วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มือปราบหูดำ' ไขก๊อกรายแรก ชิ่งหนี 'ชายหมู' ทิ้งตำแหน่งที่ปรึกษาฯ

"วิชัย" ยื่นหนังสือลาออกที่ปรึกษา กทม. หลัง ปชป.ออกแถลงการณ์ตัดขาดบริหารงานกรุงเทพฯ คาดยังมีต่อคิวทยอยลาออกอีก อยู่ในขั้นตัดสินใจ ด้าน ขรก.ผวา ไม่กล้าเซ็นรับงานหลอดไฟแอลอีดี 39.5 ล้าน หวั่นโดนหางเลขปล่อยข้อมูลโกง เหตุทนพฤติกรรมทุจริตคนใกล้ชิด "ชายหมู" ไม่ไหว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ม.ค.59 หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับปัญหาการบริหารงาน กทม. ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งถูกอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตรวจสอบว่า มีปัญหาทั้งด้านประสิทธิภาพและความโปร่งใส แต่ไม่สามารถประสานงานเพื่อหารือกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้นานกว่าสามเดือน ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขปรับปรุง จนนำไปสู่ความเห็นของกรรมการบริหารพรรค ที่ออกมาประกาศให้การทำงานของผู้ว่าฯ กทม. เป็นเอกเทศจากพรรค โดยพรรคไม่สามารถใช้ระบบและกลไกของพรรคสนับสนุนการบริหารของ กทม.ต่อไปได้อีกนั้น ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ทำหนังสือขอลาออกจากตำแหน่ง ลงวันที่ 24 ม.ค. 59 โดยให้เหตุผลดังนี้


"ตามที่ผู้ว่าฯ กทม.ได้แต่งตั้งผมเป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการ กทม. ตามคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 1376 /2556 ลงวันที่ 3 เมษายน 2556 เรื่องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม.นั้น เนื่องจากผมต้องดำเนินธุรกิจของครอบครัว ประกอบกับได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการและที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานนโยบายสำคัญที่ท่านมอบหมาย ในฐานะที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม.ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลเสียหายต่อราชการและผู้ว่าฯ กทม. ดังนั้นผมจึงขอลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป ทั้งนี้หากในโอกาสต่อไปมีสิ่งใดที่ผมจะสามารถเป็นประโยชน์ต่อราชการหรือท่านได้ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะดำเนินการอย่างเต็มกำลังความสามารถ ลงชื่อ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ"
 
รายงานข่าวแจ้งว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้รับหนังสือลาออกดังกล่าวแล้วและพยายามยับยั้ง โดยมีการประสานงานให้ พล.ต.ต.วิชัย ไปพบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แต่ได้รับการปฏิเสธ ทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตัดสินใจที่จะให้หนังสือลาออกมีผลทันที แทนที่จะเป็นวันที่ 1 มีนาคม โดยคนใกล้ชิดผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า จะมีการแต่งตั้งที่ปรึกษาคนใหม่มาแทน และไม่คิดว่ากรณีนี้จะกระทบต่อการบริหารและความน่าเชื่อถือของผู้ว่าราชการ กทม.แต่อย่างใด

สำหรับ พล.ต.ต.วิชัย นับเป็นรายแรกที่ลาออกจากตำแหน่งฝ่ายบริหารใน กทม. หลังจากพรรคตัดขาดความสัมพันธ์กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เนื่องจากไม่เคารพระบบพรรค ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้น โดยคาดว่าจะมีคนของพรรคที่ไปร่วมบริหารงานที่ กทม.ลาออกเพิ่มเติมอีก ยกเว้น นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา ผู้ว่าฯ กทม. เนื่องจากเจ้าตัวให้เหตุผลว่าไม่ได้ไปทำงานในนามพรรค แต่ได้รับการแต่งตั้งโดยส่วนตัวจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ทั้งนี้ยังมีบุคลากรของพรรคที่ไปเป็นฝ่ายบริหารอีกสองคนคือ นางผุสดี ตามไท และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่าจะลาออกจากตำแหน่งหรือไม่
 
ที่ผ่านมา พล.ต.ต.วิชัย มีผลงานเกี่ยวกับการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย เพื่อคืนพื้นที่ให้กับคน กทม. ตามนโยบายคืนความสุขของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดยได้ดำเนินการไปแล้วหลายที่ อาทิ ถนนริมคลองหลอดใกล้สนามหลวง, ปากคลองตลาด, ตลาดโบ้เบ้, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นต้น
 
ส่วนกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในหลายโครงการ และตั้งงบประมาณไม่ถูกต้องตามระเบียบ/ไม่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ สภา กทม.เป็นหน่วยงานนิติบัญญัติ มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอพิจารณาตราข้อบัญญัติ ให้ความเห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และควบคุมตรวจสอบการทำงานของฝ่ายผู้บริหาร กทม. แต่ปรากฏว่าการใช้งบประมาณของสภา ซึ่งงานส่วนใหญ่ควรเป็นงบที่เกี่ยวกับงานการประชุม งานสารบรรณธุรการ และคณะกรรมการวิสามัญชุดต่างๆ แต่กลับพบว่า 71 เปอร์เซ็นต์ หรือจำนวนเงินถึง 228.19 ล้านบาท ของงบ 312.34 ล้านบาท หมวดค่าใช้จ่ายอื่น กลายเป็นเงินที่ใช้จ่ายไปกับการฝึกอบรม การสัมมนาดูงานในต่างประเทศ ซึ่งสตง.ระบุว่า เป็นการตั้งงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ ไม่เกิดประโยชน์ต่อ กทม.รวมถึงอีก 17 โครงการดูงานต่างประเทศ งบ 106.15 ล้านบาท ที่ไม่มีเหตุผลจำเป็น/ไม่เหมาะสม/ไม่เกิดประโยชน์ในปี 2554 ซึ่งได้มีการจัดโครงการไปดูงานต่างประเทศรวม 15 โครงการ ใช้เงินไป 50.67 ล้านบาท และกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับโครงการกรุงเทพแสงสีแห่งความสุข ที่มีการติดตั้งหลอดไฟแอลอีดี 5 ล้านดวง ใช้งบประมาณ 39.5 ล้านบาท
 
รายงานข่าวจาก กทม.แจ้งว่า ขณะนี้ข้าราชการเริ่มมีความหวาดวิตกว่า จะเกิดปัญหาจนส่งผลกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่ โดยเฉพาะกรณีติดตั้งหลอดไฟ 39.5 ล้านบาท ทำให้มีกรรมการตรวจรับงานอย่างน้อยสองคน ไม่ยอมเซ็นรับงาน นอกจากนี้ ยังมีการให้ข้อมูลการทุจริตออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีวีมหานคร ที่มีความเกี่ยวโยงกับคนใกล้ชิดกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ รวมไปถึงการให้สัมปทานป้ายโฆษณา ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าที่อยู่ในการดูแลของ กทม. ให้กับบริษัทของบุตรรองผู้ว่าฯ กทม. คนหนึ่งด้วย