ใส่ผงกระดูกตุ๊กตา เพิ่มขลัง จีน-ไต้หวันแห่ซื้อ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ใส่ผงกระดูกตุ๊กตา เพิ่มขลัง จีน-ไต้หวันแห่ซื้อ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ม.ค. 2559 07:40
3,802 ครั้ง


‘ลูกเทพ’ ราคาพุ่งสู่หลักแสน ‘พระวินัย’ โต้ข้อครหางมงาย ท้า ‘พระพยอม’ มาดีเบตที่กุฏิ

มาอีกเวอร์ชั่น “ตุ๊กตาลูกเทพใส่มวลสาร” เพิ่มความเข้มขลัง เป็นที่นิยมของตลาดชาวจีน ขณะที่คนเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพไทยยังแห่ไปให้พระวินัย วัดบัวขวัญ ลงอักขระ ยันใช้ “เมตตาธรรม” ไม่ใช่ “ปลุกเสก” ชี้ สังคมทุกวันนี้คนทุกข์มาก หาทางออกไม่ได้ ต้องหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ คนที่หาทางออกต้องมีปัญญาชี้ทางสว่างให้ ด้าน กพท.ลงนามในประกาศสำนักงานการบินพลเรือน ถึงข้อบังคับกฎระเบียบวิธีปฏิบัติ ย้ำ “ตุ๊กตาลูกเทพ” ถือเป็นสัมภาระ หากไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ส่อถูกปรับ 4 หมื่น จำคุก 1 ปี-คดีอาญาได้ ด้านบินไทยแจงยังไม่มีใครอุ้มลูกเทพขึ้นเครื่อง ส่วนสายการบินต่างประเทศรับไม่ตื่นตามกระแสตุ๊กตาลูกเทพมาแรง ด้านสำนักพุทธฯลงดาบ เจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร ห้ามทำพิธีปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพอีก หากฝ่าฝืนโดนปลดแน่

ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่คนในสังคมยังถกกันไม่เลิกกรณีกระแสฮิตเลี้ยง “ตุ๊กตาลูกเทพ” ที่มีทั้งมองเป็นเรื่องงมงายและเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล แต่เนื่องจากผู้นิยมเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพจะนำตุ๊กตาที่หาซื้อมาในราคาแพงไปเข้าพิธีปลุกเสกจากสำนักหมอดู คนทรง รวมถึงตามวัดวาอารามต่างๆ แล้วนำมาเลี้ยงดูไม่ต่างจากเด็กคนหนึ่ง และอุ้มไปไหนต่อไหนด้วย แม้แต่สายการบินไทยสไมล์ยังออกตั๋วโดยสารให้ยิ่งกลายเป็นเรื่องฮือฮา และล่าสุดมีรายงานว่าแม้แต่ชาวจีนก็นิยมมาหาเช่าตุ๊กตาลูกเทพจากไทยไปเลี้ยง โดยมีเจ้าสำนักหลายแห่งเริ่มทำตุ๊กตาลูกเทพเวอร์ชั่นใหม่ใส่มวลสาร อ้างว่าเพื่อเพิ่มความเข้มขลังให้กับผู้ครอบครอง ที่ส่วนมากจะบรรจุกระดูกคนตายจากป่าช้า และสุสานศพไร้ญาติ ใส่ขวดแก้วเล็กๆ แล้วยัดเข้าไปในตัวตุ๊กตา โดยลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุด คือ “ชาวจีนและไต้หวัน” ตลาดกลุ่มนี้จะรับซื้อราคาเป็นหลักแสน มีบริการหลังการขายโดยการส่งข้ามประเทศถึงที่

ทั้งนี้ ตลอดวันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวยังคงไปสังเกตการณ์บริเวณกุฏิพระวินัย ฐิตปัญโญ วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.นนทบุรี ที่ตกเป็นข่าวฮือฮาคนแห่นำตุ๊กตาลูกเทพไปลงอักขระ ก็พบว่า ยังมีบรรดาผู้นิยมเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพจำนวนมาก อุ้มตุ๊กตาลูกเทพเข้ามาต่อคิวให้พระวินัยลงอักขระ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนที่จะนำไปเลี้ยง นอกจากนี้ ยังมีผู้สื่อข่าวจากโทรทัศน์เอ็นเอสเค ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาทำสกู๊ปนำกลับไปเผยแพร่ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย โดยพระวินัยกล่าวว่า หลังเป็นข่าวยังคงมีผู้คนนำตุ๊กตามาให้ลงอักขระตกราววันละ 100 ตัว ส่วนกระแสต่อต้านที่ออกมานั้น ตนเป็นพระที่เข้าใจโลก ศาสนาพุทธสอนเรื่องการกระทำ กฎแห่งกรรม ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว เพราะฉะนั้นห้ามไม่ได้เรื่องความคิดที่แตกต่างกัน อะไรที่ทำแล้วคนอื่นไม่เดือดร้อนถือเป็นหน้าที่ ตนใช้คำว่า “เมตตาธรรม” ไม่ใช้คำว่า “ปลุกเสก” หรือ “รับเจิมตุ๊กตา” สังคมทุกวันนี้คนมันทุกข์มาก หาทางออกไม่ได้ ต้องหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ คนที่หาทางออกให้เขาได้ต้องมีปัญญาชี้ทางสว่างให้เขา

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีมีบางรายนำกระดูกคนตายมาใส่ไว้ในตุ๊กตาลูกเทพ เพื่อความเข้มขลัง พระวินัยกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง โบราณไม่มีใครใช้วิธีนี้ เพียงแค่เรียกธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ประกอบเป็นขันธ์ห้าเท่านั้น อย่างอื่นไม่จำเป็นเลย

เมื่อถามอีกว่า สิ่งที่กระทำอยู่นี้ถือเป็นกิจของสงฆ์หรือไม่ พระวินัยตอบว่า ถ้าถามว่า อาบัติหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่อาบัติ มันอยู่ที่เจตนา บางคนบอกว่างมงาย แต่ตนว่าคนหลงแย่กว่านะ คนที่งมงาย สร้างความเดือดร้อนให้ใครหรือไม่ แต่คนหลงนั้นกำลังหลงในลาภยศสรรเสริญ เอาเรื่องนี้มาวิจารณ์ในหนทางของตัวเองแล้วก็ดังขึ้นมา คนที่รู้ไม่จริงแล้วไปวิจารณ์จนเกิดกระแสต่อต้านกัน สิ่งนี้อันตรายยิ่งกว่า เป็นพวกที่หลงตัวเอง พระบางรูปอยากจะดัง ออกมาวิจารณ์เรื่องนี้ หาว่ากำลังงมงาย ตนคิดว่าคนที่กำลังว่าเขานั้นเป็นพวกหลงคือหลงในลาภยศสรรเสริญ ทั้งที่เขาไม่ได้ทำให้เราเดือดร้อนเลย มันผิดหลักธรรม คนที่เป็นพระต้องมีเมตตาธรรม ก่อนจะพูดอะไรต้องไตร่ตรองให้ดี หาว่าคนอื่นโง่ ตนคิดว่าคนที่ว่านั้นโง่มากกว่า คนที่ไม่มีเมตตาเป็นพระไม่ได้ ชอบไปด่าผู้อื่นก่อนโดยที่ไม่รู้อะไรเลย อย่างพระพยอมเป็นต้น ตนกล้าพูดเลยให้มาคุยกับตนได้ที่กุฏิแห่งนี้

ส่วนกรณีที่พระมาทำพิธีปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมหรือไม่นั้น ผู้สื่อข่าวก็ได้รับการเปิดเผยจากนายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ได้เรียกพระอาจารย์สมศักดิ์ ปัญญาธโร เจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร อ.เมืองนครสวรรค์ ที่ได้ทำพิธีปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพไปตักเตือนพร้อมกับห้ามไม่ให้ทำอีก เพราะการกระทำดังกล่าวจะทำให้พุทธศาสนิกชนเข้าใจในหลักพระพุทธศาสนาไขว้เขวไป ซึ่งเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพรรับปากและลงนาม ในบันทึกยืนยันต่อเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ว่าจะไม่ทำพิธีปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพอีกต่อไป ทั้งนี้หากเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพรฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าคณะผู้ปกครองอาจจะถูกลงโทษสั่งพักงานจากตำแหน่งเจ้าอาวาสได้

ขณะที่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพระอาจารย์วินัย ฐิตปัญโญ วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง จ.นนทบุรี ทำพิธีจารอักขระบนตุ๊กตาลูกเทพว่า ในฐานะที่เป็นชาวพุทธ โดยความเห็นส่วนตัว เคารพและยึดมั่นในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า คือทำความดี ไม่ทำความชั่ว ทำจิตใจให้แจ่มใส ตนยึดแค่นี้ คนอื่นจะยึดอะไรไม่รู้ ก็แล้วแต่เขา ส่วนข้อซักถามที่ว่าจะให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าไปตักเตือนหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวสั้นๆ ว่า “ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เขากำลังทำอยู่”

ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง น.ส.ไอรินทร์ วัฒนศักดิ์พิชญา นางแบบอิสระ ซึ่งเปิดร้านตุ๊กตานำเข้าจากต่างประเทศทางออนไลน์ ก็ได้แสดงความคิดเห็นถึงกระแสตุ๊กตาลูกเทพในขณะนี้ว่าจริงๆ ตุ๊กตาเหมือนเด็กจริง ที่มีคนนำมาปลุกเสก ทำกระแสตุ๊กตาลูกเทพนั้น มีกลุ่มคนเล่นนำเข้าและสะสมกันมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่มใน 1-2 ปีนี้ แต่ตอนนั้นยังเป็นกลุ่มเล็กๆ เนื่องจากตุ๊กตาเหล่านี้มีราคาสูงมาก เพราะใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเหมือนอุ้มเด็กจริงๆ แต่ที่เกิดกระแสตุ๊กตามีวิญญาณสิงสถิตเป็นตุ๊กตาเทพนั้น เกิดจากหมอดูคนหนึ่งสร้างกระแสขึ้นมา ส่วนตนเพิ่งเริ่มสะสมได้เพียงปีกว่าๆ โดยสั่งซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ ส่วนที่มาเปิดร้านขายตุ๊กตาทางออนไลน์นั้น เริ่มจากเพื่อนๆ ทราบว่าตนสะสมตุ๊กตาพวกนี้ มาตกแต่งบ้าน ก็ฝากซื้อเลยได้ไอเดียลองเปิดร้านจำหน่ายตุ๊กตานำเข้า แต่ก็ขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะตุ๊กตาเหล่านี้ราคาค่อนข้างสูง และไม่มีตุ๊กตาปลุกเสกจำหน่าย ที่ไม่คิดจำหน่ายตุ๊กตาปลุกเสก เพราะว่ากลัว อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ตุ๊กตาเหมือนเด็กจริงเหล่านี้ เป็นที่พึ่งทางใจได้ดี สำหรับคนที่อยากมีลูกแต่ไม่มีลูก หรือคนที่ขาดที่พึ่งทางใจ เพราะคนเราพอมีกำลังใจดี หน้าตาก็สดใส มีแรงทำมาค้าขาย ก็ประสบความสำเร็จ เลยกลายเป็นตุ๊กตาเทพทำเงินให้ ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ทั้งที่จริงเกิดจากความตั้งใจของคนนั้นเอง

เช่นเดียวกับนายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกระแสความเชื่อเรื่องตุ๊กตาเทพของสังคมไทย ขณะนี้ว่าเป็นกระแสแฟชั่นทางความเชื่อ เป็นเรื่องของจิตวิทยามากกว่าเรื่องทางวิทยาศาสตร์ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะทำพิธีกรรมบรรจุพลังงานอะไรบางอย่างลงไปในตุ๊กตา เพื่อให้มีชีวิต ดังนั้น ตุ๊กตาที่กำลังนิยมนี้เป็นเพียงในเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของคนเท่านั้น ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยไปเรื่อย เพียงแต่เมื่อมีคนเชื่อและนิยมมากๆ ก็ทำให้ธุรกิจต่างๆ เข้ามาหาผลประโยชน์ทางค้าไปด้วย เป็นเรื่องปกติทุกยุคทุกสมัย ไม่นานพอมีวัตถุอะไรใหม่เข้ามา กระแสตุ๊กตาก็จะตกไปเอง ตามเทรนด์แฟชั่น

ส่วนกรณีสายการบินไทยสมายล์์ให้ผู้โดยสารซื้อตั๋วที่นั่งสำหรับตุ๊กตาลูกเทพได้นั้น วันเดียวกัน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) มีการประชุมร่วมกับ 9 สายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินประจำ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในวิธีปฏิบัติการนำสัมภาระติดตัวไปกับอากาศยาน โดยเฉพาะการนำ “ตุ๊กตาลูกเทพ” ขึ้นเครื่องบิน ซึ่งต่อมานายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และผู้อำนวยการ กพท.เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกัน ตนได้ลงนามลงวันที่ 27 ม.ค.59 ในประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การซักซ้อมความเข้าใจวิธีปฏิบัติในการนำสัมภาระติดตัวผู้โดยสารไปกับอากาศยานให้มีผลบังคับใช้ทันที เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันของผู้ให้บริการแต่ละสายการบินและผู้โดยสาร ป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตใน 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.สถานะของตุ๊กตาเทพ ให้ถือเป็นสัมภาระติดตัวของผู้โดยสาร เนื่องจากในทางปฏิบัติผู้โดยสารจะต้องเป็นบุคคลเท่านั้น 2.การจัดเก็บตุ๊กตาลูกเทพในห้องผู้โดยสารอากาศยาน โดยสรุป จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่อากาศยาน และตามหลักสากล โดยให้เก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะผู้โดยสาร หรือวางใต้ที่นั่งผู้โดยสาร เว้นแต่จะมีการตกลงกับสายการบินเป็นอย่างอื่นและ 3.ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย เกี่ยวกับสัมภาระที่ท่าอากาศยานกำหนด โดยสรุปสนามบินมีอำนาจตรวจค้นสัมภาระ หากเที่ยวบินใดผู้โดยสารไม่ยอมให้ตรวจ สายการบินสามารถปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารได้ทันที

“กรณีที่ผู้โดยสารฝ่าผืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดบนเครื่องบินที่กำหนดให้นำสัมภาระจัดเก็บไว้ในช่องเก็บของหรือใต้ที่นั่ง จะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยาน มีความผิดตามมาตร 7 ของ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีหากทำผิดเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน จะมีโทษทางอาญาทันที” นายจุฬากล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีสายการบินต่างชาติ หรือหน่วยงานด้านการบินต่างชาติ เช่น องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) หรือสำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป (เอียซ่า) สอบถามถึงประเด็นดังกล่าวมาแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันก็มีปฏิกิริยาจากสายการบินต่างๆ ต่อกรณีผู้โดยสารนำตุ๊กตาลูกเทพขึ้นเครื่อง โดย นายวรเนติ หล้าพระบาง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์ แอร์เวย์ จำกัด ยืนยันว่าการออกประกาศของสายการบินฯดังกล่าวเป็นการแจ้งภายในเพื่อให้ลูกเรือเข้าใจแนวปฏิบัติในเรื่องนี้และป้องกันเกิดเหตุกระทบกระทั่งกับผู้โดยสารที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่การดำเนินการยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ ส่วนผู้โดยสารที่ไม่ประสงค์จะนั่งใกล้กับผู้โดยสารที่นำตุ๊กตาลูกเทพขึ้นเครื่องก็สามารถแจ้งขอเปลี่ยนที่นั้งในกรณีที่มีที่นั่งว่างได้ ส่วนการจองตั๋วโดยสารสำหรับตุ๊กตาดังกล่าวจะเป็นการจองซื้อที่นั่งเพิ่มปกติ ซึ่งจะคิดในราคาเต็มเหมือนกรณีอื่นๆ โดยจองในนามของผู้โดยสาร

ด้าน ร.อ.ปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคง และมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินไทยรายใดนำตุ๊กตาลูกเทพขึ้นเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการชั้นธุรกิจ หรือชั้นประหยัด ขณะที่นายวรุตตม์ ค้อคงคา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบิน สายการบิน ไทยไลอ้อน แอร์ กล่าวยอมรับว่ามีผู้โดยสารนำตุ๊กตาลูกเทพร่วมเดินทางมาใช้บริการในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา แต่จำนวนเฉลี่ยไม่ถึง 5 รายต่อวัน ซึ่งแนวทางการจัดการเมื่อผู้โดยสารจะซื้อที่นั่งพิเศษในรูปแบบเอ็กซ์ตร้าซีทให้ตุ๊กตาลูกเทพ ซึ่งผู้โดยสารต้องระบุจุดประสงค์ของการเพิ่มที่นั่งเอ็กซ์ตร้าซีทอย่างชัดเจน

ส่วนนายหลุยส์ จูเนีย มอเซอร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน หรือ (เอโอซี) ตัวแทนสายการบินไทยและต่างประเทศกล่าวว่า กระแสข่าวเรื่องการนำตุ๊กตาลูกเทพขึ้นเครื่องบินขณะนี้ยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับสายการบินที่ให้บริการภายในประเทศเท่านั้น ยังไม่ได้เกิดขึ้นกับเที่ยวบินระหว่างประเทศ จึงยังไม่มีสายการบินต่างชาติรายใดแสดงความกังวล หรือสอบถามเกี่ยวกับข้อปฏิบัติเรื่องดังกล่าว

ขณะที่ในส่วนรถโดยสารสาธารณะ ที่บางรายพร้อมออกตั๋วที่นั่งให้ตุ๊กตาลูกเทพ ผู้สื่อข่าวก็ได้รับการเปิดเผยจาก นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ถึงกรณีเรื่องการจำหน่ายตั๋วโดยสารให้ตุ๊กตาลูกเทพ ว่า บขส.ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการนำตุ๊กตาลูกเทพขึ้นบนรถโดยสาร ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า เพื่อให้มีหลักปฏิบัติในแนวทางเดียวกันและสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย บขส.จะไม่จำหน่ายตั๋วโดยสารให้กับตุ๊กตาลูกเทพ โดยกำหนดให้ตุ๊กตาลูกเทพเป็นสัมภาระ ไม่ใช่ผู้โดยสาร ดังนั้น หากผู้ใช้บริการนำตุ๊กตาลูกเทพติดตัวมาด้วย จะถือเป็นสัมภาระชิ้นหนึ่ง ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ บขส.ที่ต้องไม่กระทบสิทธิ์ของผู้อื่น วางสัมภาระในที่ที่เหมาะสม และทั้งนี้อาจมีมาตรการตรวจตราอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุและผู้สวมรอยลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายมากับรถโดยสาร ซึ่งจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ากระแสคลั่งตุ๊กตาลูกเทพในครั้งนี้ เหมือนกับช่วงเวลาหลังการรัฐประหารปี 2549 ที่เศรษฐกิจฝืดเคืองและชาวบ้านหันไปพึ่งเครื่องรางจตุคามรามเทพ เชื่อว่าจะนำโชคลาภมาให้ เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่หลังการรัฐประหารปี 2557 ซึ่งรัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า แม้ว่าคนไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะระบุว่าตนเองนับถือศาสนาพุทธ แต่ในความเป็นจริงแล้วศาสนาพุทธในไทยดูเหมือนจะเป็นการหลอมรวมนำศาสนาฮินดูและการนับถือผีสางเทวดาเข้ามาผสมผสานเสียมากกว่า

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    4.1%
  • ไม่ชอบ
    93.2%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    1.4%
  • เสียใจ
    1.4%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement