ขู่ใช้รธน.คสช. หากร่างมีชัยไม่ผ่าน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ขู่ใช้รธน.คสช. หากร่างมีชัยไม่ผ่าน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ม.ค. 2559 06:15
4,326 ครั้ง


วิษณุมั่นใจผ่านฉลุยนปช.ชี้อย่าหลงเกม

“มีชัย” เผยบทเฉพาะกาลเสร็จแล้ว คงอำนาจรัฐบาล คสช.ไว้เต็ม แบะท่าถ้าร่าง รธน.ถูกคว่ำในชั้นประชามติ ได้ใช้ รธน. ฉบับ คสช.แน่ กรธ.แจงผู้แทนสหรัฐฯซักหลายปมที่ยังคาใจ นัดประชุมร่วม สปท.-สนช.รับฟังข้อเสนอ “นิกร” ลั่นต้องเซตซีโร่ศาล รธน. ห่วง กรธ.วางยาแรงทำร่างฯถูกคว่ำ “สมบัติ” ฟันธงรอดยากถ้าไม่แก้ รธน.ชั่วคราวปมประชามติ “วิษณุ” อุบไต๋ประชามติฉลุยแบเบอร์ ไม่พูดแล้ว “รับไว้ก่อนแล้วแก้ทีหลัง” “นิพิฏฐ์” แนะ “บิ๊กตู่” ทิ่มปากพวกเลียหน้าแข้งบ้าง “วัฒนา” จัดหนัก “ขยะประชาธิปไตย” นปช.เตือนอย่าหลงเกมเลือกตั้งจอมปลอม นายกฯซัดพวกบิดเบือนโทษ คสช.ทำ ศก.หด ชิ่งตอบทหารอุ้ม นศ.ม.บูรพา ผบ.มทบ.14 แจงเคลียร์กันเข้าใจแล้ว

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย โดยพิจารณาบทเฉพาะกาลเสร็จแล้ว ก่อนเปิดร่างสมบูรณ์ร่างแรกให้เห็นในวันที่ 29 ม.ค.นี้ โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. เผยว่า หากประชามติไม่ผ่าน ก็มีโอกาสที่จะนำรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวของ คสช.มาบังคับใช้เป็นการถาวร

“มีชัย” เผยบทเฉพาะกาลเสร็จแล้ว

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาหมวดบทเฉพาะกาล โดยนายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า เบื้องต้นร่างบทเฉพาะกาลเสร็จแล้ว ส่วนการคงสภาพของรัฐบาลหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลยังคงมีอำนาจตามปกติ และคงไม่ใช่ลักษณะของรัฐบาลรักษาการณ์ เพราะจะทำให้รัฐบาลทำงานไม่ได้เลย สำหรับบทเฉพาะกาลเราจะเขียนเฉพาะเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น ยังกำหนดตายตัวไม่ได้ ต้องฟังความเห็นจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวบัญญัติไว้ รวมถึงหลายฝ่ายและพรรคการเมืองด้วย จะทยอยส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.เป็นต้นไป

ขู่ประชามติถูกคว่ำได้ใช้ รธน.คสช.

เมื่อถามว่า กรธ.จะส่งเรื่องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เรื่องการทำประชามติหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ถ้ารัฐบาลเข้าใจตรงกันว่า นับคะแนนเฉพาะผู้มาใช้สิทธิก็ไม่จำเป็นต้องแก้ แต่ถ้าอยากจะแก้ก็แก้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องของ กรธ. เมื่อถามว่า ถ้าไม่แก้แล้วมีฝ่ายที่ไม่เข้าใจนำประเด็นนี้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความ จะทำให้ผลประชามติล่าช้าหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า รัฐบาลต้องปรึกษาศาลรัฐธรรมนูญก่อน ได้ผลอย่างไรค่อยดำเนินการ เมื่อถามว่า ต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อหาทางออกกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ส่วนนั้นทำไม่ได้ ถ้าระบุทางออกไว้คนจะไม่ดูเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าหากไม่รับร่างฯก็ไม่มีรัฐธรรมนูญใช้ และจะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้ในปัจจุบันมาแทน หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านค่อยไปคิดกันอีกที เมื่อถามว่า การไม่เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพราะกลัวไม่ผ่านประชามติใช่หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ไม่ใช่ เพราะถ้าทำอะไรแล้วไปตั้งเงื่อนไข แสดงว่าสิ่งที่เราทำก็ไม่ใช่ของดี

ผู้แทนสหรัฐฯซักแหลกปมคาใจ

ต่อมา นายอมร วานิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. แถลงภายหลังการประชุมว่า หัวหน้าฝ่ายการเมืองของสหรัฐอเมริกาขอเข้าพบนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ซึ่งนายมีชัยมอบหมายให้ตนพูดคุยแทน โดยทางสหรัฐฯหยิบยกประเด็นที่นักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์มาสอบถาม อาทิ การปิดห้องประชุมพิจารณาร่างฯ การเบิกงบประมาณของ ส.ส. ซึ่งพยายามอธิบายให้เข้าใจ ทั้งนี้ การร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องในประเทศ ไม่ใช่เรื่องระหว่างประเทศ สำหรับการกำหนดให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีจำนวน 3 รายชื่อก่อนการเลือกตั้งนั้น กรธ.ยังยืนยันหลักการเดิม ดังนั้น บุคคลที่ไม่ได้รับการเสนอชื่อ จะไม่สามารถเข้ามาเป็นนายกฯได้เด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด เมื่อถามว่า หากเกิดกรณีเสียชีวิตก่อนการโหวตเลือกนายกฯทั้ง 3 รายชื่อ จะเสนอรายชื่อใหม่เข้ามาได้หรือไม่ นายอมรตอบว่า ไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นก็ต้องถือว่าพรรคนั้นหมดสิทธิ์ และไม่สามารถเสนอชื่อคนอื่นเข้ามาเพิ่มใหม่ได้อีก

นัดประชุมร่วม กรธ.-สปท.-สนช.

นายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการคณะกรรมธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) กล่าวภายหลังเข้าหารือกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ว่า วันที่ 3 ก.พ. เวลา 13.00 น. กรธ.จะเป็นเจ้าภาพการประชุมร่วมระหว่าง สปท. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อรับฟังคำชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความเห็น ที่จะจัดทำเสร็จในวันที่ 29 ม.ค. โดยนายมีชัยต้องการให้ตั้งคำถามประเด็นที่สงสัย โดยตนจะนำข้อมูลที่ได้หารือกับวิป สปท.วันที่ 28 ม.ค. เพื่อให้ร่วมพิจารณาและกำหนดแนวทางอีกครั้ง สำหรับร่างรัฐธรรมนูญทราบว่า กรธ.จะเป็นผู้ผลิตเอง คาดว่าคงใช้เวลาผลิตและแจกให้สมาชิกได้ไม่เกินวันที่ 1 ก.พ.

“เสรี” ชี้ตีโจทย์แก้ซื้อเสียงไม่แตก

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า วันที่ 26 ม.ค. กมธ.ฯจะประชุมเพื่อพิจารณาเนื้อหาภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อดูว่าสามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาตามที่ กมธ.ฯเคยเสนอไปได้หรือไม่ เท่าที่ดูเป็นห่วงเรื่องการแก้ปัญหากลุ่มทุนการเมือง ปัญหาการซื้อเสียง ที่ยังไม่เห็นความชัดเจน คงต้องดูรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 29 ม.ค. ส่วนเรื่องนายกฯคนนอกมองว่าไม่ควรไปปิดกั้น เพราะที่ผ่านมาการให้มีนายกฯมาจาก ส.ส.เป็นเวลา 20 ปี พิสูจน์ได้ว่าไม่สามารถแก้ปัญหาเวลาเกิดวิกฤติประเทศได้ จึงควรเปิดช่องไว้ อย่าไปตั้งแง่รังเกียจ แม้จะถูกพรรคการเมืองต่อต้านหนัก แต่คนตัดสินใจคือประชาชน เชื่อว่าขณะนี้ฝ่ายการเมืองไม่สามารถชี้นำประชาชนได้แล้ว

“นิกร” ลั่นต้องเซตซีโร่ศาล รธน.

นายนิกร จำนง กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า กมธ.ฯจะเสนอ ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ในการประชุมร่วม กรธ. สปท. และ สนช. วันที่ 3 ก.พ. พร้อมจับตาดูการออกกฎหมายลูก 14-15 ฉบับ ที่จะสอดรับกับร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. ตลอดจนกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระต่างๆ ทั้ง กกต. ป.ป.ช. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วนตัวมองว่าเนื้อหาที่น่าห่วงคือ การเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมีบทบาทถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาจทำให้เป็นที่กังขาของสังคม เพราะที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญถูกมองว่าเชื่อมโยงกับการเมือง จึงควรให้ศาลฎีกาทำหน้าที่ถอดถอนแทนจะได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่า หรือหากจะให้ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ถอดถอนต้องเซตซีโร่ศาลรัฐธรรมนูญ โดยตั้งองค์คณะชุดใหม่มาทำหน้าที่ และกำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน

ห่วง กรธ.วางยาแรงทำร่างฯถูกคว่ำ

นายนิกรกล่าวว่า สำหรับระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวเลือกได้ทั้ง ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายกรัฐมนตรี ต้องอธิบายให้ชัดเจนกว่านี้ ขณะนี้ทุกคนยังงงกับระบบดังกล่าว เพราะไม่เคยใช้มาก่อน กรธ.ต้องวางโมเดลเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพราะมีความเป็นไปได้ที่ระบบเลือกตั้งวิธีนี้จะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลง เท่าที่ดูเนื้อหามองว่ามีการใช้ยาแรงหลายขนาน ทั้งเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอก การเลือกตั้ง ส.ว.ทางอ้อม การเพิ่มอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นเหล่านี้หลายฝ่ายไม่ชอบก็จะไปเสริมฤทธิ์กัน ถือเป็นตัวอันตราย มีผลให้ถูกน็อกได้ต้องระวัง อาจทำให้รัฐธรรมนูญถูกคว่ำตอนทำประชามติ ควรเพลาๆหน่อย

“สมบัติ” ฟันธงไม่แก้ รธน.รอดยาก

ด้านนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช. กล่าวว่า ก่อนการทำประชามติ กรธ.คงใช้สื่อของรัฐอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในเนื้อหา ประเด็นไหนดีอยู่แล้ว กรธ.ต้องหนักแน่นอย่าไขว้เขว แม้ถูกนักการเมืองถล่มหนักแค่ไหน แต่ประเด็นใดที่ไม่เหมาะสมก็อย่าดึงดัน เช่น การให้นายกฯมาจากคนนอกได้ แบบนี้ต่อให้ใช้สื่อรัฐชี้แจงอย่างไรคงฟังไม่ขึ้น พูดไปเปลืองตัว ประชาชนที่นิยมกลุ่มการเมืองจะฟังสัญญาณจากผู้นำมวลชนของเขาว่าจะให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติหรือไม่ ถ้าสัญญาณไม่ดีถูกส่งไปยังประชาชนคงสุ่มเสี่ยง อุปสรรคอีกประการคือ ที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 37 วรรค 7 ที่ระบุว่า การออกเสียงประชามติให้ยึดเสียงข้างมากของ “ผู้มีสิทธิ์” ออกเสียง ถ้าไม่แก้ไขให้เป็น “ผู้มาใช้สิทธิ์” โอกาสที่จะผ่านประชามติยิ่งแย่ขึ้น

“วิษณุ” อุบไต๋เหตุประชามติผ่าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ฝ่ายการเมืองข่มขู่จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เขาขู่มานานแล้ว ไม่เป็นไร กรธ. คงได้ยิน แต่อะไรที่สำคัญเขาตั้งใจไว้คงไม่แก้ แต่บางเรื่องสำรวจความคิดเห็นแล้วประชาชนเห็นด้วย เช่น การให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกฯ ก็ทำให้มั่นใจขึ้นว่ามาถูกทาง ส่วนการเสนอให้ดีเบตกันระหว่างนักการเมืองกับ กรธ. การเปิดโอกาสให้แสดงความเห็นเป็นเรื่องดี แต่จะดีเบตหรือไม่ต้องถาม กรธ.ว่าพร้อมหรือไม่ ที่สำคัญประชาชนควรได้อ่านเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญก่อน จะได้รู้ว่าถ้อยคำจริงเป็นอย่างไร เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อเทียบกับฉบับก่อนๆถือว่าใช้ได้ จะบอกว่าเลวทั้งหมดคงไม่ใช่ ฝ่ายการเมืองติดตามตลอดจึงเห็นประเด็นชัด แต่ประชาชนไม่ได้รับรู้ข้อมูลทั้งหมดจึงอาจถูกชักนำให้คล้อยตาม เมื่อถึงเวลาลงประชามติต้องมาพูดกันทั้งหมด และทำฉบับย่อให้ประชาชนเข้าใจทุกมาตรา ยังเชื่อว่าจะผ่านประชามติ แต่ไม่ขอพูดถึงเหตุผล

ไม่พูดแล้ว “รับไว้ก่อนแล้วแก้ทีหลัง”

เมื่อถามว่าการรณรงค์ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญก่อนทำประชามติ ทำได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า วันนี้อาจทำยาก แต่เชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งต้องผ่อนคลายลง ไม่ต้องการให้ประชาชนรับทราบแต่เพียงข้อดี จึงต้องพูดทั้ง 2 ทางแล้วชั่งน้ำหนัก แต่สำหรับตนไม่ขอพูดว่ารับไว้ก่อนแล้วแก้ทีหลัง ไม่กล้าพูดแล้ว แต่เท่าที่ดู ดีเกินครึ่ง เมื่อถามว่าถึงเวลาพูดคุยถึงการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อรองรับการทำประชามติหรือยัง นายวิษณุตอบว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังคิดกัน รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน โรดแม็ปที่นายกฯกำหนดไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งปี 2560 ยังเหมือนเดิม

“นิพิฏฐ์” เหน็บเอาที่ผู้มีอำนาจสบายใจ

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กรธ.ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้แสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านทางโทรทัศน์ ว่า ไม่เป็นไรเอาเท่าที่ผู้มีอำนาจสบายใจ ประเทศเรามีปัญหา แยกไม่ออกระหว่างความเห็นต่างกับความขัดแย้ง ประชาธิปไตยสนับสนุนให้เห็นต่างได้ แต่ระบอบที่ต้องเห็นไปในทางเดียวแบบสุดโต่งเรียกเผด็จการ ตนไม่ได้เสนอให้ไปดีเบตทะเลาะกันผ่านหน้าจอ แต่ไม่เป็นไรหากกลัวควบคุมไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน แต่ย้ำว่าน่าจะเปิดเวทีให้คุยกันได้ และทีมงานรัฐบาลต้องทำงานให้หนัก ห้ามไปทะเลาะด้วย เพราะพรรคเพื่อไทยมักโจมตีทำนองว่า กรธ.เขียนรัฐธรรมนูญนิรโทษกรรมให้ผู้ยึดอำนาจ ล้างผิดให้ทั้งก่อนและหลังการยึดอำนาจ ประชาชนส่วนหนึ่งอาจเชื่อแล้วพานจะไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงต้องแจงให้ประชาชนเข้าใจ

แนะ “บิ๊กตู่” ทิ่มปากพวกเลียหน้าแข้ง

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า ต้องปรามกองเชียร์ตัวเองอย่าไปเชียร์แบบสุดขั้ว อย่างนายวันชัย สอนศิริ โฆษก สปท. ทหารถูกเชลียร์จนขนหน้าแข้งเตียนหมดแล้ว ปล่อยให้ขนหน้าแข้งทหารขึ้นบ้างเถิด อย่าไปเชียร์เสียจนสุดลิ่มนัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เคยบอกอยากหาอะไรทิ่มปากนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ขอแนะนำให้นายกฯหาอะไรไปทิ่มปากปรามคนเหล่านี้เสียบ้าง เพราะอาจทำให้งานของนายกฯเสียหายได้ ฟันธงไว้เลยคนบางกลุ่มจะโหนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กลับมาเป็น ส.ว.อีกแน่ ขอให้เกรงใจทหารบ้าง

เปลี่ยนชื่อเป็น รธน.ฉบับช่วยกันโกง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยังมีคำสั่ง คสช. ห้ามเคลื่อนไหว ห้ามประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง จึงเชื่อว่าประชาชนจะได้ฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญจากฟากฝั่งเดียว ส่วนความเห็นต่างจากอีกฟากฝั่ง ประชาชนไม่มีโอกาสได้ฟังแน่นอน แบบนี้เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ และไม่อยากให้ประชาชนหลงเชื่อคำพูดให้รับกันไปก่อนค่อยแก้ในภายหลังอีก อยากให้ประชาชนเข้าใจนักการเมืองว่าคงไม่มีประโยชน์ที่จะต้องลงเล่นการเมืองภายใต้กฎกติกาที่กรรมการมาร่วมวงเล่นด้วยและไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะในที่สุดก็หนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์ซ้ำแล้วซ้ำอีก นักการเมืองตกเป็นจำเลยสังคมอยู่ตลอด แต่อยากถามคนไทยว่าการทุจริตโกงบ้านกินเมืองยังคงมีอยู่หรือไม่ในทุกวันนี้ ทั้งที่ไม่มีนักการเมืองแม้แต่คนเดียว แบบนี้จะเรียกว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงได้อย่างไร น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นรัฐธรรมนูญฉบับช่วยกันโกง จะเหมาะสมกว่าหรือไม่

“วัฒนา” จัดหนัก “ขยะประชาธิปไตย”

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊กเรื่อง “เศษขยะประชาธิปไตย” ระบุว่า เห็นสมุนเผด็จการดาหน้าออกมาสนองคุณข้าวแดงแกงร้อน ที่เผด็จการเมตตาให้มีกินมีใช้ บางคนออกมาปกป้องชื่นชมผลงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเผด็จการ แม้จะเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกประณาม บางคนชื่นชมร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และยังบิดเบือนทำนองว่า ที่นักการเมืองต่อต้านเพราะเป็นยาแรงต่อต้านการทุจริต ปกติตนให้เกียรติทุกคนและตัดสินคนจากการกระทำเสมอ แต่คนเหล่านี้คือขยะทางการเมืองของระบอบประชาธิปไตย คำว่ายาแรงเป็นเพียงวาทกรรม คนที่มาจากประชาชนไม่มีใครกลัวยาแรง และยอมรับการตรวจสอบเสมอ มีแต่พวกขยะทางการเมืองเท่านั้นที่กลัวและกำลังหนีการตรวจสอบ โดยอาศัยรัฐธรรมนูญฉบับนี้นิรโทษกรรมให้ คนเหล่านี้ไม่เคยกล้าพูดว่าไม่ต้องการการนิรโทษกรรมและพร้อมให้ตรวจสอบ


“ตู่” เตือนอย่าหลงเลือกตั้งจอมปลอม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกลผ่านทางยูทูป ว่า การประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นเนื้อหาครบทั้งหมด เพียงออกมาแถลงรายวันก็เข้าใจเนื้อหาที่เป็นเผด็จการได้ชัดเจน จึงตัดสินใจเด็ดขาดว่าต้องคว่ำในขั้นทำประชามติ ขอชักชวนทุกพรรค การเมืองสนใจความรู้สึกประชาชน อย่าใจอ่อนไปเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม ถ้ายังมักง่ายคิดแต่เรื่องชนะการเลือกตั้ง ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ความเป็นประชาธิปไตย ถึงชนะเลือกตั้งก็อยู่ได้ไม่กี่วัน ทหารจะกลับมายึดอำนาจวนเวียนไม่หยุดหย่อน นักประชาธิปไตยควรยืนหยัดประกาศพร้อมกันว่า ร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เอา ถ้าอยากอยู่นานก็อยู่ไป

โยน “บิ๊กตู่” หาทางออกสเต็ปต่อไป

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าไม่มีใครพอใจอะไรไปทุกอย่าง กรธ.ดูภาพรวมเพื่อให้เกิดความยุติธรรมที่สุด เมื่อมีการเลือกตั้งจะได้อยู่กันได้นานๆ ไม่ใช่ต้องทำตามความต้องการของพรรคการเมือง กรธ.เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้นผ่านอะไรมามากมาย ต้องทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีที่สุดอยู่แล้ว ถามว่าจะมีคนต่อต้านหรือไม่ ต้องมีอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา แต่รัฐธรรมนูญถือเป็นกติกากลาง ไม่ใช่ว่าคนจะเห็นด้วยทั้งหมด การร่างรัฐธรรมนูญยังไม่จบ อยากให้ใจเย็น คสช.ยังไม่ได้เตรียมแผนรองรับหากไม่ผ่านการทำประชามติ เป็นหน้าที่ของหัวหน้า คสช. ต้องไปคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ซัดพวกบิดเบือนโทษทำ ศก.หด

ช่วงบ่ายที่ห้องแพลนนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 2559” ว่า มีคนพยายามบิดเบือนว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตนเข้ามาบริหารประเทศ ยืนยันว่าตั้งใจเข้ามาทำทุกอย่างให้ดีขึ้น แก้ไขปัญหาทุกอย่างไม่ใช่เฉพาะเศรษฐกิจ ประเทศไทยมีเรื่องที่จะต้องปฏิรูปทั้งหมด 11 ด้าน 37 วาระ กับ 2 วาระที่ต้องพัฒนา ขณะที่กำลังดำเนินการก็ยังมีคนมาคอยบิดเบือนจนทำให้การพัฒนาล่าช้า ตอนนี้เราอยู่ในช่วงระยะที่ 2 เหลือเวลาอยู่อีก 1 ปี 6 เดือน ตนไม่เคยบิดเบี้ยว ถ้าเราทำวันนี้ล้มเหลว วันข้างหน้าจะล้มเหลวยิ่งกว่านี้เราก็จะเป็นรัฐที่ล้มเหลว ตนจะทำตัวเป็นแก้วน้ำที่เต็มแล้วสำหรับคนบางประเภท แต่เรื่องที่ไม่เคยรู้ก็จะเป็นแก้วน้ำครึ่งแก้ว รับฟังในสิ่งที่ควรจะฟัง

ยกสารคดีประมงปลุกธรรมาภิบาล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดูสารคดีครอบครัวทำธุรกิจค้าปลากะพงประเทศหนึ่ง บุตรชายคนที่สองดูแล้วนิสัยเหมือนตนขี้โมโห เห็นคนขี้เกียจไม่ได้ สุดท้ายพ่อได้สอนว่าอย่าดุลูกน้องต้องให้คำแนะนำ เป็นเจ้าของต้องทำงานร่วมกัน นำพาลูกน้องให้เข้มแข็ง ต้องใช้ธรรมาภิบาล ทำให้จับปลาได้ตามเป้า แต่กลับไม่ดูแลปลาที่จับได้ ทำให้ราคาตก ส่งผลให้บริษัทของพ่อเสียชื่อเสียง เมื่อจับปลาได้แล้วไว้นานยิ่งทำให้เสีย ก็คล้ายกับข้าวที่เสีย ฉะนั้นต้องรีบขาย บังเอิญลูกอีกคนที่ทำฝ่ายเว็บไซต์กำลังเครียดในการระบายปลาที่จับได้ เมื่อมองไปเห็นหมาตัวหนึ่ง จึงโทรศัพท์ไปโรงงานทำอาหารหมา ทำให้ขายได้ ขนาดธุรกิจครอบครัวเขายังมีความรับผิดชอบขนาดนั้น ประเทศไทยจะทำแบบนั้นไม่ได้หรือ ทุกอย่างต้องมีธรรมาภิบาล วันนี้เรากำลังทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ไม่ได้มาทำลายให้มันแย่ลง

ดีใจอากาศหนาวทำอารมณ์เย็นลง

นายกฯกล่าวอีกว่า ตอนนี้อาจดีขึ้นอากาศหนาวขึ้นดีใจ ถ้าร้อนมากก็มัวแต่ทะเลาะกัน ใจมันร้อน ฉะนั้นเย็นๆหน่อย จะได้สบายทะเลาะกันน้อยลง วันหน้าถ้าหิมะตกจะได้ขยันแบบต่างประเทศบ้าง การสร้างเศรษฐกิจใหม่ต้องดูที่โครงสร้างรายได้ประเทศ วันนี้หลายประเทศถอนโรงงานกลับเป็นโรงงานที่ล้าสมัย แต่เราพยายามดึงเขากลับมาใหม่ จึงมีมาตรการต่างๆ ทั้งการให้เช่าที่ดินต่างๆ แต่กลายเป็นว่ารัฐบาลมุ่งเอื้อประโยชน์คนรวย สรุปคนรวยคือคนรวย คนมีรายได้ปานกลางก็ปานกลาง คนจนก็คือคนจน จะเป็นอย่างนี้ต่อไปหรือ รัฐบาลจะแก้ไข พ.ร.บ.การใช้งบประมาณใหม่ โดยงบประมาณปกติต้องลดลง โครงการใดที่ไม่สำคัญหรือไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนก็ให้ตัดออกไปก่อน ส่วนนักการเมืองตนไม่ยุ่งด้วยขอแค่ให้นึกถึงประเทศ

บ่นนอนไม่หลับคิดถึงแต่ปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า อยากให้ 1 ปี 6 เดือน อะไรที่ทำได้ทำเลย อย่าไปฟังใครเขาพูดตนไม่ต้องการอำนาจผลประโยชน์สักอย่างต้องช่วยกัน บริษัทใหญ่ๆต้องเกื้อหนุนสงสารคนจนเกษตรกร จะเอาเปรียบไม่ได้รวยไม่รู้จะรวยอย่างไรแล้ว คิดทุกวันเมื่อคืนตื่นมาตีสามนอนไม่หลับ ต้องมาเขียน ไม่เคยคิดถึงเรื่องอื่น คิดแต่เรื่องแม่น้ำ 5 สาย มันทำไมยุ่งจริงๆประเทศไทย ไม่คิดว่าจะมีปัญหามากขนาดนี้มาทำเองถึงรู้ เพราะต่างคนต่างความคิดและหวังดีทั้งหมด แต่ไม่เจอกัน ต้องแสวงหาทางออกร่วมกันให้ได้โดยสันติ

“บิ๊กป้อม” เมินแอมเนสตี้ขอลุยต่อ

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีสำนักงานเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้สมาชิกทั่วโลกส่งจดหมายถึงนายกฯและหัวหน้า คสช. ยกเลิกข้อกล่าวหานักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมด ว่า ยังไม่เห็นจดหมายดังกล่าว แต่ถือเป็นเรื่องภายในประเทศของเรา และไม่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชนใคร เหตุการณ์ภายในประเทศมีความจำเป็นต้องดำเนินการให้เกิดความเรียบร้อยเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ ต่างประเทศส่วนใหญ่เข้าใจเรา ดูได้จากการสำรวจของโพลต่างๆ คิดว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว มองว่าถ้าสถานการณ์ภายในประเทศสงบ ทุกอย่างก็เดินต่อไปได้ อยากให้นักการเมืองหรือคนที่จะใช้สิทธิ เลือกตั้งเข้าใจ แม้รัฐบาลจะประสบปัญหาหลายอย่าง แต่เรายังเดินไหว จะเห็นว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง ภาพรวมเศรษฐกิจไม่ได้เสียหาย ดีขึ้นตามลำดับ

“ปึ้ง” จี้ถามรัฐบาลระวังโดนด่าขายชาติ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่โฆษกรัฐบาลออกมาชี้แจงเรื่องการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายเวลาการเช่าที่ดินของรัฐให้ต่างชาติจาก 50 ปี เป็น 99 ปี เพื่อดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน ประกอบธุรกิจในไทย อยากถามว่ารัฐบาลนี้ไม่กลัวประชาชนจะออกมาคัดค้านโจมตีว่ากำลังคิดจะขายชาติขายแผ่นดินกิน ถ้าจำกันได้สมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยมีแนวคิดริเริ่มดังกล่าวก็ถูกโจมตีต่อต้าน แต่นายทักษิณก็เป็นผู้คิดริเริ่มก่อนใคร คิดนำหน้าประเทศเพื่อนบ้านเราในอาเซียน วันนี้รัฐบาลนี้เพิ่งจะคิดได้ และยังบอกว่าไม่ได้ลอกแนวคิดนายทักษิณ ก็ไม่ว่ากัน อะไรที่ดีกับประเทศก็ทำไป และคิดว่าคงไม่มีใครกล้าออกมาคัดค้านโจมตี เพราะรัฐบาลนี้มีตัวช่วยและใช้มาตรา 44 บังคับได้อยู่แล้ว

พท.เบรก “ไก่อู” อย่าตีปี๊บเกินจริง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่านิตยสาร U.S. News &World Report จัดอันดับ Best Countries 2016 ให้ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 21 ประเทศที่ดีที่สุดในโลก ว่า การที่ประเทศไทยจะอยู่ในอันดับใด คนไทยทุกคนล้วนภาคภูมิใจ แต่ไม่อยากให้ พล.ต.สรรเสริญตีปี๊บ คุยโวเกินจริง เพราะจากข้อมูลทั้งหมดเห็นได้ชัดว่าหมวดใดเป็นคะแนนเสริม ด้านใดเป็นตัวถ่วงฉุดรั้งคะแนน เชื่อว่าหากประเทศไทยกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง ได้รัฐบาลและผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง อันดับจะสูงขึ้นกว่านี้แน่นอน พล.ต.สรรเสริญควรพูดความจริงให้หมด และต้องยอมรับความจริงว่าการรัฐประหารในปี 2557 ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาส และเสียประโยชน์ในหลายด้าน พล.ต.สรรเสริญมาโชว์ออฟเกินข้อเท็จจริง เลือกมองข้ามสิ่งที่เป็นตัวถ่วงฉุดรั้งประเทศ ซึ่งโลกและคนไทยรู้ว่าคืออะไร

เตือนทีม ศก.อย่ามัวหลอกตัวเอง

น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยกังวลว่าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลกำลังหลงทาง เข้าใจว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้น ทั้งที่ทุกอย่างกำลังย่ำแย่ ประชาชนลำบากมาก โดยเฉพาะเกษตรกรและคนหาเช้ากินค่ำ แทบไม่มีเงินประทังชีวิตแล้ว การลงทุนจากต่างประเทศลดลงไป 78 เปอร์เซ็นต์ แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่หายไปหมด ขนาดญี่ปุ่นนักลงทุนรายใหญ่ของไทยที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลยกทีมไปเจอ แต่การลงทุนจากญี่ปุ่นกลับลดลงถึง 81 เปอร์เซ็นต์ เคยเตือนแล้วว่าญี่ปุ่นจะยิ้มรับแต่เขาจะไม่ลงทุน ทุกอย่างกำลังเสื่อมถอยตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยเตือนมาโดยตลอด แต่รัฐบาลกลับหาว่าเป็นการบิดเบือน เป็นตอกย้ำว่ารัฐบาลไม่เข้าใจและกำลังเดินผิดทาง ดังนั้นขอเตือนให้รัฐบาลเห็นภาพที่แท้จริง อย่าหลอกตัวเองเพราะประชาชนจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนมากที่สุด

“เกียรติ” ท้าเพื่อไทยไม่นิรโทษคดีโกง

ด้านนายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่าประเทศไทยมีปัญหาเศรษฐกิจเพราะไม่เป็นประชาธิปไตยว่าไม่อยากลงไปชกกับเด็ก แต่ประเด็นนี้พรรคเพื่อไทยมักใช้ต่อสู้ทางการเมืองมาตลอด ขอถามกลับว่าที่ผ่านมาบ้านเมืองวิกฤติเพราะอะไร ถ้าประเทศมีประชาธิปไตยแต่ยังออกกฎหมายนิรโทษกรรมความผิดในคดีโกงทุจริต บ้านเมืองก็เดินไม่ได้อยู่ดี ถ้าพรรคเพื่อไทยอยากช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น ให้ยืนยันต่อสังคมไทยได้หรือไม่ว่าจะไม่หยิบยกเอานิรโทษกรรมความผิดในคดีคอร์รัปชันอีก เพราะที่เราเข้ามาสู่วงจรอุบาทว์เพราะว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม


“วิษณุ” ชอบ “บึงกาฬโมเดล”

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการของรัฐบาลในการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรวันแรก ว่า ไปได้ดี เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ตนไปเปิดงานวันยางพาราและงานกาชาดบึงกาฬ ชอบใจบึงกาฬโมเดลเพราะเป็นประชารัฐ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนำบริษัทเอกชนจากจีน รวมถึงทูตจากมาเลเซียและลาวมาดูงาน แล้วก็เอาสหกรณ์เทศบาลมาทำงานร่วมกัน โดยนำมาทำกรวยยางและหมอนยาง อบจ.จับมือกับสหกรณ์รับซื้อน้ำยางแล้วลงทุนในการผลิต ถือว่าเป็นโมเดลแบบอย่างที่ไม่พึ่งรัฐบาลมากนัก

“ประวิตร” โวไม่ซ้ำรอยจำนำข้าว

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเปิดรับซื้อยางพาราเป็นวันแรกว่า การรับซื้อยางของรัฐบาลไม่ได้แบ่งสัดส่วนว่าต้องซื้อยางสดหรือยางแผ่นเท่าไหร่ เราซื้อเพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกรที่มีรายได้น้อยให้สามารถอยู่ได้ แต่กำหนดคนละไม่เกิน 150 กก. เพราะห่วงว่าจะมีการสวมสิทธิ์ไปรับยางจากที่อื่นมาขายอย่างที่เคยทำกันมาในอดีต เพื่อนำมาแปรรูปตามที่นายกฯย้ำ โดยกองทัพแปรรูปทำถุงมือ กระทรวงกลาโหมนำมาทำล้อรถ ที่นอนยาง รัฐบาลทำทุกอย่าง นำยางที่ซื้อมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ไม่ได้ซื้อมาเก็บไว้เหมือนข้าว เมื่อถามว่ารัฐบาลกำหนดเวลาซื้อยางถึงเดือน มิ.ย.ตรงกับช่วงฤดูเปิดกรีดยางจะมีปัญหาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า หากมีปัญหาอีกก็แก้ปัญหาต่อ ยืนยันว่าจะรับซื้อยางจนกว่าจะสามารถแก้ปัญหาให้ กับคนที่ยากจนให้อยู่ได้ เราทำครบวงจรในภาพรวม

ศาลนัดสืบพยานคดี “ทอม ดันดี”

อีกเรื่อง ที่ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญา ศาล นัดตรวจหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.3475/2558 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้องนายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือทอม ดันดี อายุ 57 ปีเป็นจำเลย ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ม.14 (1) (3) และ (5) หลังจำเลยกับพวกที่หลบหนีขึ้นเวทีปราศรัยให้กลุ่ม นปช.ใช้ถ้อยคำหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำไปเผยแพร่คลิปภาพและเสียงในโลกโซเชียล ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานอัยการจึงแถลงขอนำพยานโจทก์เข้าสืบรวม 16 ปาก รวม 5 นัด คือ อาจารย์สาขาวิชาอักษรศาสตร์ ตำรวจและประชาชนทั่วไปที่รับข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต ส่วนจำเลยแถลงขอนำพยานเข้าสืบ 4 ปาก รวม 6 นัด ศาลพิเคราะห์อนุญาตให้โจทก์และจำเลยนำพยานเข้าสืบตามที่ขอ โดยนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก 26 ก.ค.2559 และนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 3 ส.ค.2559

แจ้งความตำรวจถูกทหารอุ้ม

เมื่อเวลา 14.00 น. นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์สิทธิ์ นำนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ประเสริฐ แหวนแก้ว พงส.ผทค.สภ. คลองหลวง จ.ปทุมธานี ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่แต่งกายคล้ายทหารเข้าควบคุมตัวจากประตูทางเข้าหน้าหอพักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ขณะที่ตำรวจรับแจ้งความไว้พร้อมกล่าวว่า ทหารสังกัด ร.2 พัน. 2 รอ. ประจำอยู่ที่วัดสุทธิสะอาด เขตมีนบุรี กทม. เดินทางมาเข้าแสดงตัวกับพนักงานสอบสวน แจ้งว่าเป็นผู้เข้าควบคุมตัวนายสิรวิชญ์ในวันที่ 20 ม.ค. โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แต่แม้จะทราบแล้วนายสิรวิชญ์ก็ยังคงแจ้งความได้ ซึ่งตำรวจรับเรื่องไว้แล้ว


“จ่านิว” จี้ รฟท.สอบปมตัดโบกี้

วันเดียวกัน ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) หัวลำโพง นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา และนายกิติธัช สุมาลย์นพ สองผู้ต้องหาคดีมั่วสุมชุมนุมเกิน 5 คน ขัดประกาศ คสช.ฉบับที่ 3/2558 ที่นั่งรถไฟไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ เข้ายื่นหนังสือถึงนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. พร้อม 38 รายชื่อผู้โดยสารร่วมเดินทาง โดยนายสิรวิชญ์ กล่าวว่า ขอให้ ร.ฟ.ท.ตรวจสอบหาผู้สั่งการให้มีการตัดโบกี้ที่ 3 ของขบวนรถไฟ 255 ที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง จ.ราชบุรี จนเป็นเหตุให้ตนกับพวกไม่สามารถเดินทางไปถึงที่อุทยานราชภักดิ์ได้ โดยให้แจ้งผลคืบหน้าภายใน 7 วัน ไม่เช่นนั้นจะร้องต่อศาลปกครองต่อไป โดยนายไพบูลย์ มงคลศุภวาร หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. รับหนังสือแทนโดยระบุว่า จะดำเนินการตามที่ร้องขอ

อ.มธ.แนะสู้เชิงวิชาการดีกว่า

จากนั้น นายสิรวิชญ์ และนายศศวัชร์ คมนียวนิช นศ.คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์วันที่ถูกชายแต่งกายคล้ายทหารอุ้มขึ้นรถเมื่อวันที่ 20 ม.ค. เดินทางเข้าพบนายชาลี เจริญลาภนพรันตน์ รองอธิการบดี มธ.ฝ่ายกิจการนักศึกษา ที่อาคารโดมบริหาร ทั้งนี้นายชาลี เปิดเผยว่า กรณีนี้เจ้าตัวไม่ได้หายตัวไปเกิน 1 วันจึงไม่ได้ดำเนินการใดๆต่อ ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาถือเป็นเสรีภาพที่ทำได้ แต่ต้องรับผิดชอบผลของกฎหมายด้วย ได้แนะนำว่าอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงคุกเพราะอันตรายทั้งตัวเองและผู้อื่น ไม่ได้อยากให้เลิกแสดงออก ยืนยัน ว่าการแสดงท่าทีของตนกับกรณีนายสิรวิชญ์ถูกจับ ไม่ใช่เป็นการรับลูกกับ คสช. ถ้าแสดงออกด้วยการไปรับทราบข้อกล่าวหา เขาก็จับเราไม่ได้ อยากให้นศ.จัดกิจกรรมในเชิงวิชาการในสถาบันมากกว่า

“บิ๊กตู่” ชิ่งตอบทหารอุ้ม นศ.ม.บูรพา

เมื่อเวลา 15.15 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีทหารนอกเครื่องแบบบุกรวบตัวนายจักรพล ผลละออ นักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา ไปคุมตัวที่ มทบ.14 จ.ชลบุรีว่า เรื่องนี้ฝ่ายความมั่นคงดูแล หลายเรื่องที่เป็นความขัดแย้ง รัฐบาลพยายามไม่เข้าไปยุ่ง พยายามใช้ความละมุนละม่อม พูดคุยคือถ้าใช้กฎหมายทุกเรื่องก็ยุ่งไปหมด เมื่อถามว่า องค์การนิรโทษกรรมสากลหรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล เรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งการจับนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า เรื่องนี้ตนเคยขอร้องแล้ว เพราะในเรื่องสิทธิมนุษยชนพูดกันมาหลายครั้งแล้ว ทุกคนรู้ว่าเมื่อทำความผิดก็คือความผิด ไม่เช่นนั้นก็บังคับใช้กฎหมายกับใครไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร อย่าเอาเรื่องสิทธิมนุษยชนมาปนกับเรื่องของกฎหมาย เอาเรื่องประเทศชาติมาปนกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้

ผบ.มทบ.14 แจงคุยนักศึกษาแล้ว

พล.ต.สิงห์ทอง หมีทอง ผบ.มทบ.14 กล่าวถึงกรณีทหารเชิญตัวนายจักรพล ผลละออ นักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา นักกิจกรรมเคลื่อนไหวมาพูดคุยที่มณฑลทหารบกที่ 14 จ.ชลบุรี ว่า ได้เชิญเขามาพูดคุยเรื่องการจัดกิจกรรมและวางใบปลิวว่า การเขียนบทความแล้วทำเป็นใบปลิวไปวางไว้ผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้ห้ามการแสดงออก โดยขอให้เขียนทั้ง 2 ด้านคือมุมมองด้านวิชาการและมุมมองที่เห็นต่าง ให้เสนอทั้ง 2 ด้านถึงจะเป็นผลงานที่มีคุณค่า อธิบายถึงความจำเป็นที่รัฐบาลทำคืออะไร ขอเวลาให้รัฐบาลได้ปัดกวาดบ้านเรือนให้เรียบร้อยก่อน ให้ประชาชนได้มีความเป็นอยู่ที่ดีช่วยเหลือตัวเองได้อย่างยั่งยืน การโกงการเลือกตั้ง โดยใช้เงินซื้อประชาชนแล้วชนะเข้ามาเพียงเสียงเดียวก็เข้าไปสู่อำนาจรัฐแล้ว ความยากจนยังอยู่ ประชาธิปไตย ของประเทศเราไม่สามารถสมบูรณ์ได้ เราจะมีการทะเลาะกันไปอีกนาน ตนได้อธิบายเขาไปเขาก็เข้าใจก่อนที่เขาจะกลับไปพูดคุยกับเพื่อนๆให้เข้าใจ

กสม.ตั้งแท่นถกจับ นศ.ยามวิกาล

นายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า กรรมการ กสม. กำลังพิจารณากรณีการจับกุมนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ในยามวิกาล ตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา กรณีดังกล่าวพบข้อเท็จจริงว่าศาลทหารมีหมายจับนักศึกษาคนดังกล่าวจริง ซึ่งกรรมการ กสม. ก็ต้องพิจารณาดูว่าวิธีการจับกุมนั้นเป็นวิธีที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนการจะเชิญหน่วยงานหรือบุคคลใดมาให้ข้อมูลบ้างนั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้เพราะเรื่องดังกล่าวยังเป็นการหารือภายในของกรรมการ กสม.อยู่

ศอตช.จ่อสรุปผลสอบปมราชภักดิ์

อีกด้าน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ปปท. ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวว่า การตรวจสอบ คดีทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ของศอตช. คาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นเดือน ม.ค. มีการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องเกือบครบแล้ว อยู่ระหว่างสรุปคดี โดยอยู่ระหว่างประสานกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรณีมีบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีหลบหนีออกนอกประเทศ ไม่สามารถเรียกมาสอบสวนได้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    9.4%
  • ไม่ชอบ
    75.9%
  • สนุก
    8.5%
  • ประหลาดใจ
    2.1%
  • เสียใจ
    2.1%
  • ให้กำลังใจ
    2.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement