สธ. นำชาว'โอมาน-คนขับแท็กซี่'เสี่ยงโรคเมอร์ส เฝ้าสังเกตอาการเพิ่ม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สธ. นำชาว'โอมาน-คนขับแท็กซี่'เสี่ยงโรคเมอร์ส เฝ้าสังเกตอาการเพิ่ม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 21:26
276 ครั้ง


สธ. นำผู้สัมผัสโรคเมอร์สเสี่ยงสูง เข้าสังเกตอาการเพิ่ม ที่สถาบันบำราศนราดูร โดยเป็นคนขับแท็กซี่-ชาวโอมาน พร้อมประสานสายการบินที่มาจากพื้นที่เสี่ยง คัดกรองก่อนขึ้นเครื่องบิน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด 

วันที่ 25 ม.ค. นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผย อาการผู้ป่วยโรคเมอร์สที่นอนพักรักษาตัวในสถาบันบำราศนราดูร ว่า อาการยังทรงตัว มีไข้ต่ำ ไอเล็กน้อย รับประทานอาหารได้ ลุกเดินเข้าห้องน้ำได้ โดยยังพักรักษาตัวในห้องแยกโรคเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เมื่อวาน ทีมสวบสวนโรคได้ทำการสอบสวนพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จึงนำมาสังเกตอาการเพิ่มเติมอีกที่สถาบันบำราศนราดูร โดยเป็นคนขับแท็กซี่ และผู้เดินทางชาวโอมาน

สำหรับการสอบสวนและติดตามผู้สัมผัสโรคเสี่ยงสูง ประกอบด้วย ผู้โดยสาร 22 คน เป็นคนไทย 4 คน ชาวต่างชาติ 18 คน คนขับแท็กซี่ 2 คน พนักงานโรงแรม 4 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 11 คน ญาติ 1 คน ขณะนี้ สามารถติดตามตัวได้ 32 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตาม โดยกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสถานทูตและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นๆ คาดว่า จะนำตัวผู้สัมผัสโรคเสี่ยงสูงที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยทุกคน รับไว้สังเกตอาการในสถานที่เตรียมไว้รองรับ ขณะนี้ อยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร 9 คน เป็นญาติ 1 คน คนขับแท็กซี่ 2 คน ผู้ร่วมเดินทางคนไทย 1 คน และชาวโอมาน 5 คน ทุกคนสบายดี ส่วนผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่ำ ได้รายชื่อและดำเนินการติดตามเรียบร้อยแล้ว และได้ แนะนำให้แยกตัวเองออกจากผู้อื่น ลดการสังคมกับ และติดตามกับเจ้าหน้าที่ทุกวันจนครบ 14 วัน

นอกจากนี้กรมควบคุมโรค จะทำหนังสือถึงสายการบินที่มาจากพื้นที่เสี่ยงโรคเมอร์สทุกสายการบิน ให้คัดกรองผู้โดยสารเบื้องต้นก่อนขึ้นเครื่องบิน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่เป็นอันตรายในประเทศไทย

ด้าน นายแพทย์บัญชา ค้าของ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึง กรณีที่พบผู้ป่วยชายชาวโอมานอายุ 71 ปี ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ขณะนี้ได้รับการยืนยันว่า ในกลุ่มของผู้ที่นั่งมาในเครื่องบินลำเดียวกัน และอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยดังกล่าว ไม่มีผู้ที่เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต หากมีผู้เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต ทีมสอบสวนโรคจะเข้าไปติดตามเฝ้าระวัง ตามขั้นตอนที่กำหนด

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศตะวันออกกลาง หากตรวจพบผู้มีอาการเป็นไข้หวัด ไอ มีน้ำมูกจะเข้าสู่กระบวนการตรวจวัดอุณหภูมิ ซักประวัติ และส่งตัวไปยังห้องแยกของโรงพยาบาล หรือ ห้องความดันเป็นลบ ป้องกันการกระจายเชื้อ ขณะเดียวกัน จะนำเยื่อบุส่งไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ภูเก็ต จากเดิมต้องใช้เวลาทราบผลประมาณ 12 ชั่วโมง ปัจจุบันเหลือเพียง 6-8 ชั่วโมง และมีการเฝ้าระวังต่ออีก 14 วัน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    100.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement