8 ปี ผู้ว่าฯ 'ชายหมู' รวมโบดำชูโบแดง ปลาบปลื้มหรือเอือมระอา? - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

8 ปี ผู้ว่าฯ 'ชายหมู' รวมโบดำชูโบแดง ปลาบปลื้มหรือเอือมระอา?

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 05:31
25,558 ครั้ง


ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครมาแล้วเกือบ 8 ปี สำหรับ "ชายหมู" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ เมืองหลวงในตำนาน ที่ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย ได้ 1.2 ล้านคะแนน เฉือนอันดับสองอย่าง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ จากพรรคเพื่อไทย ที่ได้คะแนนตามมาติดๆ กว่าล้านคะแนนเช่นกัน...

…ในครานั้น ไม่ว่าโพลสำนักไหนต่างฟันธงว่า "เพื่อไทย" จะมา โดยมีเคมเปญ "บริหารงานแบบไร้รอยต่อ" เพราะมี "รัฐบาลปู" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นารีขี่ม้าขาว หญิงสาวจากตระกูล "ชินวัตร" ที่ยังมีมนต์ขลังครองใจประชาชน โดยเฉพาะภาคเหนือกับอีสาน แต่...ที่นี่กรุงเทพฯ และโค้งสุดท้ายกับไพ่ตายจากฝั่ง ปชป. งัดวลีเด็ด "ไม่เลือกเรา...เขามาแน่!" ส่งผลให้ "คุณชายหมู" ถึงฝั่งฝัน ได้นั่งตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ติดต่อกัน

ซึ่งนั่นคือเหตุการณ์เมื่อเกือบ 4 ปีที่แล้ว หากนับตามกติกา ถือว่าใกล้จะหมดสมัยเต็มที แต่ ณ ตอนนี้ยังมีคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ไม่ให้เลือกตั้งผู้นำท้องถิ่น "ชายหมู" จึงต้องอยู่ต่อไป...ถ้าไม่เจอ มาตรา 44 เสียก่อน!?!

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

แต่แล้ววันเวลาเปลี่ยน...ทุกอย่างก็เปลี่ยน เมื่อยามรัก น้ำต้มผักยังว่าหวาน แต่ยามจืดจาง น้ำตาลยังว่าขม ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณ "ระหองระแหง" ระอุขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่าง "หล่อใหญ่" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ "ชายหมู" กระทั่งฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดสะบั้น พรรคประชาธิปัตย์แถลงข่าว "ตัดหาง" สิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะมาจากเกมการเมืองภายในพรรคประชาธิปัตย์เอง เรื่องนี้ผลจะเป็นอย่างไรคงต้องดูกันยาวๆ แต่หากมองข้ามเรื่องเกมการเมือง พิจารณาผลงานในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เกือบ 8 ปี มีผลงานอะไรบ้างนั้น วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมไว้ทั้งผลงาน "โบดำ" และ "โบแดง"

เปิดผังผลงาน "ชายหมู" สมัยแรก ทำอะไรไปบ้าง...

ในสมัยแรก คุณชายสุขุมพันธุ์ เน้นทำงานร่วมมือกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยได้เดินหน้าหลายๆ โครงการ แต่ที่เห็นเป็นรูปธรรม และจับต้องได้ เห็นจะเป็นโครงการ ประสานความร่วมมือ ก.คมนาคม เพื่อเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง ได้แก่ สายตากสิน-บางหว้า, อ่อนนุช-แบริ่ง และ หมอชิต-สะพานใหม่ โดยใน 2 สายแรก ปัจจุบันสร้างเสร็จแล้ว นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เรียกว่า อันนี้คนกรุงได้ใช้กันบ้าง โดยเฉพาะคนที่รักสุขภาพและชอบออกกำลังกาย แต่เพียงพอหรือไม่ หรือดีเด่นหรือเปล่า คงต้องไปสำรวจความคิดเห็นกันต่อ

ส่วนโครงการอื่นๆ ที่ทำ ก็จะคล้ายๆ เป็นการจุดพลุที่เสียงดังโครมคราม แสงวาบวาวในทีแรก จากนั้นทุกอย่างก็เงียบหาย เช่น ประสานกระทรวงการคลังเพื่อแก้หนี้ให้กับประชาชน โดยให้ กทม. เป็นตัวกลางในการประนอมหนี้ ระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้, โครงการบ้านมั่นคง, โครงการแก้ปัญหาจราจร, โครงการแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย เป็นต้น

BTS ย่นระยะเวลาช่วยคนกรุง
งานก่อสร้างรถไฟฟ้า เชื่อมต่อคมนาคมให้คนกรุง

ส่วนโครงการที่คนจดจำได้ แต่ไม่ค่อยสวยงามนัก หนีไม่พ้น โครงการแก้ปัญหารถติด ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังติดหนักสาหัสเหมือนเดิม โครงการติดกล้อง CCTV จำนวน 2 หมื่นตัว ที่บอกว่าติดครบ แต่คุณภาพครบหรือไม่ ก็ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วม อาทิ โครงการสร้างสถานีสูบน้ำเพื่อระบายน้ำฝนตก มีเครื่องสูบน้ำ 758 เครื่อง กำลังสูบ 1,531 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที และ โครงการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่

สมัยที่ 2 ผลุบๆ โผล่ๆ น้ำท่วม ไปอยู่ดอยไหม..?

เมื่อมาถึงสมัยที่ 2 หลังจากชนะการเลือกตั้ง ได้คะแนนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไปแล้ว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็หายเข้ากลีบเมฆ จะโผล่ก็ต่อเมื่อมีการเปิดงานต่างๆ ของ กทม.เท่านั้น กระทั่ง…เรื่องร้ายตามหลอนเรื่องเดิมผุดขึ้น!!

ใช่แล้ว...เหตุเกิดเมื่อวัน "ฟ้ารั่ว" เมื่อช่วงต้นปี 2558 แม้ทาง กทม. จะเดินหน้าโครงการอุโมงค์ยักษ์ ที่บริเวณแยกรัชดาภิเษก-ลาดพร้าว และจุดอื่นๆ แต่ก็ยังระบายน้ำไม่ทันใจคน กทม. แต่ "เสียงบ่น" ในวันน้ำท่วมรถติดระดับ "วินาศสันตะโร" กลับไม่เท่า "เสียงด่า" หลังวันแถลงข่าว...

อุโมงค์ยักษ์ พระราม 9 แม้ไม่ใช่พระเอก แต่ก็ช่วยได้

"ประเทศเราเป็นเมืองน้ำ เราเป็นเมืองฝน ไม่มีจุดเสี่ยงเลยเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่อยากให้มีจุดเสี่ยงเรื่องน้ำท่วม ให้ไปอยู่บนดอยครับ!"

หลังสิ้นเสียงในการแถลงข่าว "งานก็เข้าสิครับ" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ถูกพลังโซเชียลถล่มเละเทะ นอกจากนี้ ยังโดนเสียงก่นด่าจากคนดังมากมาย กระทั่ง พรรคเก่าแก่ยี่ห้อประชาธิปัตย์ ยังทนไม่ไหว หัวหน้าพรรคต้องออกมาขอโทษประชาชนเอง กับคำอ้างที่ว่า “เหนื่อยกับการแก้ปัญหา...ไปหน่อย!?”

จะว่าไป การแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เอง ก็มีผลงานอยู่บ้าง เพราะเวลาฝนตกหนักแม้จะมีน้ำท่วมขังบนพื้นผิว แต่ก็สามารถระบายน้ำออกได้เร็วกกว่าแต่ก่อนมาก การสร้างอุโมงค์ยักษ์ ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ถือว่าแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง ซึ่งในเรื่องนี้ นายอมร กิจเชวงนุกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า ตอนนี้มีอุโมงค์ยักษ์แล้ว 3 ที่ คือ พระราม 9 ฝั่งธนบุรี และ บางซื่อ 

จัดระเบียบทางเท้า งานชิ้นโบแดง แต่มีทั้งเสียงบ่นและชม

เมื่อมีเสียงบ่น ก็ย่อมมีเสียงชื่นชม โดยเฉพาะเรื่อง "การจัดระเบียบทางเท้า" ผลงานโบแดงในสมัยผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ ที่ผ่านมา มีการพยายามจัดระเบียบมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ทำไม่สำเร็จ กระทั่ง เมื่อ คสช. เข้ามา และมีนโยบายเรื่องนี้ ทาง กทม. จึงไม่รอช้าและขานรับทันที และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า "ความสำเร็จ" ส่วนหนึ่ง มาจาก คสช. แต่ทาง กทม. ก็เดินหน้าจัดการอย่างจริงจังและได้ผล กระทั่งทวง คลองถม สะพานเหล็ก ท่าเตียน ตลาดโบ๊เบ๊ คืนมาได้ ซึ่งแน่นอน การทำในลักษณะดังกล่าวย่อมมีผู้เสียผลประโยชน์ แม่ค้าระดับรากหญ้าได้รับผลกระทบ แต่สำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องใช้ทางก็นับว่าได้ประโยชน์ "โบแดง" ชิ้นนี้ อาจจะไม่สวยงามนัก เพราะมีรอยคราบน้ำตาของผู้ค้าขายอยู่บ้าง...หากจะลบรอยคราบน้ำตาดังกล่าวได้ ก็ต้องหาพื้นที่รองรับ ที่ไม่อยู่ไกลปืนเที่ยง เหมาะแก่การค้าขาย หากทำได้ก็จะ win-win ในทุกฝ่าย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
รอยร้าวซึมลึก พรรคตัดหาง เซ็งแซ่ เปียโน ประดับไฟ 39 ล้าน

อย่างไรก็ดี ในส่วนความสัมพันธ์ภายในพรรค ปชป. นับวันก็ยิ่งเลวร้าย กระทั่ง...“ฝีหนอง” ระเบิดแตก ก๊วนคนกันเองได้ออกมาแฉปม จัดซื้อเปียโน ว่าส่อจะเป็นการทุจริต

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า โครงการนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2551 นำร่อง 10 โรงเรียน ใช้งบฯ 14 ล้านบาทเศษ ในปี 2552 ก็อ้างโครงการเดิมของบฯ อีก 250 ล้านบาท ซื้อให้อีก 90 โรงเรียน ต่อมาปี 55 ได้ขยายเพิ่มอีก 150 โรงเรียน ใช้งบฯ เพิ่มอีก 480 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดหาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง อุปกรณ์การเรียนดนตรี พร้อมติดตั้งเครื่องดนตรีคือ เปียโน 1 หลัง คีย์บอร์ด 15 ตัว กีตาร์อะคูสติก 10 ตัว กีตาร์ไฟฟ้าพร้อมแอมป์ 10 ชุด กีตาร์เบสพร้อมแอมป์ 10 ชุด กลองชุด 2 ชุด และอุปกรณ์สำหรับสอนขับร้อง 1 ชุด และเป็นค่าอบรมครูผู้สอน และจัดกิจกรรมดนตรีในโรงเรียนด้วย ส่วนปี 2557 ซื้อให้แจกอีก 187 โรงเรียนที่เหลือ และซื้อให้กับ 10 โรงเรียนนำร่องเดิม รวมเป็น 197 โรงเรียน ใช้งบฯ อีก 585 ล้านบาท ซึ่งทุกโรงเรียนต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ในตำราสอนดนตรีอีกโรงเรียนละ 3.3 แสนบาท รวมเป็นเงิน 144 ล้านบาท โดยไม่ได้ใช้งาน รวมใช้งบทั้งสิ้น 1.3 พันล้านบาท

ไฟ 39 ล้าน ที่วิจารณ์กันถึงความคุ้มค่า

"โครงการนี้ซื้อเครื่องดนตรีแจก โดยไม่สอบถามคนใช้ ซ้ำยังต้องเสียงบฯ ดูแลรักษาปีละ 20,000 บาทต่อโรงเรียนทุกปี รวม 8.7 ล้านเศษ เครื่องดนตรีส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ แต่กลับมีอนุมัติเบิกจ่ายให้ซ่อมบำรุงทุกปี ยังตั้งงบฯ ต่างหาก อ้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยจัดอบรบครูดนตรีโรงเรียนละ 2 คน อีก 114 ล้านบาท เท่ากับเป็นการยอมรับว่าที่ผ่านมา กทม.ไม่มีความพร้อม และไม่มีครูสอนดนตรี ไม่มีห้องสอนดนตรี แล้วจะซื้ออุปกรณ์ดนตรีล่วงหน้าไปเก็บไว้ทำไม” อดีต ส.ส.ปชป. ตั้งข้อสังเกต

ขณะที่ นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกประจำตัว ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า โครงการนี้เริ่มทำมา 7 ปีแล้ว โดยเป็นนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ต้องการใช้ดนตรีทำให้เด็กมีสมาธิ มีพัฒนาการที่ดี ที่สำคัญ กทม. ต้องการให้ลูกหลานของคน กทม. ที่มีรายได้น้อย ได้โอกาสที่เท่าเทียมเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ ส่วนเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างนั้น หากใครสงสัย ก็สามารถยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ ทั้งนี้ อยากให้แยกเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กับ นโยบายออกจากกัน เมื่อมีข่าวออกมาก็พยายามจะโยงทั้ง 2 เรื่องเข้าหากัน กล่าวหาว่า เป็นการกำหนดนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์

ยืนยัน อุโมงค์ไฟ 39 ล้าน คุ้มค่า 

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก...จากนั้นก็มีเรื่อง ไฟ 39 ล้านเข้ามาอีก กทม.ทุ่มงบประมาณมหาศาล จัดงาน “กรุงเทพฯ แสงสีแห่งความสุข” กระทั่งชาวบ้านได้ตั้งคำถามว่า “คุ้ม” หรือไม่

"โครงการดังกล่าวคุ้มค่า เพราะบางคนอาจได้เห็นความสวยงามดังกล่าวในหนึ่งครั้งของชีวิต ยืนยันว่า กทม.ได้จัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม มีแนวคิดแปลกใหม่ในการทำงาน และพร้อมให้ทุกฝ่ายเข้าตรวจสอบ" ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าว  

นอกจากนี้ นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ก็บอกว่า “มีประชาชนราว 4 แสนคน เฉลี่ยใช้จ่ายประมาณ 100/คน ทำให้เศรษฐกิจรอบลานคนเมืองขยายตัว นอกจากนี้ ยังมีการอัพโหลดภาพขึ้นโซเชียลมีเดีย คาดว่ามีการอัพโหลดกว่า 1 ล้านภาพ กระจายไปทั่วโลก

ขณะที่ นายวิลาศ ได้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. และ สตง. ตรวจสอบ 3 โครงการของ กทม. ได้แก่ 1. การจัดซื้อจัดจ้างกล้องวงจรปิด 2. โครงการประดับไฟที่ลานคนเมือง 39 ล้าน และ 3. การต่อสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้า BTS ให้กับ กรุงเทพธนาคม จำกัด ออกไป 30 ปี ทั้งที่ยังเหลือสัญญาเดิมยังเหลืออีก 17 ปี

ซ้อข้อกลาง สุเทพ เทือกสุบรรณ

กระทั่งล่าสุด นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคภาค กทม. ร่วมกันแถลงจุดยืน “แยกทาง” กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ 

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายหรือเรื่อง "หมูๆ" ที่จะตัดสินใจ โดยที่ผ่านมามีความพยายามประสานงานโดยตลอด แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนมาถึงวันนี้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นการส่วนตัว และกระแสตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่เป็นเรื่องการเคารพระบบพรรค ซึ่งบุคลากรของพรรคที่ไปทำงานร่วมกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็ต้องตัดสินใจเอาเองว่าจะทำอย่างไร” นายจุติ กล่าว

หลังจากนี้ คงต้องรอดูท่าที “ชายหมู” ว่าจะเดินเกมการเมืองอย่างไร จะประสานมือกับ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” หรือไม่ แล้วหลังจากนี้จะวางนโยบายพัฒนากรุงเทพฯ อย่างไร คงต้องติดตาม...

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    7.8%
  • ไม่ชอบ
    75.4%
  • สนุก
    8.2%
  • ประหลาดใจ
    2.5%
  • เสียใจ
    2.7%
  • ให้กำลังใจ
    3.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement