเร็จ ต้องใช้ไม้ค้ำพยุงตลอดเวลา

ทหารไม่มีขั้ว-ไม่กลัวปฏิวัติซ้อน

“รู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องมาสู้รบ ถามว่าทหารน่ารังเกียจตรงไหน เขาพยายามสลายทหารให้ได้ ดังนั้น ขอให้ไปบอกใครก็ไม่รู้ว่าเราไม่ได้หวงสถาบัน แต่เราต้องเป็นแกนให้รัฐและประชาชน รัฐบาลนี้แม้ว่าผมจะใช้กฎหมายพิเศษ การพบปะนานาประเทศเขาก็ยินดี ต่างชาติเข้าใจหมด เว้นแต่คนในประเทศไม่เข้าใจ ผมประกาศแล้วว่าทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ป มีทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด ทหารไม่มีค่าย ไม่มีแบ่งขั้ว กระแสปฏิวัติซ้อนผมไม่กลัว ใครพร้อมยกมือมาเลย อย่าไปเชื่อพวกยุแยงตะแคงรั่ว ไม่มีใครอยากได้ตำแหน่งอะไรทั้งนั้น ทุกคนที่เข้ามาเป็นคนดี อย่าดูถูกหัวใจทหารมากเกินไป ทุกคนช่วยกันทำเพื่อประเทศชาติ ดังนั้นอย่าดูถูกน้ำใจทหาร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

สั่งสร้างความเข้าใจ รธน.ฉบับใหม่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้ทุกคนทำงานหนักเพราะปัญหาสะสมมาเป็นเวลานาน นี่คือสาเหตุที่ต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉะนั้น ขอให้พวกเราทุกคนไปสร้างความเข้าใจว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะแตกต่างกับฉบับที่แล้ว เพราะมีเรื่องการปฏิรูปทุกอย่างภายในประเทศ ส่วนคนที่พยายามป้ายเรื่องทุกอย่างให้กับประเทศ ตนถามว่า เป็นคนไทยหรือไม่ ที่นี่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกัน

ย้ำงานเสร็จภารกิจจบ 2560

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า การทำงานต้องให้เสร็จให้ได้ในปี 2560 ส่วนเรื่องใดที่เป็นเรื่องระยะยาวต้องนำไปใส่ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อดำเนินการต่อ และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องมองที่เป็นเรื่องระยะยาว ต่อจากนี้เราจะมียุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี เพื่อให้มีอนาคตข้างหน้าไม่ใช่สะเปะสะปะ ต้องมีความชัดเจนในแต่ละเรื่อง ขึ้นอยู่กับพวกเราที่จะกำหนดประเทศ ไม่ใช่เฉพาะใครคนใดคนหนึ่งหรือนักการเมือง สร้างกรุงโรมที่ว่ายาก แต่สร้างประเทศไทยให้แข็งแรงยากกว่า เพราะยังมีคนทำร้ายกันเองอยู่

แฉเองมี ดร.อ้างชื่อเอาโครงการ

“ที่ผ่านมามีด็อกเตอร์คนหนึ่งอ้างว่า รู้จักผมและรองนายกฯ เพื่อต้องการเอาโครงการต่างๆ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นใคร ปัญหาคนของเราคือไม่ซื่อสัตย์ไม่รักษาสิทธิประโยชน์ของตัวเอง โกงไปหมด วันหน้าคงอยู่ไม่ได้ในประเทศไทย เราต้องสร้างความเป็นปึกแผ่นให้ได้ ประเทศชาติสำคัญที่สุด ไม่ชอบผม ไม่ชอบรัฐบาลก็ได้ แต่ต้องชอบประเทศไทย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ลั่นสอบสวนถึงใครโดนหมด

ต่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์กรณีด็อกเตอร์แอบอ้างชื่อแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการต่างๆของรัฐบาลว่า มีคนอ้างว่ามีการทุจริตในหน่วยราชการ พูดในโทรทัศน์ช่องไหนก็ไม่รู้ ตนจึงบอกว่าให้ไปจับมา ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสืบมาแล้วก็ให้ตำรวจไปจับ ขณะนี้กำลังสอบอยู่และเรื่องนี้หากไปถึงใครคนนั้นต้องโดนหมด เชื่อว่าเป็นการแอบอ้าง แต่ไม่ว่าจะมีใครอยู่ในกระบวนการจะเอาหมด เมื่อถามว่า มีการอ้างชื่อนายกฯและรองนายกฯในการทุจริตครั้งนี้ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ได้อ้างชื่อตน แต่บอกว่าเป็นข้าราชการระดับสูง อ้างว่าโครงการต่างๆสามารถติดต่อรัฐมนตรีได้ และมีเอกสารไปอยู่บนโต๊ะรัฐมนตรี ตนก็ถามว่าเป็นเอกสารอะไร รัฐมนตรีบอกว่าไม่รู้เรื่อง พวกนี้คือพวกตีกิน

อารมณ์ดีหยอกล้อสื่อสู้ลมหนาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “วันนี้ผมอารมณ์ดี แต่ยอมรับว่าวันนี้ก็พูดมาก ปวดหัว เจ็บตา แต่ก็ดีไปอย่างที่มองสื่อแล้วสวยขึ้น อีกทั้งวันนี้อากาศหนาว ไม่อยากพูดมากสงสารสื่อ แต่บางคนไม่ใส่เสื้อกันหนาวสงสัยจะไม่หนาว ใครที่ไม่ใส่เสื้อกันหนาวสงสัยต้องไปตรวจร่างกาย” เมื่อผู้สื่อข่าวกระเซ้ากลับว่า นายกฯเองก็ไม่ใส่เสื้อกันหนาวเหมือนกัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมต้องแข็งแรง เพราะป่วยไม่ได้ ถนอมผมไว้หน่อยสิหรือไม่ชอบหน้าผมก็ให้ผมป่วยตายๆไปหรือไง โธ่...พวกคุณเคยอ่านนิทานอีสปกันบ้างหรือไม่” เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า มีหลายเรื่องที่อ่าน หรือต้องการจะพูดถึงเรื่อง “กบเลือกนาย” ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับหัวเราะชอบใจ เมื่อถามว่า สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทยควรอ่านนิทานอีสปเรื่องอะไรในความคิดของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ทำท่าคิดก่อนตอบว่า “หมาป่ากับลูกแกะ” แต่ปฏิเสธที่จะบอกถึงเหตุผลเมื่อถูกซัก ผู้สื่อข่าวถามจี้ว่า ใครเป็นหมาป่าใครเป็นลูกแกะ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ฉันเป็นแกะ พวกเธอเป็นหมาป่า ฉันเคยไล่อะไรเธอได้ที่ไหน เมื่อผู้สื่อข่าวเอ่ยว่า ทำหน้าที่เป็นเพียงหมาเฝ้าบ้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวติดตลกว่า “อะไรนะเป็นหมาขี้เรื้อนเหรอ อ๋อ...ขอโทษทีเป็นหมาเฝ้าบ้าน แต่อย่าลืมว่าวันนี้หมาขี้เรื้อนมันมีราคา เคยมีการประกวดหมาที่น่าเกลียดที่สุดในโลก หมาขี้เรื้อนก็ได้รางวัล ถ้าเมืองไทยส่งไปก็ชนะเลิศแน่นอนเป็นร้อยตัว”

ปรี๊ดขึ้นอัด “นิธิ” ทำอะไรให้แผ่นดิน

เมื่อถามว่า ได้อ่านบทความเรื่อง “มีทหารไว้ทำไม” ของนายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ แล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบด้วยท่าทีขึงขังเสียงดังว่า “ไปถามว่าเขาทำประโยชน์อะไรให้แผ่นดินบ้าง ผมปกป้องแผ่นดินนี้มาตลอดชีวิต ให้ใคร หรือให้คนเหล่านี้มาพูด ให้คนเหล่านี้มาทำลายชีวิตผม ไปถามเขาด้วย” ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกล่าวว่า “หมดอารมณ์ ชอบยั่วอารมณ์”

“มีชัย” คลายปมใช้ รธน.ชั่วคราว

ด้านความเคลื่อนไหวการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาทบทวนรายมาตราและบทเฉพาะกาล โดยนายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมถึงกรณีถูกวิจารณ์ว่า ขู่ให้ประชาชนใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 เป็นฉบับถาวรหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ว่า สื่อมวลชนเสนอข่าวคลาดเคลื่อน ตนไม่ได้บอกให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเป็นฉบับถาวร แต่บอกทำนองว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติก็จะต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไปก่อน ยังไม่ถูกยกเลิก จากนั้นค่อยไปหาทางคิดกันอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร เมื่อถามว่า ในฐานะสมาชิก คสช.จะเสนอไปยังหัวหน้า คสช.ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อหาทางออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ไม่ใช่เรื่องของ กรธ. ฉะนั้นกรธ.จะไม่เสนอ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับหัวหน้า คสช.จะพิจารณา

เปิดบทเฉพาะกาลภารกิจแม่น้ำ 5 สาย

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราและพิจารณาบางประเด็นที่ กรธ.เห็นควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและความเชื่อมโยงในแต่ละมาตรา เบื้องต้นร่างรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด 270 มาตรา โดยบทเฉพาะกาล กรธ.กำหนดมาตราป้องกันการสืบทอดอำนาจ ให้นำคุณสมบัติ ส.ส. และ ส.ว. มาบังคับใช้กับ สนช.ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. จะต้องลาออกภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ โดยให้รวมถึง คสช. ครม. และ สปท.ที่จะลงเล่นการเมืองจะต้องลาออกจากตำแหน่งภายใน 90 วันด้วย ส่วน กรธ. ห้ามไม่ให้ลงเล่นการเมืองภายใน 2 ปีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ ในส่วนของ สนช.จะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก ขณะเดียวกันกำหนดให้ สปท.อยู่ในตำแหน่งต่ออีก 1 ปีหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ กรธ.อยู่เขียน ก.ม.ลูกอีก 8 เดือน

นายชาติชายกล่าวว่า สำหรับ กรธ.ให้

ทำหน้าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ แล้วเสร็จภายใน 8 เดือน ก่อนส่งให้ สนช. และศาล รัฐธรรมนูญพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ทั้งนี้หาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งแล้วเสร็จครบ 5 ฉบับ ประกอบด้วย 1. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 3. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 4. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และ 5.พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังและการงบประมาณ นำมาสู่การประกาศใช้ ก็สามารถจัดการเลือกตั้ง โดยต้องทำภายใน 150 วัน หรือ 5 เดือน จึงทำให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ในตำแหน่งอย่างมากอีก 15 เดือน และให้พ้นจากตำแหน่งหลังมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ ระยะเวลาดังกล่าวจะไม่กระทบกับโรดแม็ปเลือกตั้งทั่วไปของ คสช.ในปี 2560 แต่อย่างใด

รับรองคุ้มครองการกระทำ คสช.

นายชาติชายกล่าวอีกว่า ในส่วนของการดำรงตำแหน่งของกรรมการในองค์กรอิสระต่างๆที่มีอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้นั้น กรธ.กำหนดให้ไปเขียนไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับองค์กรนั้นๆ ซึ่งจะมีผลให้กรรมการในองค์กรใดอยู่ต่อ หรือต้องสรรหาใหม่ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม โดยจะไม่ให้สิทธิกรรมการในองค์กรอิสระใดแสดงความเห็นเพื่อให้คงสถานะตัวเองให้อยู่ต่อไป อย่างไรก็ตาม กรธ.ยังได้กำหนดบทบัญญัติเพื่อรับรองหรือคุ้มครองการกระทำใดๆของคสช.ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ด้วย เพราะหากไม่มีบทเฉพาะกาลรับรองบ้านเมืองจะเกิดสุญญากาศทางอำนาจ

“บิ๊กตู่” อุบแผนสำรองติงอย่าใจร้อน

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวถึงความเป็นห่วงต่อร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ว่า ไม่ห่วงเลยมั้ง ถามอยู่ได้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ว่าห่วงไหม ถ้าไม่ห่วงจะเข้ามายืนอยู่ตรงนี้หรือ ส่วนแผนสำรองก็มีไว้อยู่แล้ว คิดไว้ในหัวทั้งหมด แต่ถ้าเป็นคำสั่งก็จะต้องมีการปฏิบัติตามนั้นถึงจะเป็นข่าวและประชาสัมพันธ์ได้ สื่ออย่าทำเป็นคนใจร้อน ถ้าใจร้อนมันก็วุ่นไปหมด เมื่อถามว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ได้มาปรึกษาอะไรบ้างหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตอนนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังดูอยู่ วันนี้ยังไม่มีใครมาปรึกษาอะไร

จวกยับแนวคิดลดภาษีให้คนใช้สิทธิ

เมื่อถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อรองรับการออกมาใช้เสียงประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่รู้ เพียงแต่ตนต้องการให้คนออกมาใช้สิทธิให้มาก บางคนถึงกับเสนอว่าให้ลดภาษีกับคนที่ออกมาเลือกตั้งแล้วให้คนที่ไม่ออกมาเลือกตั้งถูกขึ้นภาษี สอนคนอย่างนี้หรือ ที่ผ่านมาตามใจกันทุกเรื่อง วันนี้หน้าที่ก็คือหน้าที่ หน้าที่ต้องเสียภาษีก็ต้องเสีย ส่วนการเลือกตั้งก็คือหน้าที่ในการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย แต่กลายเป็นว่าเอาหน้าที่เอาสิทธิมาปนกันไปหมด ทำไมจะต้องจ้างกันทุกเรื่องหรืออย่างไร เลือกตั้งเลือกผู้แทนก็ต้องจ้าง ประชามติก็ต้องจ้าง แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ้าง สิ่งนี้เป็นบ่อเกิดที่ทำให้ไม่มีธรรมาภิบาลและการเป็นประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ใช่เสียงคนทั้งประเทศ อย่าไปสอนคนให้คิดง่ายๆ ต้องการให้คนรับรู้เรื่องในระยะยาว ประเทศชาติจะต้องอยู่อย่างไร สิทธิเสรีภาพควรมีแค่ไหน ควรต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างไร ถ้าเป็นกฎหมายที่ถูกต้องไม่ใช่เอาไปปนรวมกันหมดทั้งสิทธิมนุษยชนกับการกระทำผิดกฎหมาย

“วิษณุ” เผยยังไม่แก้ รธน.ชั่วคราว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแผนสำรองที่นายกรัฐมนตรีเตรียมไว้ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติว่า ไม่ทราบจริงๆว่าแผนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นอย่างไร ยืนยันว่าไม่มีร่างสำรองอะไรเลย เพียงแต่ต้องแก้ปัญหาให้ได้ จะเป็นส่วนไหนบ้างไม่รู้ เมื่อถามถึงความชัดเจนการออกเสียงประชามติว่าจะใช้เสียงข้างมากของผู้มีสิทธิ หรือใช้เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ นายวิษณุตอบว่า ตรงนี้ต้องพิจารณาว่าจะแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ให้เกิดความชัดเจนด้วยหรือไม่ แต่คิดว่ายังไม่จำเป็นในตอนนี้ เอาไว้มีความชัดเจนก่อนแล้วจะบอกให้ทราบ เมื่อถามว่า มีทางออกแน่ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ถ้าตั้งใจอย่างนั้นมันก็ต้องมี เมื่อถามย้ำว่า เหมือนนายกฯ พูดขู่นักการเมืองว่าเตรียมแผนเอาไว้แล้ว หากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นายวิษณุตอบว่า ไม่ใช่ นายกฯพูดที่อื่นมาก่อนแล้ว

กกต.มั่นใจดึงคนลงประชามติ 80%

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ แถลงว่า วันที่ 27 ม.ค. นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. จะลงนามหนังสือส่งร่างประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอให้สนช.พิจารณา และมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับข้อสังเกตที่เป็นอุปสรรคต่อการออกเสียงประชามติ อาทิ เกณฑ์จำนวนเสียงที่จะผ่านประชามติ ที่ยังมีความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญชั่วคราว การกระทำผิดในการออกเสียงประชามติที่ไม่มีกฎหมายกำหนดบทลงโทษไว้ และในการประชุม กกต.ที่ประชุมได้ให้ความเห็นแผนบริหารการออกเสียงประชามติ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ดอกไม้ 65 ล้านบานสะพรั่ง” แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย 1.ระยะตื่นตัวเริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงวันที่ กกต.รับร่างรัฐธรรมนูญจากคณะรัฐมนตรี โดยจะมีการรณรงค์ปูพื้นสร้างกระแส ให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการออกเสียงประชามติ 2.ระยะติดตาม และ 3.ระยะตัดสินใจคาดการณ์ว่าจะสามารถเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75-80

ท้าวัดใจเอาคะแนนผู้มีสิทธิครึ่ง ปท.

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เรื่องการทำประชามติให้เกิดความชัดเจนว่า การที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวระบุให้นับเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิมีข้อดีอยู่ หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านด้วยหลักเกณฑ์นี้ หมายความว่าเป็นที่ยอมรับของผู้มีสิทธิเกินครึ่งประเทศ ทำให้เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความยั่งยืน จึงไม่จำเป็นต้องแก้ไขส่วนนี้ แต่ต้องยอมรับว่าการกำหนดเช่นนี้มีความเสี่ยงอยู่บ้าง ส่วนข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 เพื่อหาทางออกกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามตินั้น เห็นว่าก่อนที่จะแก้ต้องวางรูปแบบและทางออกก่อน เช่น การย้อนกลับไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ การแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ การหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้ อาจจะทำประชามติถามว่า จะให้นำรัฐธรรมนูญฉบับเก่ามาใช้หรือไม่ เพื่อให้ได้การยอมรับจากประชาชน

“ปึ้ง” ขอพรรคการเมืองทำร่างประกบ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศชัดเจนว่าการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นแน่นอนในปี 60 จึงอยากเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์อนุญาตให้พรรคการเมืองทุกพรรคมาร่วมกันยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาในช่วงนี้ แล้วให้เสนอเป็นทางเลือกให้ประชาชนไปพร้อมๆกันในขั้นตอนทำประชามติ เชื่อว่าความขัดแย้งในทางการเมืองก็น่าจะจบไปได้และประชาชนก็จะได้รัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับกติกาที่เป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากลมากกว่าที่กำลังร่างกันขึ้นมาอยู่ในขณะนี้แน่นอน อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เปิดใจกว้างให้นักการเมืองได้หาทางออกร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองบ้าง เพราะถูกกล่าวหาเสียๆหายๆมากันจนอ่วมไปแล้ว ก็น่าจะหันหน้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่าที่จะเอาชนะคะคานกัน

นปช. เตือนผู้มีอำนาจอย่าคิดตื้นๆ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบกรณีนายก-รัฐมนตรีให้สัญญาจะมีการเลือกตั้งปี 2560 ตาม โรดแม็ปว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า จะให้มีเลือกตั้งให้ได้ แต่หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ไม่ผ่านประชามติ แล้วแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวให้เป็นแบบร่างนายมีชัยเพื่อเลือกตั้ง คิดว่าประเทศนี้จะมีความสงบสุขหรือ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งนายมีชัยมาร่างรัฐธรรมนูญต้องถามใจตัวเองว่าต้องการคืนอำนาจให้ประชาชนจริงหรือไม่ เชื่อว่ารัฐบาลที่เกิดขึ้นหลังมีรัฐธรรมนูญใหม่จะทำให้ประเทศเกิดปัญหา เพราะนายมีชัยกำหนดเงื่อนไขร่างรัฐธรรมนูญไว้ในมาตรา 35 รัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 57 เมื่อมากดดันซ้ำว่าถ้าประชามติไม่ผ่านจะใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวแทน จึงเหมือนเป็นแนวทางที่วางแผนกันไว้ แต่สิ่งที่ผู้มีอำนาจวางแผนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขอบอกว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด ขณะนี้สังคมไปถึงขั้นคนอยู่ในอาการสิ้นหวังความสุข จนต้องพึ่งตุ๊กตาลูกเทพ ดังนั้นสิ่งไม่คาดฝันไว้ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ

เย้ยไม่มีคนเดือดร้อน พท.ไม่ลง ลต.

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวว่า กรณีที่นายกฯพูดย้ำเรื่องการเลือกตั้งที่ต้องเกิดขึ้นในปี 60 ว่า เป็นการพูดเพื่อให้ต่างประเทศสบายใจว่าโรดแม็ปของคสช.ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะขณะนี้ต่างประเทศพยายามกดดันไทยให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ถ้าออกมาบอกเลื่อนการเลือกตั้งอาจไม่เป็นผลดีต่อสายตาต่างประเทศ ต้องยอมรับว่าการผ่านหรือไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อโรดแม็ปของ คสช.ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ส่วนกรณีที่มีนักการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์และประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญตนมองว่าจะมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ และต้องถามกลับว่าถ้ามองว่าร่างรัฐธรรมนูญมีกับดักจะไม่ลงเลือกตั้งไปตลอดหรือไม่ เพราะแม้พรรคเพื่อไทยไม่ลงเลือกตั้งประชาชนก็ไม่เดือดร้อน แต่ประเด็นใหญ่ที่พรรคเพื่อไทยต้องเสนอคือร่างรัฐธรรมนูญในอุดมคติเป็นอย่างไร ไม่ใช่เก่งแต่วิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่เสนอประเด็นในการปฏิรูป

ป.ป.ช.ตามบี้ยึดทรัพย์คนโกง

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เป็นประธานเปิดอบรมหลักสูตรนิติเศรษฐศาสตร์ระยะสั้นรุ่นที่ 2 โดย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวบรรยายหัวข้อ มุมมองทางนิติเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินและการตรวจสอบติดตามโครงการว่า การตรวจสอบทรัพย์สินต้องมีเรื่องเศรษฐศาสตร์เข้าไปเกี่ยวข้อง หากใครถูก ป.ป.ช. ชี้ว่าทุจริต จะต้องถูกตรวจสอบทรัพย์สินทุกราย อาจต้องแก้ไขกฎหมายเพราะบางคนหนีคดีไป แต่ทรัพย์สินยังอยู่ ป.ป.ช.จะแก้ไขกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้อายุความคดีทุจริตยังอยู่ แม้คนกระทำผิดจะหนีไป ส่วนตัวคิดว่าคนทุจริตต้องไม่ใช่แค่ติดคุก แต่ต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย ป.ป.ช.พยายามหาทรัพย์สินที่โกงไปกลับคืนมาให้ได้ หากหาไม่ได้ต้องเอาทรัพย์สินที่มีมาชดใช้ ไม่ใช่แค่ติดคุกแล้วจบ

“บิ๊กกุ้ย” รับลูก กรธ.เร่งสางคดีทุจริต

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในวันที่ 15 ก.พ. ตนและคณะกรรมการ ป.ป.ช. 9 คน จะแถลงข่าวผลการทำงาน ป.ป.ช.ในรอบ 1 เดือน รวมทั้งรายงานผลความคืบหน้าคดีต่างๆ ที่ค้างอยู่เกือบ 2,000 เรื่อง เพราะเรื่องกรอบเวลาการทำงาน กรธ.ให้ความสนใจ พยายามให้เร่งรัดสะสางคดีทุจริต ดังนั้นกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งคณะจะหารือกับผู้อำนวยการสำนักต่างๆเพื่อเดินหน้าเร่งรัดคดีต่างๆ โดยเฉพาะคดีสำคัญต้องทุ่มเทบุคลากรไปดำเนินการเพื่อให้เห็นความต่อเนื่อง ทั้งนี้หลังจาก ป.ป.ช.ได้เห็นรัฐธรรมนูญร่างแรกแล้ว จะหารือกับผู้บริหารและฝ่ายกฎหมายของ ป.ป.ช.เพื่อเสนอแนะความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยอาจจะต้องแก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ให้สอดคล้องกับแนวทางของร่างรัฐธรรมนูญ

“ผู้การแต้ม” อึดอัดไขก๊อกพ้น กทม.

ด้านความเคลื่อนไหวภายในพรรคประชาธิปัตย์ หลังมีการแถลงจุดยืนแยกทางกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) วันเดียวกัน ที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. เผยว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่24 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผลวันที่ 1 ก.พ.นี้ สาเหตุเพราะอึดอัดใจในการทำงานช่วงที่ผ่านมา เมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์มีความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์จึงลาออก คนทำงานจะรู้สึกอึดอัดมากที่เห็นบางคนไม่ทำงาน ไม่เอาจริงเอาจัง ยืนยันสาเหตุไม่ได้เกิดจากผลของการจัดระเบียบที่ผ่านมา จากนี้จะขอทำงานรับใช้ประชาชนต่อไป

“ชายหมู” ยื้อไม่อยู่ตะเพิดไปไวๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์พยายามประสานให้ พล.ต.ต.วิชัย พบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อยับยั้งการลาออก แต่ถูกปฏิเสธ จึงตัดสินใจให้หนังสือลาออกมีผลทันที แทนที่จะเป็นวันที่ 1 ก.พ. ตามที่ระบุในหนังสือขอลาออก พร้อมมีการประสานถึงอดีตเลขาธิการพรรคคนหนึ่ง เพื่อหารือถึงการตั้งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.

คนใหม่มาแทน พล.ต.ต.วิชัย

ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม.ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะลาออกจากตำแหน่งใน กทม.ว่า ไม่ทราบว่ากระแสข่าวดังกล่าวมาอย่างไร ยืนยันไม่เป็นความจริง ยังไม่คิดลาออกแน่นอน

ตั้ง “นวยนิ่ม–บรรจง” เสียบทันควัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้มีคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 283/2559 เรื่องแต่งตั้งที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ใจความว่าเพื่อให้การบริหารราชการกรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพอาศัยอำนาจตามมาตรา 49(3) และมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ.2528 จึงแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. จำนวน 2 ราย 1.นายบรรจง สุขดี 2.พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. พ.ศ.2559 สั่ง ณ วันที่ 26 ม.ค.2559

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบรรจง สุขดี ดำรงตำแหน่งล่าสุดที่รองปลัด กทม.เป็นเด็กในสายของนายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม. คุมงานฝ่ายโยธาธิการ ส่วน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน เกษียณราชการ ในตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็น สปท.

เผยสถิติผู้ว่าฯสมัย 2 ทีมงานออกอื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ในสมัย 2 ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์มีคณะผู้บริหารฝ่ายการเมืองลาออกมากที่สุด ไล่ตั้งแต่ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ อดีตเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ลาออกเมื่อ 11 ก.พ.57 อ้างปัญหาสุขภาพ นายก้องศักดิ์ ยอดมณี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ยื่นหนังสือลาออกเป็นคนต่อมา ตามมาด้วย น.ส.วราพร ตระกูลชีวพานิตต์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. นายสัญญา จันทรัตน์ เลขานุการผู้ว่าฯ กทม. และ น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษก กทม. โดยมีการวิจารณ์ว่าเกิดจากปัญหาภายในกับทีมงานที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ว่าฯ มาโดยตลอด

“อัศวิน–วัลลภ” ชักเเถวพบ “มาร์ค”

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม.เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หารือกันนานร่วมชั่วโมง โดย พล.ต.อ.อัศวินยืนยันจุดยืนพร้อมทำตามแนวทางพรรค ต่อมาช่วงบ่ายนายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.มาขอเข้าพบด้วย อ้างว่ามาขอสวัสดีปีใหม่ โดยอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ต่างวิจารณ์ว่าจะมีคนของพรรคที่ไปร่วมทำงานกับ กทม. ลาออกจากตำแหน่งใน กทม.กลับมายึดระบบและเคารพรักษาพรรค เนื่องจากมองว่า กทม.บริหารไม่โปร่งใส และเชื่อว่า คสช.จะเข้ามาจัดการไม่ช้าก็เร็ว

วิปรัฐถก 3 ฝ่ายวางกรอบปฏิรูป

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานฝ่ายรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานการประชุมวิปเเม่น้ำ 3 สาย ครั้งที่ 2/2559 ว่า เรื่องหลักที่จะปฏิรูปคือ การต่อต้านทุจริต การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม การเมือง กระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งหมดเป็นกรอบการเร่งรัดปฏิรูประยะที่ 1 ต้องกำหนดให้ชัดว่าภายใน 1 ปี 6 เดือน ที่ประชุมยังได้พิจารณาเรื่องแก้ไขกฎหมาย 126 ฉบับ ในขั้นต้นถึงความเห็นของ สนช. และส่วนราชการเป็นอย่างไร โดยให้คณะกรรมการนำกลับไปศึกษา สำหรับแผนปฏิรูปองค์กรตำรวจ ระบบการสืบสวนหรือสอบสวนจะแยกออกจากกันหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องหลัก หัวใจสำคัญคือทำให้ระบบการสืบสวนสอบสวนเป็นประโยชน์ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนได้

พท.ฉะน่าละอายดูถูกแอมเนสตี้

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกเศร้าใจ อับอาย เมื่อนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวหาว่าแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงลอนดอน ที่เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อกล่าวหาต่อนักศึกษา โดยยังยกย่องว่า ไม่มีรัฐประหารที่ไหนเหมือนเมืองไทย ยังพูดจาดูถูกองค์กรดังกล่าวว่าไม่มีใครให้ความสำคัญ ทั้งนี้แอมเนสตี้เป็นขบวนการประชาธิปไตยที่รณรงค์ในระดับสากล การที่ คสช.ได้ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนภายหลังการรัฐประหาร ไม่ได้มีเพียงแอมเนสตี้เท่านั้น แต่ยังมีประชาคมโลกอื่นๆ ร่วมเรียกร้องอีกมากมาย ที่ รมว.ต่างประเทศแสดงความชื่นชมรัฐประหาร ใส่ร้ายนักศึกษาและดูถูกองค์กรระหว่างประเทศว่าไม่มีความสำคัญจึงเป็นเรื่องที่น่าละอาย เสื่อมเสียถึงเกียรติภูมิของประเทศ

ปชป.ค้านต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี

นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบายการให้เช่าที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยยาวนาน 99 ปี ว่าการชี้เเจงของรัฐบาลดูเสมือนว่าเป็นโครงการที่ดี แต่การชี้เเจงไม่ชัดเจน อาจทำให้ประชาชนเเละภาคประชาสังคมเข้าใจไปในทิศทางว่าเป็นการสูญเสียแผ่นดินให้ต่างชาติหรือนายทุนสามานย์ เสมือนเป็นวิธีคิดเเบบเศรษฐกิจ Gmos โดยเหมือนว่าได้ผลดี แต่ผลกระทบอาจนำมาซึ่งอันตรายในอนาคต ขอให้รัฐบาลอย่าเพิ่งรีบร้อน ควรรับฟังให้รอบด้านดังนี้ 1.ควรฟังความคิดเห็นของภาคประชาสังคมหรือนักวิชาการที่ดีที่รักเเผ่นดินให้รอบด้านเช่น ทีดีอาร์ไอ เป็นต้น 2.ควรชี้เเจง รายละเอียดถึงที่มีมาในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ว่ามีวิธีคิดเช่นเดียวกันหรือไม่ อย่างไรและต่างกันอย่างไร นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯก็เคยร่วมรัฐบาลนายทักษิณ 3.ถ้ายังไม่มั่นใจในความสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคง ขอให้ท่านนายกฯใช้ความกล้าหาญสั่งระงับ ยับยั้งเหมือนกรณีพืชตัดต่อพันธุกรรมที่เคยทำมาแล้ว โดยต้องชั่งน้ำหนักให้สมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    30.7%
  • ไม่ชอบ
    50.6%
  • สนุก
    6.6%
  • ประหลาดใจ
    3.2%
  • เสียใจ
    3.5%
  • ให้กำลังใจ
    5.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement