บวชป่าผาดำ ดงตะเคียนทอง! ต้าน กฟผ. เดินสายแรงสูงผ่านต้นน้ำ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

บวชป่าผาดำ ดงตะเคียนทอง! ต้าน กฟผ. เดินสายแรงสูงผ่านต้นน้ำ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 22:45
595 ครั้ง


ชาวสงขลาร่วมบวชป่าคัดค้าน กฟผ. ทำโครงการเดินสายแรงสูงตัดผ่านป่าผาดำต้นน้ำคลองอู่ตะเภา ความยาวนับ 20 กม. ชี้ตลอดแนวนี้ แค่รุกคืบเข้าไป 100 เมตร จะกินเนื้อที่ถึง 2 พันไร่... 

เมื่อวันที่ 25 ม.ค.59 จากการเปิดเผยของนายประวิทย์ ทองประสม เกษตรกร ประธานกลุ่มนักอนุรักษ์ผืนป่าผาดำ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ว่าทางกลุ่มได้จัดพิธีบวชผืนป่าธรรมชาติของป่าเทือกเขาวังพา และเทือกเขาแก้วขึ้น เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และพระภิกษุ ที่มีหัวใจรักษ์ป่าจาก อ.หาดใหญ่ อ.สะเดา อ.คลองหอยโข่ง อ.นาทวี รวม 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม

พระสงฆ์ก็เข้าร่วมพิธีครั้งนี้


ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อต้องการอนุรักษ์ผืนป่าธรรมชาติต้นน้ำคลองอู่ตะเภา มีรอยต่อ 3 อำเภอ ใน จ.สงขลา อ.หาดใหญ่ สะเดา คลองหอยโข่ง ร่วมกันต่อต้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ที่ขยายโครงการเดินสายไฟแรงสูงพาดผ่านผืนป่าผาดำ ในระยะทาง 20 กม. ซึ่งจะต้องตัดไม้ทำลายป่าเกือบ 500 ไร่ ซึ่งป่าส่วนใหญ่เป็นผืนป่าต้นตะเคียนทองที่ใหญ่ของภาคใต้

ประธานกลุ่มนักอนุรักษ์ผืนป่าผาดำ กล่าวว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการโครงการเดินสายไฟแรงสูงผ่านผืนป่าผาดำไปแล้ว โดยได้ผ่านการเห็นชอบในพื้นที่ชุมชนบ้านบาโรย อ.สะเดา ซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนชาวบ้านที่อยู่ห่างแนวป่า แต่ประชาชนในพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ผืนป่าไม่ทราบเรื่อง สำหรับเรื่องนี้ทางกลุ่มฯ ไม่ได้คัดค้านโครงการหรือการทำงานของ กฟผ. เพียงแต่ไม่ต้องการให้เดินสายไฟฟ้าแรงสูงผ่านผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายผืนนี้ ส่วนจะไปใช้เส้นทางไหนก็ไม่ว่า พร้อมที่จะสนับสนุน และขอเรียกร้องข้อข้องใจ 5 ข้อ ดังนี้

บวชป่ารักษาธรรมชาติ

1) จำเป็นหรือไม่ สายไฟแรงสูงที่เชื่อมต่อสงขลา-สตูล มีอยู่แล้ว และเหตุใดต้องสร้างในพื้นที่ใหม่ หากจะเพิ่มปริมาณไฟฟ้า ก็สามารถเพิ่มจำนวนสายหรือเพิ่มขนาดของสายได้ในที่เดิม ไม่จำเป็นต้องลงทุนตัดผ่านผืนป่าต้นน้ำ

2) ก่อภาวะโลกร้อน ตามหลักเกณฑ์จะให้มีพืชสูงกว่า 3 เมตรไม่ได้ และยังเป็นเส้นทางให้รถตรวจการเข้าไปทำงานเดือนละสองครั้งอีกด้วย ความเป็นป่าจะสูญสิ้นทันที เป็นต้นเหตุให้เกิดสภาวะโลกร้อนขึ้น ส่งผลให้เกิดมลพิษทางระบบนิเวศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยมีบทเรียนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อชาวบ้านที่รุกป่าพื้นที่จังหวัดตรัง ผู้ก่อสร้างและผู้อนุมัติว่าจ้าง จะต้องจ่ายค่าเสียหายตลอดระยะที่ใช้งานต่อเนื่อง เป็นมูลค่านับพันล้านบาท

3) ป่าผาดำจะถูกบุกรุกเพิ่มขึ้น เฉพาะบริเวณผืนป่าผาดำ ในพื้นที่ 5 หมู่บ้านของ 4 ตำบล ใน 3 อำเภอ ซึ่งถูกบุกรุกแผ้วถางทำลายเพื่อทำการเกษตร จากผลการสำรวจล่าสุดเมื่อต้นปี 2558 ที่พบแล้วมีผู้บุกรุก 500 กว่าราย รวมพื้นที่ 7,000 กว่าไร่ มีแนวโน้มว่าจะมีการบุกรุกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การเปิดพื้นที่ป่าเพื่อสร้างระบบสายไฟฟ้าแรงสูง จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บุกรุกป่ามีเส้นทางผลาญป่าและขนถ่ายผลิตผลได้สะดวกขึ้น เสมือนเป็นการเปิดพื้นที่หน้ากว้างของป่าให้สะดวกในการรุกถึง 20 กิโลเมตร หากรุกคืบเข้าไปเพียง 100 เมตร จะกินเนื้อที่เกือบ 2,000 ไร่

ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้


4) เปิดเส้นทางสะดวกในการค้าของเถื่อนและค้ามนุษย์ เมื่อพื้นที่ป่าเปิดออกความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าเถื่อนแนวชายแดนและการค้ามนุษย์

5) ชาวบ้านขาดความมั่นใจในการรักษาป่าไม้ของเจ้าหน้าที่รัฐ การปล่อยให้มีการรุกป่าผาดำอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลประโยชน์มหาศาลมาเกี่ยวข้อง

"กิจกรรมบวชผืนป่าผาดำครั้งนี้ ประสบความสำเร็จมาก มีประชาชนเข้าร่วมมากที่สุดในภาคใต้ พร้อมจะจัดขึ้นเป็นระยะๆ จนกว่าจะเปลี่ยนแนวส่งศักย์สายไฟแรงสูง ซึ่งเราไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝง เรารักป่าด้วยใจ เราเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ" ประธานกลุ่มนักอนุรักษ์ผืนป่าผาดำ กล่าวในที่สุด

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากเกิดกรณีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลและความคิดเห็นต่างๆ จากผู้บริหารระดับสูงของ กฟผ. และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะได้นำเสนอต่อไป.

บวชป่าคัดค้านเดินสายไฟแรงสูง
โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    88.9%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    11.1%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement