หนทางรอด 'อาชีวศึกษา' เรียนจบมีงานทำ เป็นเลิศอาชีพเฉพาะด้าน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

หนทางรอด 'อาชีวศึกษา' เรียนจบมีงานทำ เป็นเลิศอาชีพเฉพาะด้าน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ม.ค. 2559 14:05
1,040 ครั้ง


อาชีวะมีเฮ เมื่อรัฐบาลดึง 13 องค์กรเอกชนชั้นนำระดับประเทศ ผนึกกำลังยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษาไทย สู่การแข่งขันบนเวทีโลก ตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถให้เป็นรูปธรรมได้ภายใน 2 ปี...

ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสานพลังประชารัฐ ยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษา ของคณะทำงานการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมรัฐ-เอกชน-ประชาชน (ประชารัฐ) โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วยอีก 2 กระทรวง คือ กระทรวงแรงงานและกระทรวงอุตสาหกรรม ภาคเอกชนประกอบด้วย 13 องค์กรชั้นนำระดับประเทศ โดยมีนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน และพลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานกรรมการบริหารสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ตัวแทนภาคประชาสังคมในการพัฒนาทุนมนุษย์ เข้าร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง ซึ่งมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

โดย พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐว่า เรื่องนี้เราต้องกระโดดใส่ เดินใส่คงไม่ทัน โดยสรุปคณะทำงานมีภารกิจ 5 ประการ คือ 1. การสร้างค่านิยมหรือแรงจูงใจให้เด็กมาเรียนอาชีวะมากขึ้น คือที่ผ่านมาก็ดำเนินการมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ต้องเร่งลงมือทำให้เร็วขึ้น 2. การผลิตผู้เรียนอาชีวะในสาขาที่ขาดแคลนให้ปริมาณเพียงพอต่อการพัฒนาประเทศ เราต้องดูอะไรเร่งด่วน อะไรก่อนกลัง คนที่จะให้คำตอบที่ดีที่สุด คือภาคเอกชน 3. การสร้างคุณภาพให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนอาชีวะ ด้วยการที่เทคโนโลยีไปเร็วมาก จนเราวางหลักสูตรแทบไม่ทัน ทำให้เด็กไม่ทันได้เรียน เมื่อเอกชนเข้ามา เราได้พูดคุยกัน จึงทำให้รู้ถึงความต้องการอย่างแท้จริง 4. การสร้างอาชีวะให้มีความเป็นเลิศในแต่ละด้าน โดยให้เอกชนเข้ามาร่วมด้วย เพราะเอกชนทำธุรกิจแตกต่างกัน จึงสามารถมาร่วมสนับสนุนความรู้ให้กับเด็กอาชีวะ เพื่อให้ได้แรงงานที่ตรงกับความต้องการของภาคเอกชนเอง 5. ให้อาชีวะมีความเป็นสากลและมีความร่วมมือกับต่างประเทศมากขึ้น จริงๆ วันนี้เราไม่แพ้ใครในรอบๆ ประเทศ แต่เรากลับโตไม่ทันกับเศรษฐกิจที่โตอย่างต่อเนื่อง

ทางด้านความร่วมมือในภาคเอกชน ที่เข้าร่วมในการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพวิชาชีพครั้งนี้ ประกอบด้วยตัวแทนจากบริษัทเอกชนชั้นนำระดับประเทศจำนวน 13 องค์กรได้แก่ เอสซีจี, บจก. การบินกรุงเทพ, บมจ. ช.การช่าง, บจก. ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี, บมจ. ซีพี ออลล์, บมจ. ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์, บมจ. ธนาคารกสิกรไทย, บจก. น้ำตาลมิตรผล, บจก. ฤทธา, บจก. สรรพสินค้าเซ็นทรัล, บมจ. ไออาร์พีซี, บมจ. ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล และ บจก. ฮอนด้า ออโตโมบิล

ด้าน นายรุ่งโรจน์ ระบุ ภาคเอกชนอาสาทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักอย่างเป็นรูปธรรม โดยแนวทางการขับเคลื่อนด้านการยกระดับวิชาชีพ แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะใช้เวลา 6 เดือน ว่าด้วย 1. Re-Branding เพื่อสร้างแรงจูงใจผ่านภาพลักษณ์ที่ดีกับกลุ่มเป้าหมายทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยสื่อสารให้เห็นถึงโอกาสความก้าวหน้าในวิชาชีพอาชีวศึกษา รวมถึงผลตอบแทนที่ดี ตามระดับทักษะความสามารถที่ได้รับการประเมินตามมาตรฐาน นอกจากนั้น ต้องสร้างความภาคภูมิใจให้กับบุคลากรสายวิชาชีพอาชีวศึกษา ว่าเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ 2. สร้าง Excellence Model Schools ซึ่งจะได้พิจารณาคัดเลือกสถานศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ มีรูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม และสามารถเป็นพี่เลี้ยงสถานศึกษาอาชีวศึกษา รวมทั้งปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน ให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วม 3. ร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูล ทั้งในส่วนอุปสงค์ของความต้องการแรงงานวิชาชีพ และอุปทานของแรงงานวิชาชีพที่เรียนจบมา ของภาพรวมทั้งประเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ โดยเน้นความเร่งด่วนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่

ส่วนในระยะ Medium & Long term คณะทำงานมีแผนที่จะ 1. กำหนดมาตรฐานทักษะวิชาชีพ การเรียนการสอน การจ้างงาน ค่าตอบแทน ฯลฯ ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความรู้ ความสามารถ และทักษะฝีมือ 2. แก้ไขกฎหมายเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อภาพรวมการยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษา 3. ส่งเสริมการยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษาให้ยั่งยืน เช่น บรรจุการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพเข้าไปในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 4. ผลักดันให้มีหน่วยงานที่รวบรวม Database ของวิชาชีพอาชีวศึกษาให้เป็นรูปธรรม 5. พัฒนาหลักสูตร และครูผู้สอน โดยให้มีสถาบันพัฒนาครูระดับอาชีวศึกษา

ขณะที่ ดร.สมคิด เปิดเผยว่า ผมเขื่อว่าพลังประชารัฐ ไม่มีใครจะหยุดยั้งได้ การลงนามในวันนี้ยังเป็นก้าวเล็กๆ แต่ในอนาคตจะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศชาติ ทุกคนรู้ว่าการศึกษาเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ประเทศเดินหน้าไม่ได้เพราะการศึกษา จริงๆ แล้วอาชีวะไม่ได้สำคัญน้อยกว่าปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก วิชาชีพเป็นเรื่องสำคัญ เราจะขับเคลื่อนไปทางไหน ใช้คนแบบไหน วิชาชีพอะไร กลุ่มอาชีวะนี่แหละตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ สมมติถ้าเราเปิดโรงงานเลย ให้เด็กมาเรียน ให้รู้ว่าเรียนแบบนี้ ต้องทำงานอย่างไร ไม่ใช่ในอดีตที่ผมเรียนมา ผมยังไม่รู้ว่าตลาดหุ้นเป็นอย่างไร แต่ถ้าเราเปิดโรงงาน เปิดเครื่องบินให้เขาดู เขาก็จะรู้ว่า เขาต้องทำแบบนี้นะเมื่อเรียนจบมา นี่แหละความสำคัญของคุณภาพการศึกษา. 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    89.5%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    10.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement