SCB ประเมินศก.ไทยปีนี้โต 2.5% ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

SCB ประเมินศก.ไทยปีนี้โต 2.5% ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 18:34
515 ครั้ง


ไทยพาณิชย์ ประเมินศก.ไทยปี 59 โต 2.5% ได้แรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ-ลงทุนภาคเอกชน ด้าน การบริโภคฟื้นตัวช้าจากแรงกดดันจากรายได้เกษตรกร เชื่อมั่น รัฐผลักดันการลงทุนภายในปีนี้...

วันที่ 25 ม.ค.59 ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2559 จะเติบโต 2.5% โดยมีแรงสนับสนุนมาจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายใน ทั้งจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่มีการตั้งงบประมาณลงทุนเพิ่มสูงขึ้นกว่า 20% จากปี 2558 และการลงทุนของภาคเอกชนที่จะกลับมาขยายตัวอีกครั้งหลังจากหดตัวในปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล อาทิ มาตรการเร่งรัดโครงการ PPP และการเพิ่มแรงจูงใจในการลงทุนผ่านสิทธิประโยชน์จาก BOI เป็นต้น

นอกจากนี้ ด้านการบริโภคยังคงฟื้นตัวช้าโดยมีแรงกดดันจากรายได้เกษตรกรที่ยังคงตกต่ำ อีกทั้ง ยังต้องเผชิญกับภัยแล้งที่จะส่งผลต่อปริมาณผลผลิตในปี 2559 และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะช่วยให้การบริโภคในหมวดสินค้าไม่คงทนและความมั่นใจผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แต่น่าจะมีผลแค่ในระยะสั้น ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นถึง 9% ซึ่งนำโดยนักท่องเที่ยวจีน

ทั้งนี้ อีไอซีเชื่อว่า รัฐบาลจะสามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนได้ในปีนี้ แต่ปัจจัยลบจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นจะยังคงฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจไทย แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงมีความเปราะบางสูง โดยการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยอาศัยแรงสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทำให้ภาคบริการกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจในทุกภูมิภาค รวมทั้งจีน

ขณะที่ ภาคอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบจากกำลังการผลิตส่วนเกินและการชะลอตัวของอุปสงค์ในจีน ทำให้การค้าระหว่างประเทศยังคงไม่ดีขึ้น อีกทั้ง ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับต่ำในปีนี้ ประกอบกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังคงเรื้อรัง ปัจจัยข้างต้นเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวของภาคการส่งออกไทย ทำให้อีไอซีประเมินว่าภาคการส่งออกไทยจะยังคงซบเซาและมีแนวโน้มไม่เติบโตในปี 2559

ส่วนปัจจัยเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยเดิมที่มีต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ด้วยราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำซึ่งเกิดจากอุปทานส่วนเกินที่ยังคงมีล้นตลาด และการชะลอตัวของการเติบโตของอุปทานจากจีน อีไอซีมองว่าในปี 2016 ผลกระทบของปัจจัยดังกล่าวนี้จะมีน้อยลง เนื่องจากผู้ประกอบการมีการปรับตัวในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา อีกทั้ง ด้านความเสี่ยงเงินทุนไหลออกซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาจากในปี 2558 น่าจะมีจำกัด หากการปรับนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่ต่างจากการคาดการณ์ของตลาดมากนัก

อย่างไรก็ตาม อีไอซีมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.5% เพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งนี้ ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าเช่นเดียวกับเงินสกุลอื่นในภูมิภาคไปอยู่ที่ 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงปลายปี 2559

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    67.9%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    32.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement