เรือธงลงถนน MERCEDES BENZ S500e PLUG in HYBRID - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เรือธงลงถนน MERCEDES BENZ S500e PLUG in HYBRID

โดย อาคม รวมสุวรรณ 28 ม.ค. 2559 11:03
7,990 ครั้ง


Mercedes Benz Thailand ประเดิมปี 2559 ด้วยการเปิดตัวซาลูน 4 ประตูสุดหรูสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ด้วยยานโมเดล S-Class รุ่นประหยัดพลังงานและคายมลพิษต่ำด้วยรถรุ่นเรือธงแบบเสียบปลั๊กชาร์จกระแสไฟฟ้าจอมประหยัด S500e PLUG in HYBRID ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์หรูหราในประเทศไทยด้วยการครองแชมป์ยอดขายสูงสุดในกลุ่มพรีเมียมคาร์ติดต่อกันเป็นปีที่ 15 เทคโนโลยี PLUG in HYBRID จาก Mercedes ล้ำอนาคตด้วยนวัตกรรมประหยัดพลังงานระดับสุดยอด นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่แบรนด์ตราดาวทำการเปิดตัวรถ Hybrid แบบเสียบปลั๊กชาร์จ Mercedes Benz S500e รถยนต์ซาลูนสี่ประตูรุ่นเรือธงอยู่ในคลาสสูงสุดของกลุ่มยานยนต์พรีเมียม ระบบขับเคลื่อนผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุดของเครื่องยนต์ PLUG in HYBRID และภาพลักษณ์หรูหราสุดติ่งของรถยนต์ Mercedes Benz ในตระกูล S-Class เข้าไว้ด้วยกัน อัตราการปล่อย CO2 62 กรัม/กิโลเมตร เปิดราคายั่วความอยากของผู้บริหารระดับสูง เริ่มต้นที่ 6,390,000 บาท ใน S500e รุ่น Exclusive และ 6,990,000 บาท ใน S500e รุ่น AMG Premium ตกแต่งด้วยอุปกรณ์เสริมสมรรถนะจาก AMG

Mercedes Benz S500e AMG Premium
ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร Mercedes Benz Thailand ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรถรุ่นนี้ว่า ในปี 2559 Mercedes Benz ยังคงสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริหารระดับสูง พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ในการ มอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” และสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้สร้างสีสันครั้งใหม่ให้กับวงการยานยนต์ระดับพรีเมี่ยมอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด 2 รุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง The S500e และ The C350e ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งในเรื่อง “สิ่งแวดล้อม” และ “ความประหยัด” แต่ยังคงไว้ซึ่ง “สมรรถนะ” อันทรงพลังได้เป็นอย่างดี

Mercedes Benz S500e Exclusive
เทคโนโลยีเสียบปลั๊กชาร์จไฟในรถยนต์หรือ PLUG in HYBRID เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนารถยนต์ที่ไม่ปล่อยไอเสียเลย (Zero Emission) ในอนาคต โดยรถยนต์ PLUG in HYBRID จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกรูปแบบการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น การขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อย่างเต็มรูปแบบเมื่อขับขี่ภายในเมือง หรือการขับขี่แบบ HYBRID ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ทั้งความประหยัดและการตอบสนองที่รวดเร็ว พร้อมมอบสุนทรียะทุกครั้งที่ขับขี่เพิ่มเติม

มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท Mercedes Benz กล่าวว่า กิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์บนเส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย ในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ของ Mercedes Benz กันอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านของดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยี โดยในครั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้นำยนตรกรรม PLUG in HYBRID 2 รุ่นใหม่ ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเมืองไทย มาให้สื่อมวลชนได้ทดสอบกันก่อนใครถึงกว่า 18 คัน ทั้งรุ่น The S500e และ The C350e ซึ่งรถยนต์ประหยัดพลังงานสามารถเสียบชาร์จไฟบ้านเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง โดยแต่ละรุ่นจะมาพร้อมความโดดเด่นที่แตกต่างกันในด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

Mercedes Benz S500e
Mercedes-Benz S500 e รถยนต์ซาลูนหรูรุ่นเรือธงพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดของระบบขับเคลื่อน นั่นก็คือ เครื่องยนต์ HYBRID แบบ V6 อัดอากาศด้วยเทอร์โบ นวัตกรรมใหม่ของยานยนต์จากแบรนด์ตราดาวสามแฉก S500e เติมเต็มความสามารถและประสิทธิภาพในการขับใช้งานด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกชั้นเลิศ ผสานภาพลักษณ์อันหรูหราและสง่างามของรถยนต์รุ่นเรือธงในตระกูล S-Class เข้าไว้ด้วยกัน สำหรับ Mercedes Benz S500e ที่จำหน่ายในประเทศมีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน คือ Exclusive รุ่นมาตรฐาน และ AMG Premium รุ่นตกแต่งด้วยอุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพจาก AMG ตัวรถมีการปรุงแต่งปรับจูนสมรรถนะที่ให้ความเหนือชั้นในการใช้งาน พร้อมด้วยตัวเลขการปล่อย CO2 ที่ลดเหลือเพียงแค่ 62 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร นอกจากนี้ S500e PLUG in HYBRID รุ่นนี้ยังถือว่าเป็นรถยนต์หรูที่ใช้เครื่องยนต์แบบกระบอกสูบรูปตัว V โดยมีปริมาตรความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร รุ่นแรกของโลกที่ผ่านการรับรองว่าเป็นยนตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงยังเป็นรถยนต์ HYBRID รุ่นแรกของ Mercedes Benz ที่นำระบบสำรองพลังงานจากการเหยียบแป้นเบรกหรือ regenerative braking system มาใช้ ซึ่งระบบนี้จะช่วยผสานการทำงานระหว่างการเหยียบแป้นเบรกของผู้ขับขี่และการใช้ระบบเบรกแบบไฟฟ้า เมื่อผู้ขับขี่ใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าอีกด้วย

Exterior
รูปลักษณ์แบบลีมูซีนหรือซาลูน 4 ประตูที่มีขนาดความกว้างถึง 1,899 มิลลิเมตร ยังคงความหรูหราสง่างาม ด้วยการผสมผสานแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัยและเฉียบคม งดงามน่าดึงดูดใจ พร้อมทั้งมีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ความยาวตัวถังของ S500e ทั้งสองรุ่น (Exclusive และ AMG Premium) ยาวถึง 5,246 มิลลิเมตร สัดส่วนความสูง เนื่องจากต้องการเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะของผู้โดยสาร ทำให้ความสูงของ New S-Class S500e อยู่ที่ตัวเลข 1,494 มิลลิเมตร เรือนร่างที่มีทั้งความกว้างและความยาวอำนวยความสะดวกในด้านการสร้างความรู้สึกที่โปร่งโล่งของห้องโดยสาร กระจังหน้าขนาดใหญ่ออกแบบให้มีความโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ของกระจังหน้าแบบ 3 มิติ ฝากระโปรงแบบ long bonnet รุ่น Exclusive มีสปอยเลอร์หน้าที่ค่อนข้างลงตัว สำหรับรุ่น AMG Premium นำสปอยเลอร์หน้าของ S-Class เวอร์ชั่น AMG มาตกแต่งเพื่อสร้างความแตกต่างในด้านมุมมอง

S500e ใช้พื้นฐานตัวถัง S-Class W222 จุดสังเกตุถึงความเป็นรถ PLUG in HYBRID ก็คือ ช่องเสียบชาร์จที่ใต้ไฟเลี้ยวด้านขวา เปลือกตัวถังขัดเกลามาเป็นอย่างดีถึงแม้จะใหญ่แต่ก็ดูปราดเปรียว ค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศอยู่ที่ cd 0.24 บอดี้ล่าสุดของรถรุ่นเรือธงยังอุดมไปด้วยอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ความเหนือชั้นของระบบขับเคลื่อนทำให้ S500e PLUG in HYBRID ประหยัดกว่า Hybrid ที่ไม่มีระบบชาร์จไฟ มอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดแบบจัดเต็ม 340 นิวตันเมตรตั้งแต่เริ่มต้นการทำงาน ทำให้ S500e มีกำลังมากถึง 442 แรงม้า จากการทำงานผสานกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ 

ความสวยงามของเส้นสายด้านข้างตัวถังที่พลิ้วไหว ด้านข้าง dropping line เสาหน้ากลมกลืนไปกับแนวของฝากระโปรงหน้า แก้มข้างกับฝากระโปรงยกระดับความสูงขึ้นอีกนิด กรอบกระจกบังลมรอบคันบริเวณด้านข้างกรุด้วยชิ้นงานโลหะสีเงิน รวมถึงเส้นที่บริเวณชายล่างของบานประตูทั้งหน้าและหลังก็ยังเดินเส้นตัดขอบเน้นความงดงาม แนวหลังคาโค้งมน จากเส้นหลังคาหรือ roof line ที่ใช้การออกแบบให้ประสานไปกับทรงด้านข้างของตัวรถ กระจกมองข้างพร้อมเลนส์ไฟเลี้ยวในตัวแบบ LED เสาท้ายที่ค่อยๆ เทลาดลงไปยังส่วนท้าย รถ Mercedes Benz S500e รุ่น Exclusive ใส่ล้ออัลลอยลายใหม่ล่าสุด Multi-spoke ขนาด 19 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางรันแฟลตของ Bridgestone รุ่น Potenza S001 ไซส์ 245/45R19 ที่ล้อคู่หน้า ส่วนล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนใส่ยางใหญ่ขึ้นมาอีกนิดที่ 275/40R19 ข้อดีของยางแบบรันแฟลต Potenza S001 ใน New S500e ก็คือ ไม่ต้องพกพายางอะไหล่ให้หนักรถอีกต่อไป หากลมยางรั่วออกมาจนหมด ผู้ขับยังสามารถขับต่อที่ย่านความเร็วต่ำไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ไกลเป็นร้อยกิโลเมตรเพื่อหาร้านปะยาง

สัดส่วนบั้นท้ายรถที่ออกแบบให้มีความลาดเทเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ผสมผสานความสวยงามกับหลักการทางด้านอากาศพลศาสตร์ ทำให้ S500e มีสัดส่วนบั้นท้ายสวยงามสมบูรณ์แบบ แสดงออกถึงภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับสูง ไฟท้ายแบบ LED เทคโนโลยีระบบส่องสว่างแบบไฟเบอร์ออฟติก ไฟเบรกดวงที่สามติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำมากกว่า S-Class รุ่นที่แล้ว ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า กึ่งกลางของฝากระโปรงท้ายเดินเส้นด้วยชิ้นงานโครเมี่ยมสีเงินในรุ่น Exclusive รวมถึงสปอยเลอร์หลังแบบเรียบๆ กับท่อระบายท้ายทรงสี่เหลี่ยมทำจากสแตนเลสสีเงิน มุมด้านขวาของสปอยเลอร์หลังมีช่องสำหรับเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จกระแสไฟฟ้า ช่องดังกล่าวมีการออกแบบให้เรียบสนิทกลมกลืนไปกับผิวของสปอยเลอร์จนแทบจะมองไม่เห็นหากไม่ได้สังเกตให้ดี ไฟท้ายทรงสามเหลี่ยมและขอบของฝาท้ายเชื่อมโยงรูปทรงโค้งมนของสัดส่วนบั้นท้ายทั้งหมด โดยให้มุมมองออกมาในแนวสง่างามสไตล์ยานยนต์ของผู้บริหารที่นิยมยานพาหนะที่ให้ความสะดวกสบายพร้อมความหรูหราในระดับเรือธงของแบรนด์

Interior
ภายในของ S500e ทั้งสองรุ่นไม่ว่าจะเป็นรุ่น Exclusive ราคา 6,390,000 บาท หรือ AMG Premium ราคา 6,990,000 บาท มีการเน้นหนักในด้านการใช้วัสดุคุณภาพสูงและการออกแบบที่เน้นใช้งานได้จริงเป็นหลัก วัสดุคุณภาพสูง เช่น ลายไม้ หนัง พลาสติก โลหะ อยู่ในระดับสูงสุดของกลุ่มยานยนต์ซาลูน ไม่ว่าจะเป็นลายไม้ที่ได้รับการออกแบบพิเศษ designo high-gloss sunburst brown myrtle wood แบบ 2 โทนสี (two-tone) รวมทั้งเบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa แบบ Exclusive package ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design ของ S500e AMG Premium พร้อมด้วยผ้าบุหลังคาและแผงบังแดดด้านหน้าหุ้มด้วย DINAMICA microfibre พร้อมด้วยไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ที่สามารถปรับเฉดสีให้กลมกลืนไปกับบรรยากาศรวมถึงอารมณ์ของผู้ขับขี่ได้ถึง 7 สี รุ่น Exclusive ติดตั้งพวงมาลัยหุ้มหนังสลับลายไม้ 2 ก้านแบบมัลติฟังก์ชั่น ซึ่งเป็นพวงมาลัยนิรภัยพร้อมพาวเวอร์ที่สามารถปรับน้ำหนักได้ตามความเร็วรถ ซึ่งจะช่วยทำให้การควบคุมทิศทางรถเป็นไปอย่างเที่ยงตรง แม่นยำและปลอดภัย ส่วนรุ่นแพงสุด AMG Premium ใช้พวงมาลัยสปอร์ตสามก้านควบรวมแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ที่ด้านหลังพวงมาลัย Paddle Shift ไว้คอยสับเปลี่ยนอัตราทดของเกียร์ 7-G Tronic Plus ด้วยตัวเอง

แผงควบคุมส่วนกลาง จอแสดงผลหลักหรือแม้แต่มาตรวัดตรงหน้าคนขับมีการออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานที่ง่าย รวดเร็วและสะดวกสบาย ระบบควบคุมต่างๆ แสดงผลผ่านจอกลางที่มีความคมชัดสูงมาก จอแสดงผลแบบ TFT thin film transistor แสดงผลข้อมูลหลักรวมถึงการปรับตั้งค่าต่างๆ เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสาร การเล่นเพลงจากอุปกรณ์ภายนอก การตั้งค่าของระบบรองรับ โหมดการขับเคลื่อน การทำงานของระบบไฮบริด กล้องมองหลัง กล้องด้านข้างและอื่นๆ อีกนับสิบรายการ แป้นควบคุมแบบ Touchpad อำนวยความสะดวกสบายในการเข้า-ออกจากเมนูหลัก สำหรับมาตรวัดก็ยังคงใช้จอแสดงผลแบบ TFT ที่คมชัด ทำให้สามารถอ่านค่าของรอบเครื่องยนต์และความเร็วจากมาตรวัดได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีจอภาพกลางมาตรวัด MID multi information display แจ้งข้อมูลต่างๆ ของระบบไฮบริด รวมถึงการเฉลี่ยพลังงานทั้งจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า คันเกียร์ของ S-Class รุ่นล่าสุดย้ายตำแหน่งขึ้นไปแปะไว้กับก้านเล็กๆ ที่ด้านขวาของพวงมาลัย

ระบบให้บริการข้อมูลของ The new S-Class จะแสดงผลผ่านหน้าจอดิสเพลย์ แบบ TFT ความละเอียดสูง มีขนาด 31.2 ซม. จำนวน 2 จอ โดยตัวแรกด้านหน้าคนขับ สำหรับให้ข้อมูลการวัดค่าต่างๆ บนแผงหน้าปัด เช่น มิเตอร์วัดความเร็ว ความเร็วรอบ ระยะทาง และอื่นๆ ส่วนจอด้านซ้ายสำหรับให้ข้อมูลระบบความบันเทิงต่างๆ รวมถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และยังสามารถควบคุมการทำงานได้จากรีโมตคอนโทรล และแป้นควบคุมตรงคอนโซลกลาง ที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม สามารถควบคุมการทำงานได้สะดวก ในขณะที่ระบบความบันเทิงในที่นั่งด้านหลัง มีจอแสดงผลอีก 2 ตำแหน่ง ขนาด 25.4 ซม. (Individual Entertainment in the rear) ที่ติดตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของพนักพิงที่นั่งคู่หน้า ซึ่งให้บริการด้านข้อมูลและความบันเทิงต่างๆ แก่ผู้โดยสารตอนหลัง โดยแยกอิสระ ระบบ COMAND Online ควบคุมการทำงานของวิทยุ-ดีวีดี และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต พร้อม Controller และระบบนำทาง (navigationsystem) นอกจากนั้น ยังมีรีโมตคอนโทรลควบคุมการทำงานของระบบ COMAND Online สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง รวมถึงระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC)

ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ
ระบบควบคุมอุณหภูมิ ภายใน Mercedes Benz S-Class ใหม่ สามารถปรับอุณหภูมิได้พอเหมาะ สะดวกสบายทุกที่นั่ง ซึ่งนับเป็นมาตรฐานใหม่ที่ระบบสามารถแยกการทำงานอิสระได้ตามความต้องการของผู้โดยสารแต่ละที่นั่ง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารด้านหลังมากขึ้น ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ สำหรับที่นั่งด้านหลังแบบแยกเป็น 2 โซน ได้ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งควบคุมการทำงานโดยใช้ระบบท่อน้ำยาแอร์แยกอิสระ โดยระบบจะติดตั้งอยู่ที่คอนโซลกลาง The new S-Class ได้รับการติดตั้งระบบ active perfuming system มาพร้อมกับ AIR-BALANCE Package เป็นครั้งแรกของโลกโดยระบบจะผลิตกลิ่นหอมและปรับระดับความหอมได้ด้วยตัวคุณเอง ซึ่ง Mercedes Benz ยังได้แนะนำน้ำหอมปรับอากาศคุณภาพสูง เพื่อให้ความสดชื่นและความรื่นรมย์มากขึ้น โดยกลิ่นหอมที่ใช้มีให้เลือก 4 กลิ่น ได้แก่ FREESIDE MOOD, NIGHTLIFE MOOD, DOWNTOWN MOOD และ SPORTSMOOD

เบาะนั่งระดับเฟิร์สคลาส นวัตกรรมของการพัฒนาเบาะนั่งใหม่ โดยเน้นให้ความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งได้รับการออกแบบโครงสร้างเบาะให้มีน้ำหนักเบาขึ้นประมาณ 20 กิโลกรัม เบาะที่นั่งคู่หน้าและคู่หลังของ S-Class เป็นแบบ Climatised seat นับเป็นครั้งแรกของโลกเช่นกัน ที่ใช้เบาะนั่งพร้อมระบบระบายอากาศเบาะนั่ง โดยใช้พัดลมดูดอากาศ (reversing fans) และระบบอุ่นเบาะนั่งให้มีอุณหภูมิพอเหมาะ สะดวกสบายตลอดการขับขี่

สำหรับเบาะนั่งด้านหลังฝั่งซ้าย เป็นแบบ Executive Seat สามารถปรับเอนพนักพิงเพิ่มขึ้นได้จาก 37 เป็น 43.5 องศา ซึ่งเป็นองศาของการปรับเอนพนักพิงที่มากที่สุด ในเซกเมนต์ของรถยนต์รุ่นนี้ นอกจากนั้น ยังสะดวกสบายด้วยที่รองขา (legsupport) ที่ผู้ใช้สามารถปรับขนาดความยาวและองศาได้ตามต้องการ เพิ่มความสบายในการพักผ่อนมากขึ้น ที่นั่งตอนหลังใน S-Class ใหม่เพิ่มแพ็กเกจสำหรับผู้โดยสาร (Chauffeur package) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย และป้องกันการได้รับบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุด้วยฟังก์ชั่น “Chauffeur” ที่สามารถปรับเลื่อนเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าไปด้านหน้าได้อีก 40 มม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 37 มม. จากตำแหน่งปกติ ทำให้มีพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลังเพิ่มขึ้น

ผู้โดยสารสามารถผ่อนคลายเต็มที่ด้วยการใช้ที่พักส้นเท้า หรือ heelrest เมื่อมีการพับเบาะนั่งด้านหน้า ซึ่งนับเป็นมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ในเรื่องการพักผ่อนแบบสะดวกสบายตลอดการเดินทาง พนักพิงศีรษะแบบ EASY ADJUST head restraint ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากขึ้น โดยจะทำงานอัตโนมัติปรับระดับให้ความพอเหมาะระหว่างศีรษะและพนักพิง รวมทั้งหมอนรองศีรษะของที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า ยังสามารถพับ หรือถอดได้ เพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพของผู้โดยสารตอนหลัง

เบาะนั่งที่ผลิตโดย Mercedes Benz หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์เพียงไม่กี่รายที่ผลิตเบาะนั่งด้วยตนเอง ทั้งในรุ่น E-Class และ S-Class ทั้งนี้ เพื่อมาตรฐานคุณภาพสูงสุด และความทนทานในการใช้งานได้ยาวนาน ขณะเดียวกัน Mercedes Benz ยังเป็นผู้นำตลาดในการคิดค้นฟังก์ชั่นใหม่ๆ อีกด้วย เช่น ระบบนวดแบบ ENERGIZING Massage ซึ่งสร้างขึ้นจากหลักการนวดโดยใช้หินร้อนอีกด้วย โดยกระบวนการผลิตเบาะนั่งนั้น Mercedes Benz ใช้พนักงานช่างฝีมือกว่า 600 คน ภายใต้กระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน ผสานกับงานฝีมือขั้นสูงควบคู่กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงเรื่องของความใส่ใจในรายละเอียดความประณีตในการเดินด้ายและการเย็บเบาะหนัง รวมทั้งการเลือกสีสันในรถแต่ละรุ่นซึ่งมีความหลากหลาย

ระบบความบันเทิงใหม่ล่าสุด เปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นเวทีคอนเสิร์ต The new S-Class S500e ใช้ชุดเครื่องเสียงคุณภาพ Burmester Surround Sound System พร้อมลำโพง 13 ตัว ซึ่งให้ระดับเสียงคมชัดเซอร์ราวด์ซาวด์รอบทิศทาง แบบ “feel-good sound” โดยจะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพกับระบบ Frontbass system ซึ่งเป็นระบบที่ Mercedes Benz ได้พัฒนาเทคโนโลยีนี้และได้นำมาใช้ในรถยนต์ซาลูนเป็นครั้งแรก

นวัตกรรม / เทคโนโลยี
รถยนต์ S500e ยังสามารถเลือกโหมดการทำงานของระบบ Plug-In HYBRID ได้ถึง 4 แบบ คือ

HYBRID
การทำงานในรูปแบบนี้ รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบจะเน้นไปที่การใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนให้มากที่สุด และใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเท่าที่จำเป็น หากกระแสไฟในแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำกว่า 20 % ระบบจะใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเท่านั้น และถ้าผู้ขับขี่ปรับเกียร์อัตโนมัติเป็นโหมดสปอร์ต (S) รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว มอเตอร์ไฟฟ้าจะไม่ทำงาน

E-MODE
สามารถขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ (ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว) ได้จนถึงความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระยะทางสูงสุด 33 กิโลเมตร โดยไม่มีการคายไอเสีย (ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานของแบตเตอรี่และความเร็วที่ใช้) โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่การทำงานของระบบนี้ สามารถครอบคลุมการใช้งานได้เป็นอย่างดี ผู้ขับขี่จะต้องไม่กดแป้นคันเร่งจนเกินแรงต้าน หากกดแป้นคันเร่งเกินแรงต้านเมื่อใด เครื่องยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนรถยนต์ทันที

E-SAVE
ในขณะที่เริ่มต้นใช้ E-SAVE ระดับกระแสไฟฟ้าที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ high-volt ในขณะนั้นจะถูกบันทึกค่าไว้ จากนั้นระบบจะใช้เครื่องยนต์เป็นหลัก ในการขับเคลื่อน ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกใช้น้อยที่สุด เพื่อรักษาระดับกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ให้มีปริมาณเท่าเดิมกับตอนเริ่มต้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ว่ากำลังจะต้องเดินทางเข้าเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หลังจากชาร์จแบตเตอรี่ high-volt จนเต็มแล้ว ควรเลือก E-SAVE ในการเริ่มต้นเดินทางก่อนที่จะเข้าเมือง เมื่อขับถึงในเมืองก็จะมีปริมาณกระแสไฟสูงสุดที่จะใช้ E-MODE สำหรับการเดินทางในเมืองได้อย่างเต็มที่

CHARGE
การทำงานในรูปแบบนี้ รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว โดยแบตเตอรี่ high-volt จะถูกรักษาระดับการชาร์จให้อยู่ในระดับปานกลางในขณะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ และจะไม่มีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเลยเพื่อให้เกิดการชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ high-volt อย่างต่อเนื่อง แรงหมุนของเครื่องยนต์จะถูกนำมาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าไปสะสมไว้ในแบตเตอรี่ และจะมีการแปลงพลังงานจลน์ที่เกิดจากการชะลอความเร็วหรือการเบรกให้แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าและเก็บสะสมไว้ในแบตเตอรี่อีกด้วย เมื่อชาร์จไฟเต็ม ระบบจะปรับไปที่การทำงานในรูปแบบ E-SAVE โดยอัตโนมัติ ระบบควบคุมรถอัจฉริยะ ที่จะทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อปรับการทำงานของเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าให้เหมาะสมที่สุด เพื่อการขับขี่ที่ประหยัดพลังงานและช่วยให้รถสามารถเก็บพลังงานสำรองได้ โดยระบบจะตรวจจับแรงกดที่แป้นคันเร่งเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่ผ่อนแรงกดที่แป้นคันเร่งตามความเหมาะสม หากรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและผู้ขับขี่เหยียบแป้นคันเร่งจนถึงจุดที่มีการตั้งค่าไว้ ระบบจะสลับการทำงานไปใช้เครื่องยนต์ให้โดยอัตโนมัติ โดยระบบการจัดการพลังงานนี้ทำงานด้วยข้อมูล 2 ประเภท คือ ข้อมูลเส้นทาง ผ่านการตรวจจับอัตโนมัติ หรือใช้ค่าจากโหมดการทำงานของระบบ PLUG-In HYBRID 4 แบบ, ข้อมูลจากผู้ขับขี่ ผ่านการตรวจจับจากโหมดการปรับเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ 3 แบบ ตามที่ผู้ขับขี่เลือกใช้

Mercedes Benz S500e ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ 6 กระบอกสูบ ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 2,996 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 333 แรงม้า ที่ 5,250-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 480 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600-4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 5.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย พร้อมด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ขนาดความจุ 8.7 กิโลวัตต์ น้ำหนักประมาณ 114 กิโลกรัม ไว้ที่ใต้เพลาขับด้านหลัง ซึ่งมีระบบหล่อเย็นจากน้ำ และฝาป้องกันการกระแทกที่ผลิตจากแผ่นโลหะปิดทับไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับความปลอดภัยสูงสุด โดยแบตเตอรี่นี้สามารถชาร์จไฟให้เต็มได้ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ส่งผลให้สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหรือ EV เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 31 กิโลเมตร

เกียร์ 7-G Tronic Plus เป็นชุดส่งกำลังแบบไฮบริดด้วยการยัดมอเตอร์ 85 kW มาเชื่อมต่อกั้นกลางระหว่างเครื่องและกระปุกเกียร์ ระบบไฮบริดนอกจากจะให้พลังงานแบบเต็มๆแล้วยังทำหน้าที่ชาร์จกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอร์รี่ตลอดเวลาในโหมด E-SAVE แรงบิด 650 นิวตันเมตรถูกระบบอีเล็กทรอนิกส์จำกัดเอาไว้ไม่ให้มีแรงบิดมากกว่านั้น วิศวกรของ Benz เคลมว่า S500e มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 35 กิโลเมตรต่อลิตร เจ้าของรถสามารถชาร์จไฟได้ทันทีด้วยไฟบ้านหรือสถานีชาร์จเร็ว (ที่มีอยู่น้อยเต็มทนในประเทศไทย) หากชาร์จในสถานีจ่ายไฟซึ่งสามารถชาร์จกระแสได้แบบเต็มๆจะใช้เวลาชาร์จนาน 2 ชั่วโมง เมื่อชาร์จจากกระแสไฟฟ้าในที่พักอาศัย แบตฯของ S500e จะใช้เวลาชาร์จนาน 4 ชั่วโมง เมื่อแบตเตอร์รี่เต็ม ระบบจะตัดกระแสไฟอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย เทคโนโลยีต่อไปของ PLUG in HYBRID ใน Mercedes Benz  ก็คือการชาร์จไฟแบบ Unpluggedหรือการชาร์จแบบไร้สายที่เพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม

ระบบปกป้องสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง : มาตรฐานความปลอดภัย ใน S-Class 
ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE เป็นแนวคิดระบบความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้เพิ่มระบบ PRE-SAFE Impulse ซึ่งจะทำงานเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากด้านหน้า โดยผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าจะถูกเข็มขัดนิรภัยดึงให้ออกห่างจากทิศทางที่ถูกเฉี่ยวชน ตั้งแต่จังหวะแรกก่อนรถถูกชน และจะลดแรงดึงกลับ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้น Mercedes Benz เพิ่มอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารด้านหลังมากขึ้น ด้วยหัวเข็มขัดนิรภัยแบบเรืองแสงที่เบาะหลังแบบปรับระดับเองอัตโนมัติ (Active Seat-Belt Buckle) เข็มขัดนิรภัยแบบถุงลมสำหรับผู้โดยสารด้านหลังริมหน้าต่าง (Beltbag) ระบบตัดการทำงานถุงลมนิรภัยอัตโนมัติและถุงลมนิรภัยด้านข้าง ซึ่งทำงานร่วมกับระบบ PRE-SAFE ช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บให้กับผู้โดยสารที่นั่งเบาะหลัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในระบบ PRE-SAFE Rear Package หัวเข็มขัดนิรภัยแบบเรืองแสง จะถูกยกขึ้นโดยอัตโนมัติด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เมื่อประตูหลังถูกเปิดเพื่ออำนวยความสะดวกในการคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการบาดเจ็บบริเวณกระดูกเชิงกราน และบริเวณส่วนหน้าอกของผู้โดยสารได้มากขึ้น เข็มขัดนิรภัยเบาะหลังนี้จะทำหน้าที่ปกป้องโดยรั้งตัวผู้โดยสารโดยอัตโนมัติ เพื่อเตรียมพร้อมกับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

ระบบช่วยเหลืออัจฉริยะ จาก Mercedes Benz
The new S-Class S500e มาพร้อมกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยใหม่ ที่ผสานความสะดวกสบาย และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเรียกว่า ระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด ด้วยระบบการช่วยเหลือและระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ โดยระบบดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากแนวคิดการปกป้องก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ระบบควบคุมอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียว ที่ทำงานสอดประสานกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE system) โปรแกรมการควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 4 ที่นั่งผ่อนแรง และรั้งกลับอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเซ็นเซอร์วัดแรงปะทะและการคาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 4 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง ม่านถุงลมนิรภัยป้องกันศีรษะสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทั้ง 4 ตำแหน่ง (window bags)

นอกจากนั้น ยังมีระบบอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control) ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist ระบบรักษาระดับความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (reversing camera) และระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) ฟังก์ชั่น เปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติ (HANDS-FREEACCESS) และระบบ MAGIC VISION CONTROL ซึ่งเป็นระบบการทำงานของใบปัดน้ำฝนที่มีประสิทธิภาพสูง โดยน้ำฉีดล้างกระจกจะถูกส่งออกมาจากก้านปัดน้ำฝนโดยตรง โดยมีการปัดในสองทิศทาง ทำให้ไม่มีการกระจายตัวของละอองน้ำที่จะมาบดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ในขณะฉีดน้ำ และยังช่วยให้การทำความสะอาดกระจกบังลมหน้า สามารถทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สาธยายสรรพคุณของ Mercedes Benz S500e กันยาวเหยียดสามวาแปดศอกก็มาถึงช่วงเวลาของการขับทดสอบยนตรกรรมรุ่นเรือธงในรูปแบบ PLUG in HYBRID กันเสียที โดยหลักการแล้ว S500e เป็นรถ S-Class ที่ยังคงเอกลักษณ์ของรถรุ่นสูงสุดหรือรุ่นเรือธงเอาไว้อย่างครบถ้วนกระบวนความ เป็นรถยนต์ที่มีภายในน่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดในกลุ่มยานยนต์ซาลูนของผู้บริหารระดับบน มันมีให้คุณทั้งพละกำลังในแบบผสมผสานเครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้า ห้องโดยสารที่เงียบงันราวกับอยู่ในถ้ำ รวมไปถึงความละเอียดอ่อนของช่วงล่างไฟฟ้าที่ให้สัมผัสนุ่มนวลราวกับพรมวิเศษ การนำเอาโลหะทั้งเหล็กกล้าและอะลูมินั่มอัลลอยมาใช้เป็นเปลือกตัวถัง โครงสร้างหลักของแชสซี โดยคำนึงถึงน้ำหนักที่จะต้องถูกตัดทอนลงไปเพื่อไม่ทำให้น้ำหนักตัวบานเบอะในฐานะที่ทำตัวเป็นยานยนต์พลังงานผสม เส้นทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังเชียงรายยาว 200 กิโลเมตร มีบางช่วงบางตอนที่ต้องวิ่งผ่านทางแบบหุบเขาสูง อันประกอบไปด้วยเนินยาวๆ และโค้งมุมแคบ เหมาะกับการทดสอบประสิทธิภาพของเรือธงพลังไฮบริดอย่างที่สุด

ห้องโดยสารที่ปิดผลึกมาเป็นอย่างดีพร้อมด้วยช่วงล่างที่คอยรองรับซับซึมแรงสั่นสะเทือนทำให้การขับ S500e เต็มไปด้วยอารมณ์สุนทรีย์ แม้ความกว้างของตัวรถจะมากถึงเกือบ 2 เมตร แต่ความกระฉับกระเฉงแบบไดนามิกของแชสซีผสมกับกำลังในรูปแรงบิดจากมอเตอร์และเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ ทำให้ผมสามารถควบเจ้าเรือธงรุ่น S500e Exclusive ราคา 6,390,000 บาท ขึ้น-ลงเนินเขาสูงในแถบภาคเหนือของประเทศไทยได้ราวกับกำลังควบซีดานแรงๆ New S-Class S500e ถือเป็นการนำเอาสิ่งดีๆ มาผสมผสานกับเทคโนโลยีใหม่ของระบบขับเคลื่อน

ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม AIR-MATIC พร้อมระบบควมคุมอัตโนมัติให้ประสิทธิภาพดีกว่าโช๊คอัพแบบปกติที่ปรับไม่ได้ ทำให้ S500e เหมาะกับการขับทางใกล้ในเมืองและทางไกลข้ามจังหวัดแบบที่ผมกำลังขับอยู่ในขณะนี้ โหมด EV วิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ โดยไม่ติดเครื่องยนต์นั้นเหมาะสมกับการใช้งานในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น Mercedes Benz เคลมว่า ด้วยการชาร์จไฟทิ้งไว้ทั้งคืน คุณสามารถขับ S500e ได้ไกล 31 กิโลเมตร โดยที่เครื่องยนต์ไม่ทำงาน พอเอาเข้าจริงๆ เมื่อเริ่มต้นการขับทดสอบ หลังจากขับออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้ไม่นานนัก ที่ระยะทาง 24 กิโลเมตร เครื่องยนต์ V6 333 แรงม้า สตาร์ตตัวเองขึ้นมาอย่างนิ่มนวลเมื่อระบบ HYBRID ตรวจพบว่าแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนมีกระแสไฟน้อยลงจนเกือบจะหมด เครื่องยนต์ที่ติดขึ้นมา เข้ามารับหน้าที่ในการขับเคลื่อน ผสานกับมอเตอร์ทันทีที่คันเร่งถูกกดลงลึกเพื่อการเร่งแซง ข้อดีของรถยนต์แบบ PLUG in HYBRID ก็คือ คุณสามารถขับมันด้วยมอเตอร์เพียวๆ ได้ระยะทางไกลมากกว่ารถไฮบริดแบบไม่มีระบบเสียบปลั๊กชาร์จ แบตเตอรี่ขนาดความจุ 8.7 กิโลวัตต์ มีน้ำหนักประมาณ 114 กิโลกรัม ถูกวางไว้ที่ใต้เพลาขับด้านหลังโดยมีระบบหล่อเย็นจากน้ำและวัสดุป้องกันการกระแทก รวมไปถึงฝาปิดที่ผลิตจากแผ่นโลหะปิดทับไว้อีกชั้นหนึ่ง แบตเตอรี่ของ S500e สามารถชาร์จไฟให้เต็มได้ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในโหมด EV เพียงอย่างเดียวได้ไกลจนทำให้รู้สึกแปลกใจ

ชิ้นส่วนที่มีความสลับซับซ้อนของ Mercedes Benz S500e คือระบบขับเคลื่อนแบบผสม PLUG in HYBRID กับระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการควบคุมแชสซี มันอุดมไปด้วยอุปกรณ์ดิจิตอลและปั๊มลมซึ่งทำงานขึ้นตรงกับเซนเซอร์ตรวจจับ ส่งผลให้ช่วงล่างมอบทั้งความหนึบและความนุ่มในระดับที่หาไม่พบในรถพรีเมียมที่มีราคาต่ำกว่า 7 ล้าน  ช่วงล่างและพวงมาลัยสื่อสารกับคนขับอย่างตรงไปตรงมา พร้อมๆ ไปกับการปรับระดับความนุ่มนวลชวนสัมผัสในแบบอัตโนมัติได้อย่างสุดยอด รอยยิ้มของสื่อมวลชนในวันทดสอบบ่งบอกถึงความพึงพอใจได้เป็นอย่างดี มาตรฐานในการผลิตอันสูงส่งของ New S-Class รุ่น PLUG in HYBRID ทำให้ซาลูนรุ่นเรือธงคันนี้เป็นทั้งรถที่ขับสนุกและสบายตัวสุดๆ

เหตุผลหลักของการเลือกซื้อ Mercedes Benz ไม่ได้เกิดขึ้นจากสมรรถนะที่เหนือกว่า BMW Series-7 แต่เกิดขึ้นจากศักดิ์ศรีของความเป็นรถรุ่นเรือธงหรือรุ่นท็อปสุดของแบรนด์ รวมกับความเชื่อมั่นและการบริการหลังการขายผสมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ประดังเข้ามาในตัวรถนับร้อยรายการ Mercedes Benz S500e จึงเป็นยานยนต์ของคนที่ชอบความสมดุล ความสามารถในการขับบนชีวิตประจำวันและการตอบสนองที่ไม่เป็นรอง BMW ในโหมดขับเคลื่อนปกติ HYBRID E-MODE บนความประหยัดที่มีให้มากกว่ารถไฮบริดทั่วไป มันให้ความรู้สึกในการทะยานไปบนผิวถนนที่เบาสบายราวกับเรือสำราญขนาดใหญ่ที่พลิ้วไหวไปบนฟองคลื่น แชสซีจะปรับสมดุลของตัวรถ คันเร่ง น้ำหนักของพวงมาลัยและการทำงานของระบบไฮบริด โดยมุ่งเน้นไปที่ความประหยัดเป็นสำคัญ เมื่อกดคันเร่งลงจนสุด E-MODE จะปรับอัตราเร่งให้ฉับไวโดยเสริมการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ โหมดการขับเคลื่อนของ S500e ทุกโหมดออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่เหมาะกับสภาพเส้นทาง ทั้งการขับช้าๆในเมืองหรืออัดเต็มเหนี่ยวใช้ความเร็วสูงบนไฮเวย์ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะคอยประสานการทำงานมอบแรงบิดราวกับรถสปอร์ตกำลังสูง โดยเฉพาะการเร่งความเร็ว ดูได้จากตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5.2 วินาที ที่แรงพอๆ กับรถสปอร์ตขนาดกะทัดรัด แต่อย่าลืมว่าเจ้านี่มีเรือนร่างที่ทั้งยาวและกว้าง รวมถึงน้ำหนักตัวที่บานเบอะมากถึง 2 ตัน หรือ 2,215 กิโลกรัม กดเป็นพุ่งแบบนี้ต้องมีดีกว่าที่คิดอย่างแน่นอน

เครื่องยนต์ V6 ความจุ 2,996 ซีซี อัดอากาศด้วยเทอร์โบ 2 ตัว ทำงานด้วยความสุภาพเรียบร้อยแม้คุณจะหวดหนักจัดเต็ม เสียงการทำงานของเครื่องยนต์ในรอบสูงก็ดังลอดเข้ามาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น เครื่องเบนซินเทอร์โบ มีอินเตอร์คูลเลอร์คอยลดอุณหภูมิไอดีก่อนประจุเข้าไปในห้องเผาไหม้ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงที่แม่นยำสุดๆ ในการฉีดจ่ายเชื้อเพลิง เกียร์ 7 สปีด 7-G Tronic Plus แบบมีมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ในห้องเกียร์เป็นชุดส่งกำลังที่ Mercedes Benz สร้างขึ้นมาเองโดยไม่ได้ไปพึ่งพาเกียร์เจ๋งๆ ของ ZF เหมือน BMW เกียร์มีความสามารถสูงและทำงานผสานกับเครื่องยนต์ทุกโหมดการขับเคลื่อนได้เนียนและไหลลื่นพอๆ กับผ้าไหมแพรวา ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนอัตราทดของเกียร์ที่แป้น Paddle Shift อย่างฉับพลัน มันก็ยังราบเรียบปราศจากอาการกระตุกกระชาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีของยานยนต์ซาลูนที่เน้นความมีระดับและทำขึ้นมาเพื่อการขับหรือนั่งโดยสารแบบเหนือชั้น คนขับจะรู้สึกผ่อนคลายเมื่อ ECU ที่ใช้ควบคุมเครื่องยนต์และเกียร์รวมถึงระบบไฮบริดเริ่มต้นการทำงานของมัน Mercedes Benz S500e จะมอบความเฉียบคม ความว่องไวที่ขึ้นตรงกับความนิ่มนวลของช่วงล่าง ท่ามกลางห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกสบายและสงบเงียบมากเป็นพิเศษ สำหรับเจ้าของที่ซื้อมาเพื่อการนั่งแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นไม่เคยแม้แต่จะขับออกไปแค่ปากซอยหน้าหมู่บ้าน กรุณาย้ายก้นของคุณมาขับเองดูบ้าง การปล่อยให้คนขับรถของคุณสนุกไปกับเครื่องจักรราคา 6.3 ล้าน ไม่ค่อยจะคุ้มกับราคาค่าตัวของมันสักเท่าไหร่ สุดท้าย การได้ควบคุม Mercedes Benz S500e ด้วยตัวของคุณเองจะทำให้การขับเดินทางทั้งใกล้และไกลของคุณมีสีสันขึ้นอีกเยอะ

Mercedes Benz S500e คันทดสอบรุ่น Exclusive ราคา 6,390,000 บาท เหมาะมากหากคุณเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา เป็นยนตรกรรมที่คู่ควรกับตำแหน่งของคุณและอยู่บนสุดในกลุ่มซาลูนหรู (หากไม่นับ Bentley และ Rolls Royce) มันมีสารพัดเทคโนโลยีที่ล้ำอนาคต เป็นคู่แข่งเพียงหนึ่งเดียวของซาลูนพรีเมียมอย่าง BMW Series-7 และจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกนานแสนนาน เป็นรถ PLUG in HYBRID ที่ตอบสนองได้ดีมาก แม้จะมีขนาดใหญ่โตมโหฬารและมีน้ำหนักตัวมากถึง 2.1 ตัน แต่พอขับเร็วๆ แล้วกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังควบรถสปอร์ตพลังสูงที่พร้อมแปลงร่างเป็นรถสปอร์ตคันเล็กทันทีที่คันเร่งถูกกดหนักๆ เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ เกียร์ 7-G Tronic ระบบปลั๊กอินไฮบริดและช่วงล่างผสานกันราวกับวงออร์เคสตรา มอบความมาดมั่นในการขับใช้งานโดยขึ้นตรงต่อความต้องการของคุณ จะเอาดีเอาแพงกว่านี้ก็มีแค่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเท่านั้นแหละครับ.


Mercedes Benz S500e Exclusive ราคา 6,390,000 บาท
Mercedes Benz S500e AMG Premium ราคา 6,990,000 บาท

Mercedes Benz S500e PLUG in HYBRID Exclusive Specifications
เครื่องยนต์...........................................เบนซิน V6 เทอร์โบคู่ อิเตอร์คูลเลอร์
วาว์ล.................................................... 4 วาว์ลต่อสูบ
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ.................2,996 ซีซี
แรงม้าสูงสุด.........................................245 กิโลวัตต์ 333 แรงม้า ที่ 5,250-6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................................480 นิวตันเมตร ที่1,600-4,000 รอบต่อนาที
มอเตอร์ไฟฟ้า.......................................85 กิโลวัตต์ 116 แรงม้า
แรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า.....................340 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง...............................................0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด......................................250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความจุถังเชื้่อเพลิง................................70 ลิตร
ระบบส่งกำลัง.......................................เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด 7-G Tronic-Plus แบบ DIRECT-SELECT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
ล้อและยาง............................................อัลลอย 19 นิ้ว
ยางหน้า............................................... 245/45R19 Bridgestone รุ่น Potenza S001
ยางหลัง.................................................275/40R19 Bridgestone รุ่น Potenza S001

มิติตัวถัง
ความกว้าง............................................1,899 มิลลิเมตร
ความยาว...............................................5,246 มิลลิเมตร
ความสูง.................................................1,494 มิลลิเมตร

ระบบความปลอดภัย
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system และ PRE-SAFE impulse system
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง PRE-SAFE Rear system
ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร หน้า-หลัง
เข็มขัดนิรภัย 3 จุด 5 ตำแหน่ง
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP-electronic stability program
ฟังก์ชั่นระบบควบคุมการทรงตัวขณะเร่งแซงในโค้ง ESP curve dynamic assist
ระบบรักษาสมดุลของตัวรถขณะมีลมปะทะด้านข้าง crosswind assist
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR-acceleration skid control
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS- anti-lock braking system
ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ hill start assist
ระบบรักษาความเร็ว cruise control และระบบจำกัดความเร็ว speedtronic cruise control
ระบบแจ้งเตือนนำรถเข้าศูนย์บริการ assyst service interval indicator
ระบบแจ้งเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ attention assist
ระบบช่วยนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ parktronic
กล้องแสดงภาพด้านหลังพร้อมเส้นระนาบกะระยะ reversing camera
ฟังก์ชั่นที่ฉีดน้ำกระจกบังลมหน้าติดตั้งที่ใบปัดน้ำฝน magic vision control
สัญญาณป้องกันการโจรกรรม พร้อมระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวในรถ

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
ใบปัดน้ำฝนทำงานอัตโนมัติพร้อมเซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน
ไฟหน้าแบบ LED intelligent light system
ระบบปรับองศาโคมไฟหน้าตามการหักเลี้ยวของพวงมาลัย Active Light system
ระบบเพิ่มกำลังส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง cornering light
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ adaptive highbeam assist
ไฟหรี่กลางวัน LED Daytime running light
ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟเบรกดวงที่สามหลอด LED
ไฟท้ายแบบ LED เทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก
กระจกมองข้างพับเก็บและปรับระดับด้วยไฟฟ้า
กระจกมองข้างด้านคนขับและกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ
กุญแจรีโมตคอนโทรล ควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ สั่งงานเปิด-ปิดเซนทรัลล็อกและเปิดฝาท้าย
ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO
ฟังก์ชั่นเปิด-ปิดฝาท้ายแบบอัตโนมัติ HANDS-FREE ACCESS
ระบบช่วยเปิดประตูและฝาท้ายด้วยไฟฟ้า
หลังคาพาโนรามิกซันรูฟระบบไฟฟ้า
ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม AIR-MATIC พร้อมระบบควมคุมอัตโนมัติ
แผ่นรองกันกระแทกใต้ห้องเครื่องยนต์
ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว แบบ Multi-spoke
ยางแบบรันแฟลต

อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
ฟังก์ชั่น ECO start/stop
โหมดเกียร์อัตโนมัติ E/E+/S
คันเร่งไฟฟ้าแบบ Haptic ควบคุมการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า/เครื่องยนต์
เบาะนั่งหุ้มหนัง
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสองก้านหุ้มหนัง
พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ
เบาะคู่หน้าและคู่หลังปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ
ฟังก์ชั่นอุ่นเบาะและระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า
ฟังก์ชั่นอุ่นเบาะและระบายอากาศสำหรับเบาะหลังริมหน้าต่าง
ที่รองขาสำหรับผู้โดยสารเบาะหลังซ้าย
ที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสารตอนหลังซ้าย
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าเลื่อนได้ 4 ซม. ยกระดับความสูงได้ 3.7 ซม.
ปลั๊กไฟ 220 โวลต์ สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่เกิน 150 วัตต์ บริเวณคอนโซลกลางที่นั่งด้านหลัง
ม่านบังแดดหลังไฟฟ้า
นาฬิกาแบบอนาล็อก
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4 โซน พร้อมฟังก์ชั่น pre-entry climate control
ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร AIR BALANCE packge
ระบบ COMAND Online พร้อมรีโมตควบคุมสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบนำทางด้วยดาวเทียม navigation system
ระบบสั่งงานด้วยเสียง LINGUATRONIC เฉพาะภาษาอังกฤษ
เครื่องเล่น DVD แบบ 1 แผ่น
ระบบเชื่อมต่อสื่อบันเทิง media interface
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ bluetooth
ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad
ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester surround sound system
ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังพร้อมจอสองตำแหน่ง
ไฟเรืองแสงภายในห้องโดยสาร 7 สี ambient lighting
กาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes Benz

Mercedes Benz S500e AMG Premium Specifications

เครื่องยนต์...........................................เบนซิน V6 เทอร์โบคู่ อิเตอร์คูลเลอร์
วาว์ล.................................................... 4 วาว์ลต่อสูบ
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ.................2,996 ซีซี
แรงม้าสูงสุด.........................................245 กิโลวัตต์ 333 แรงม้า ที่ 5,250-6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................................480 นิวตันเมตร ที่ 1,600-4,000 รอบต่อนาที
มอเตอร์ไฟฟ้า.......................................85 กิโลวัตต์ 116 แรงม้า
แรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า.....................340 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง...............................................0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด......................................250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความจุถังเชื้อเพลิง................................70 ลิตร
ระบบส่งกำลัง.......................................เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด 7-G Tronic-Plus แบบ DIRECT-SELECT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
ล้อและยาง............................................อัลลอย 20 นิ้ว
ยางหน้า............................................... 245/40R20 Pirelli รุ่น P ZERO
ยางหลัง.................................................275/35R20 Pirelli รุ่น P ZERO

มิติตัวถัง
ความกว้าง............................................1,899 มิลลิเมตร
ความยาว...............................................5,246 มิลลิเมตร
ความสูง.................................................1,494 มิลลิเมตร

ระบบความปลอดภัย
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system และ PRE-SAFE impulse system
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง PRE-SAFE Rear system
ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร หน้า-หลัง
เข็มขัดนิรภัย 3 จุด 5 ตำแหน่ง
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP-electronic stability program
ฟังก์ชั่นระบบควบคุมการทรงตัวขณะเร่งแซงในโค้ง ESP curve dynamic assist
ระบบรักษาสมดุลของตัวรถขณะมีลมปะทะด้านข้าง crosswind assist
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR-acceleration skid control
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS- anti-lock braking system
ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ hill start assist
ระบบรักษาความเร็ว cruise control และระบบจำกัดความเร็ว speedtronic cruise control
ระบบแจ้งเตือนนำรถเข้าศูนย์บริการ assyst service interval indicator
ระบบแจ้งเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ attention assist
ระบบช่วยนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ parktronic
กล้องแสดงภาพด้านหลังพร้อมเส้นระนาบกะระยะ reversing camera
กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง
ฟังก์ชั่นที่ฉีดน้ำกระจกบังลมหน้าติดตั้งที่ใบปัดน้ำฝน magic vision control
สัญญาณป้องกันการโจรกรรม พร้อมระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวในรถ

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
ใบปัดน้ำฝนทำงานอัตโนมัติพร้อมเซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน
ไฟหน้าแบบ LED intelligent light system
ระบบปรับองศาโคมไฟหน้าตามการหักเลี้ยวของพวงมาลัย Active Light system
ระบบเพิ่มกำลังส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง cornering light
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ adaptive highbeam assist
ไฟหรี่กลางวัน LED Daytime running light
ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟเบรกดวงที่สามหลอด LED
ไฟท้ายแบบ LED เทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก
กระจกมองข้างพับเก็บและปรับระดับด้วยไฟฟ้า
กระจกมองข้างด้านคนขับและกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ
กุญแจรีโมตคอนโทรล ควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ สั่งงานเปิด-ปิดเซนทรัลล็อกและเปิดฝาท้าย
ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO
ฟังก์ชั่นเปิด-ปิดฝาท้ายแบบอัตโนมัติ HANDS-FREE ACCESS
ระบบช่วยเปิดประตูและฝาท้ายด้วยไฟฟ้า
หลังคาพาโนรามิกซันรูฟระบบไฟฟ้า
สปอยเลอร์หน้า-หลัง AMG
สเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ต AMG
สัญลักษณ์ Mercedes Benz บนคาร์ลิปเปอร์เบรก
ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม AIR-MATIC พร้อมระบบควมคุมอัตโนมัติ
แผ่นรองกันกระแทกใต้ห้องเครื่องยนต์
ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว AMG Multi spoke
ยางแบบรันแฟลต

อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
ฟังก์ชั่น ECO start/stop
โหมดเกียร์อัตโนมัติ E/E+/S
คันเร่งไฟฟ้าแบบ Haptic ควบคุมการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า/เครื่องยนต์
ระบบแสดงข้อมูลตรงหน้าคนขับ head-up display
เบาะนั่งหุ้มหนัง nappa แบบ Exclusive package ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design
ด้านบนคอนโซลหน้า ส่วนกลางแผงประตูหุ้มหนัง nappa
ที่เท้าแขนบริเวณคอนโซลกลางหน้า-หลังหุ้มด้วยหนัง nappa
ผ้าหลังคาและผ้าบังแดดหุ้ม DINAMICA microfiber
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสามก้านหุ้มหนังสลับไม้
พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ
เบาะคู่หน้าและคู่หลังปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ
ฟังก์ชั่นอุ่นเบาะและระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า
ฟังก์ชั่นอุ่นเบาะและระบายอากาศสำหรับเบาะหลังริมหน้าต่าง
ที่รองขาสำหรับผู้โดยสารเบาะหลังซ้าย
ที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสารตอนหลังซ้าย
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าเลื่อนได้ 4 ซม. ยกระดับความสูงได้ 3.7 ซม.
ปลั๊กไฟ 220 โวลต์ สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่เกิน 150 วัตต์ บริเวณคอนโซลกลางที่นั่งด้านหลัง
ม่านบังแดดหลังไฟฟ้า
นาฬิกาแบบอนาล็อก
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4 โซนพร้อมฟังก์ชั่น pre-entry climate control
ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร AIR BALANCE packge
ระบบ COMAND Online พร้อมรีโมตควบคุมสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบนำทางด้วยดาวเทียม navigation system
ระบบสั่งงานด้วยเสียง LINGUATRONIC เฉพาะภาษาอังกฤษ
เครื่องเล่น DVD แบบ 6 แผ่น
ระบบเชื่อมต่อสื่อบันเทิง media interface
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ bluetooth
ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad
ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester surround sound system
ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังพร้อมจอสองตำแหน่ง
ไฟเรืองแสงภายในห้องโดยสาร 7 สี ambient lighting
กาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes Benz
ชุดคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://web.facebook.com/chang.arcom

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    96.2%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    3.8%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement