'อาคม-สมคิด' บุกจีน เดินหน้าตามแผน ลงทุนสร้างรถไฟฟ้า - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'อาคม-สมคิด' บุกจีน เดินหน้าตามแผน ลงทุนสร้างรถไฟฟ้า

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ม.ค. 2559 01:36
577 ครั้ง


"อาคม" ควง "สมคิด" บุกจีน ขอเพิ่มสัดส่วนลงทุนรถไฟ ยันเดินหน้าตามแผน เร่งหาช่องก่อสร้างทันกำหนด พ.ค. ตีกลับรถไฟฟ้าสีส้ม ให้ รฟม.ไปคำนวณลดวงเงินใหม่ หลังคิดแค่ต้นทุนน้ำมัน ไม่รวมใช้วัสดุในประเทศ...

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 ม.ค.นี้ จะร่วมเดินทางไปจีนกับคณะของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา-หนองคาย และแก่งคอย-มาบตาพุด ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว โดยการหารือร่วมกันในครั้งนี้ ไทยยืนยันให้จีนมีส่วนร่วมในโครงการเพิ่ม โดยเฉพาะสัดส่วนการลงทุน ซึ่งในการหารือร่วมกันครั้งที่แล้วทางไทยได้แจ้งจีนไปแล้ว ส่วนจะเป็นเท่าไรไทยขอตรวจสอบในเรื่องของต้นทุนของการดำเนินโครงการทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยก่อน ขณะเดียวกันก็จะหาวิธีผลักดันโครงการให้เดินหน้าก่อสร้างได้เดือนพ.ค.59 ตามเป้าหมายที่วางไว้

"เรื่องที่รองนายกรัฐมนตรีต้องการให้เร่งรัดมากที่สุด คงเป็นสัดส่วนการลงทุน คือ ให้จีนมีสัดส่วนที่มากกว่า เรื่องการก่อสร้างจะเริ่มตามแผนได้อย่างไร ซึ่งในการหารือกับจีนในครั้งที่ผ่านมาได้แจ้งจีนไปแล้ว ทางจีนก็รับปากว่าจะไปพิจารณาปรับลดในบางเรื่อง เช่น ลดในส่วนของแบบการก่อสร้าง เพื่อให้สามารถก่อสร้างได้ เพราะการก่อสร้างจะแบ่งเป็นช่วงอยู่แล้ว ไม่ได้ก่อสร้างพร้อมกันทั้งหมด โดยช่วงแรกที่จะก่อสร้างก่อน คือ กรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา ส่วนเรื่องแหล่งเงินกู้ และสัดส่วนการลงทุน นายสมคิด ได้มอบหมายให้ รมว.คลังไปพิจารณาในรายละเอียดให้ชัดเจนแล้ว โดยมูลค่าโครงการยังไม่แน่นอน เพราะอยู่ระหว่างให้บริษัทที่ปรึกษาพิจารณารายละเอียดต่างๆให้ชัดเจน"นายอาคมกล่าว

รมว.คมนาคม กล่าวด้วยว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ระยะทาง 21.2 กม.นั้น กระทรวงคมนาคมได้ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)กลับไปพิจารณาปรับลดตัวเลขกรอบวงเงินลงทุนใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ประชุมบอร์ด รฟม. เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบปรับกรอบเงินลงทุนจากกรอบเดิม 95,108 ล้านบาท เหลือ 94,080 ล้านบาท แต่พบว่าราคาที่ปรับลดลงเป็นการนำเฉพาะต้นทุนน้ำมันมาประกอบการพิจารณาเท่านั้น หลักการปรับลดวงเงินตามนโยบายของรัฐบาล คือต้องปรับลดวงเงินการลงทุน โดยพิจารณาปรับเปลี่ยนมาใช้วัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้างที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น แต่วงเงินที่ รฟม.ปรับลดยังไม่ได้คิดคำนวณเรื่องการปรับเปลี่ยนมาใช้วัสดุในประเทศ จึงต้องให้ไปพิจารณาและส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงคมนาคมใหม่อีกครั้ง.



โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    26.9%
  • ไม่ชอบ
    69.2%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    3.8%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement