วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ชาญวิทย์' ชี้ เลือกนายกบอลถูกการเมืองแทรกหนัก แต่ขอสู้เต็มที่

"ชาญวิทย์ ผลชีวิน" ผู้สมัครชิงเก้าอี้นายกบอลไทย ยอมรับ มีโอกาสน้อยที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่จะขอสู้เต็มที่ ชี้ ตอนนี้มีการแทรกแซงทางการเมืองหนักเกินไป ไม่ใช่เรื่องของการกีฬาแล้ว...


วันที่ 26 ม.ค. ที่รัฐสภา "อ.หรั่ง" ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณี พล.ร.อ.สุราวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลางการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศรับรอง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หลังจากถูกตัดสิทธิการสมัครก่อนหน้านี้ว่า ขึ้นอยู่กับมติคณะกรรมการกลางฯ ตนไม่มีปัญหา พร้อมยอมรับ แต่จะถูกต้องตามข้อบังคับสมาคมฟุตบอลหรือไม่ ต้องไปพิจารณาอีกที

ดร.ชาญวิทย์ กล่าวว่า ตนมีข้อสังเกตว่า คุณสมบัติของสภากรรมการฯ ต้องเป็นไปตามข้อบังคับข้อ 33 แต่คณะกรรมการกลางฯ เลือกทำเฉพาะข้อ 33.1 ในการตัดสิทธิ์ผู้สมัครที่มีอายุเกิน 75 ปี แต่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ 33.4 ที่ระบุว่า ผู้สมัครต้องไปสมัครที่สำนักงานเลขาธิการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย อยากให้คณะกรรมการกลางฯ อธิบายเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน ทราบว่าประเด็นดังกล่าว นายธวัชชัย สัจจกุล และ นายพินิจ สะสินิน เตรียมยื่นประท้วงต่อคณะกรรมการกลางฯ ส่วนตนคงไม่ดำเนินการใดๆ

ส่วนกรณี พล.ต.อ.สมยศ ยื่นร้องเรียนกรณี นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไปช่วยตนหาเสียงในพื้นที่ภาคใต้นั้น ตนไม่ทราบล่วงหน้าว่านายวรวีร์จะเดินทางไปด้วย เพราะสมาคมฟุตบอลในภาคใต้ จัดกิจกรรมให้ตนไปหาเสียงกับสมาชิก เมื่อไปพบกับนายวรวีร์ ก็รู้สึกกังวลใจ แต่จะให้ตนไปไล่นายวรวีร์ได้อย่างไร เมื่อตนหาเสียงเสร็จก็รีบเดินทางกลับ หากจะลงโทษก็ต้องลงโทษนายวรวีร์เพราะเป็นผู้ถูกฟีฟ่าแบนอยู่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน คณะกรรมการกลางฯ มีมติเรื่องนี้ออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับ

ทั้งนี้ ในส่วนความมั่นใจในการชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลนั้น ตนพร้อมในด้านความรู้เกี่ยวกับฟุตบอล แต่การลงคะแนนเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลรอบนี้มีการเมืองเข้ามายุ่ง เห็นได้จากการเลือกตัวแทน 30 ที่นั่งของลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เพื่อไปออกเสียงเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล ปรากฏว่า ไม่มีตัวแทนของฝ่ายสมาคมฟุตบอลฯเข้าไปร่วมเลย จึงยอมรับว่า มีโอกาสน้อยที่จะได้รับเลือก แต่จะยังสู้อย่างเต็มที่ แม้รู้ว่าสู้ไม่ได้ ตอนนี้การเมืองเล่นหนักเกินไปไม่ใช่การกีฬาแล้ว ส่วนการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลในวันที่ 11 ก.พ.นั้น เชื่อว่า แม้จะมีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว แต่ปัญหาจะไม่จบเพราะกติกาการลงคะแนนยังไม่มีความชัดเจน