คุกตลอดชีวิต ‘หนุ่ย-ติ๊งต่าง’ ฆาตกรต่อเนื่อง คดีชำเรา-ฆ่า ด.ญ.4 ขวบที่เลย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คุกตลอดชีวิต ‘หนุ่ย-ติ๊งต่าง’ ฆาตกรต่อเนื่อง คดีชำเรา-ฆ่า ด.ญ.4 ขวบที่เลย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ม.ค. 2559 14:12
1,862 ครั้ง


ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษา จำคุกตลอดชีวิต ‘หนุ่ย-ติ๊งต่าง’ ฆาตกรต่อเนื่องข่มขืนฆ่าเด็กหญิงเมืองเลยวัย 4 ขวบ หลังจากก่อนหน้านี้เคยต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต จากเหตุข่มขืนน้องการ์ตูน ใกล้สถานีบีทีเอสแบริ่งมาแล้ว...

ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ม.ค. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.163/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 และมารดาของเด็กหญิงผู้ตาย เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายติ๊งต่าง หรือหนุ่ย ไม่มีนามสกุล อายุ 33 ปี อาชีพรับจ้าง เป็นจำเลยในความผิดฐาน พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครอง, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ, กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาตนฯ และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาด้วยความโหดร้ายทารุณ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 277, 277 ทวิ, 283 ทวิ, 288, 289, 310 และ 317

คดีนี้อัยการโจทก์ฟ้อง เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2558 บรรยายระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2556 เวลากลางวัน ถึงเวลากลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลย ได้พราก ด.ญ.น้ำ (นามสมมติ) อายุ 4 ปีเศษ ไปจากตาซึ่งเป็นผู้ปกครอง โดยจำเลยพูดจาหลอกล่อ ว่าจะพาไปเดินเล่นและซื้อขนม เด็กหญิงจึงยินยอมไปด้วย แต่เมื่อเด็กหญิงต้องการกลับไปหาผู้ปกครอง จำเลยไม่ยอมให้กลับแล้วใช้กำลังบีบบังคับฉุดลากเด็กหญิงเข้าไปในป่าละเมาะห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 400 เมตร ซึ่งจำเลยได้หน่วงเหนี่ยวเด็กหญิงไว้ไม่ยอมให้กลับไปหาผู้ปกครอง อันเป็นการทำให้เด็กหญิงปราศจากเสรีภาพ และจำเลยได้กระทำชำเราเด็กหญิงจนสำเร็จความใคร่ โดยเด็กหญิงไม่ยินยอม และอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จากนั้นจำเลยได้ฆ่าเด็กหญิงโดยทรมานหรือทารุณโหดร้าย ด้วยการใช้มือบีบคอทำให้ขาดอากาศหายใจ และถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย

ขณะที่ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา จำเลยให้การรับสารภาพ โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2558 ว่า จำเลย มีความผิด ตาม ม.317 วรรคสาม, 283 ทวิ วรรคสอง, 277 วรรคสาม ประกอบมาตรา 80, 277 ทวิ (2), 310 วรรคสอง, 289 (5)(7) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม โดยให้จำคุก 9 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองฯ, จำคุกตลอดชีวิต ฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีฯ และให้ประหารชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานเพื่อปกปิดความผิด แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากผู้ปกครองฯ, จำคุก 25 ปี ฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี และจำคุกตลอดชีวิตฐานฆ่าผู้อื่นฯ โดยให้นับโทษจำเลย ต่อจากคดีหมายเลขแดง 990/2557 ที่ศาลจังหวัดพระโขนง พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต จำเลย ฐานฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน เด็กหญิงอายุ 6 ปี บริเวณป่าใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสแบริ่งด้วย ขณะที่อัยการโจทก์และจำเลยไม่ได้ยื่นฎีกา แต่เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง จำคุกตลอดชีวิต ดังนั้นศาลชั้นต้นจึงได้ส่งสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245

โดยวันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เบิกตัว นายติ๊งต่าง จำเลย มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งตลอดการพิจารณาคดีจำเลยไม่เคยได้รับการปล่อยชั่วคราว ขณะที่ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นการกระทำของจำเลยกระทำผิดมาเบิกความเป็นพยาน แต่โจทก์มีบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนที่ให้การรับสารภาพว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ จำเลยพาผู้เสียหายเดินออกจากงานกาชาดจนถึงป่าละเมาะที่เกิดเหตุแล้วได้ใช้กำลังบีบคอผู้เสียหายจนสลบ และกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่แล้วฆ่า ซึ่งคำให้การดังกล่าวได้เป็นการกล่าวถึงขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบโดยละเอียด ยากที่พนักงานสอบสวนจะจัดทำบันทึกให้การเพื่อปรักปรำจำเลยในเรื่องที่ไม่เป็นจริง ขณะเดียวกันโจทก์ก็มีพนักงานสอบสวนมาเบิกความเป็นพยานรับรองว่าจำเลยให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจและลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายความที่พนักงานสอบสวนจัดหาให้

ทั้งนี้ แม้คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยจะเป็นพยานบอกเล่าแต่โจทก์ก็มีพยานแวดล้อมทั้งผลการตรวจสอบกะโหลกศีรษะ โครงกระดูก เสื้อ กางเกงและรองเท้าแตะของผู้เสียหายที่ได้มีการตรวจหาสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ ซึ่งมีเหตุผลรับฟังได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยได้พรากผู้เสียหายไปจากผู้ปกครอง ซึ่งแม้จำเลยจะไม่ได้สอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในอวัยวะเพศผู้เสียหาย แต่ก็ถือว่าจำเลยได้ลงมือชำเราแล้ว ส่วนที่จำเลยได้ใช้กำลังบีบคออย่างแรง แล้วใช้เทปกาวสีดำพันทับศีรษะ ปากและคอจนผู้เสียหายขาดอากาศหายใจนั้นก็เป็นการกระทำต่อผู้เสียหายให้เสียชีวิตโดยทรมานและทารุณโหดร้ายเพื่อปกปิดการกระทำของจำเลย

"การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองเพื่ออนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม, ฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ตามมาตรา 277 วรรคสาม ประกอบมาตรา 283 ทวิ วรรคสอง, ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ ตามมาตรา 310 วรรคแรกและฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือทารุณโหดร้ายและเพื่อปกปิดความผิดของตนฯ ตาม มาตรา 289 (5)(7) จึงพิพากษาให้จำคุกฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองฯ เป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน และจำคุกตลอดชีวิตฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ส่วนความผิดฐานพยายามชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุก 8 ปี โดยให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเป็นเวลาอีก 4 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 (10) ที่บัญญัติให้ศาลพิพากษาเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับเพศที่ผู้กระทำผิดนั้นได้กระทำผิดซ้ำ จึงให้จำคุกจำเลยฐานพยายามชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ รวมเป็นเวลา 12 ปี ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพจึงเห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกความผิดนี้เป็นเวลา 6 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วคงจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต"

สำหรับ นายหนุ่ย หรือติ๊งต่าง เคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คดีความผิดทางเพศกับเด็กไปก่อนหน้านี้แล้ว 2 คดี หรือ 2 สำนวน ประกอบด้วย คดีเด็กหญิง อายุ 6 ปี เหตุเกิดใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง ของศาลจังหวัดพระโขนง และคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายวัย 7 ปี เหตุเกิดที่ อ.วังสะพุง จ.เลย ของศาล ส่วนการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ ญาติของเด็กหญิงผู้เสียหายไม่ได้เดินทางมาด้วย มีเพียงตัวจำเลยที่เจ้าหน้าที่ได้เบิกตัวมาฟังคำตัดสินเพียงคนเดียว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    25.0%
  • ไม่ชอบ
    66.7%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    8.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement