'บิ๊กเยิ้ม' ยื่นหนังสือฟ้อง กกท. เลือกตั้งนายกเทนนิสมีพิรุธ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'บิ๊กเยิ้ม' ยื่นหนังสือฟ้อง กกท. เลือกตั้งนายกเทนนิสมีพิรุธ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 17:15
368 ครั้ง


"บิ๊กเยิ้ม" พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อุปนายกสมาคม และประธานการเลือกตั้งนายกลอนเทนนิสฯคนใหม่ ยื่นหนังสือฟ้องร้องต่อ "บิ๊กเสือ" นายสกล วรรณพงษ์ กรณีเลือกตั้งนายกเทนนิสคนใหม่ เป็นไปอย่างไม่ชอบมาพากล...

วันที่ 25 ม.ค. จากการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา โดย นายสมบัติ เอื้อมมงคล อดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย ชนะการเลือกตั้ง นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมาถึง 7 สมัยติด และ "บิ๊กเยิ้ม" พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อุปนายกสมาคม ในฐานะประธานดำเนินการเลือกตั้ง ประกาศว่า การเลือกตั้งมีความไม่ชอบมาพากล จึงเห็นควรเป็นโมฆะนั้น

ล่าสุดวันนี้ ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี นายธานี แสนยาอุโฆษ ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายทะเบียน ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 23 มกราคม ได้เชิญทั้งสองฝ่ายมารับมอบ และรับรู้ถึงการส่งมอบเอกสารของผู้ลงทะเบียนในการเลือกตั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการติดต่อเพื่อขอเอกสารดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนส่งมอบเอกสาร นายธานีได้นำคณะสื่อมวลชนไปยังห้องเก็บเอกสาร ซึ่งอยู่ในห้องใต้สนามเซ็นเตอร์คอร์ต ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ ที่มีการปิดล็อกอย่างหนาแน่น พร้อมนำซองใส่เอกสารดังกล่าวให้ตัวแทนสื่อมวลชนเป็นคนกลางในการถือออกมา ก่อนส่งมอบให้ พล.อ.ธวัชชัย และหลังจากนั้นได้เชิญนายสมบัติมารับทราบถึงเหตุการณ์นี้ด้วย

ต่อมา พล.อ.ธวัชชัย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสมาคม เพื่อสรุปผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ก่อนเปิดห้องแถลงข่าวคัดค้านการเลือกตั้งให้เป็นโมฆะ โดย พล.อ.ธวัชชัย กล่าวว่า ในการทำหน้าที่ประธานดำเนินการเลือกตั้ง มีความเห็นว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 มกราคม ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การกีฬาแห่งประเทศไทย 2558 มาตรา 59 ในการแต่งตั้งกรรมการสมาคมกีฬา ให้กระทำตามข้อบังคับและขัดต่อบังคับของสมาคม เห็นว่าการเลือกตั้งดังกล่าวไม่สุจริต สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว มาตรา 115 ตนได้ประกาศยุติการประชุม และประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้คณะกรรมการอำนวยการสมาคมทราบ และหารือร่วมกันเห็นว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 รวมถึงการออกเสียงลงมติดังกล่าว ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและข้อบังคับของสมาคม โดยคณะกรรมการอำนวยการสมาคม ได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้ดำเนินการสอบสอบรวบรวมข้อเท็จจริง เพื่อรายงานต่อ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ต่อไป

พล.อ.ธวัชชัย กล่าวต่อว่า ข้อสังเกตการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตคือ สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ เช่น ผู้เข้าร่วมการประชุมจำนวนหนึ่ง เป็นบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ในสโมสร รวมถึงเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน และผู้ฝึกสอนอีกหลายคน ซึ่งความจริงแล้วไม่น่าจะเป็นตัวแทนจากสโมสรสมาชิก ที่มาจาก 60 สโมสรที่มาร่วมประชุม นอกจากนี้รูปแบบการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะลงคะแนนเสียงแบบเปิดเผย แต่ครั้งนี้ให้ลงคะแนนเสียงในทางลับ จึงเป็นที่น่าสงสัย ขณะที่ตอนนับคะแนน ผลจะออกมาเหมือนกันกว่า 40 สโมสร และเมื่อขอตรวจสอบเอกสารการเลือกตั้ง ห้องที่เก็บกลับถูกปิดล็อก โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่า นายสมบัติสั่งให้ล็อกประตูทุกห้อง ทั้งๆ ที่ยังไม่มีอำนาจสั่งการ และตนได้เปิดเข้าไปแล้ว แต่ไม่พบเอกสาร จึงได้แจ้งความกับตำรวจในท้องที่เพื่อให้ดำเนินการสืบสวน

ด้าน นายสมบัติ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่กังวลเพราะทำถูกต้องตามกระบวนการทุกอย่าง ไม่คิดจะมาสู้กับนายสุวัจน์ เพราะที่ผ่านมาเคยร่วมงานมาก่อนเมื่อ 8-9 ปีที่แล้ว แต่มีตัวแทนของหลายสโมสรขอให้เข้ามาช่วยดูแล ทั้งการเพิ่มสนามเทนนิส การปั้นดาวรุ่ง เหมือนที่เคยมี ภราดร ศรีชาพันธุ์ และ แทมมารีน ธนสุกาญจน์ มาเป็นความหวังในวงการเทนนิสไทย แต่ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นความหวังในระยะใกล้อยากให้มีนักหวดไทยติดอันดับท็อป 100 ของโลกให้ได้มากที่สุด ด้านการสนับสนุนให้ไปฝึกซ้อมในอคาเดมีระดับโลก สนับสนุนให้ออกไปแข่งขันอาชีพให้มากที่สุด ตนเข้ามาด้วยความสุจริต ได้ดีทุกวันนี้เพราะเทนนิส อนาคตอยากเห็นนักเทนนิสไทยไปสู่ระดับโลก ตนเป็นคนที่ทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ ส่วนที่ว่าหลังจากนี้อีกฝ่ายจะไปฟ้องศาลปกครองหรือกกท.ก็แล้วแต่ ขอยืนยันว่า พร้อมจะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อประโยชน์ของวงการเทนนิสไทย

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า ในการส่งมอบเอกสารของผู้ลงทะเบียนในการเลือกตั้งนั้น แม้ตนรับรู้แต่ซองเอกสารดังกล่าวไม่ผ่านมือ ซึ่งทาง พล.อ.ธวัชชัยรับไปฝ่ายเดียว โดยที่ไม่รอให้ตนเข้ามาร่วมด้วย ทั้งที่ความจริงแล้ว น่าจะรอให้ครบทั้งสองฝ่าย และเปิดดูเอกสารพร้อมกัน จึงเกรงว่าจะมีการนำไปทำอย่างอื่น จนทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนไป และอยากจะขอความเป็นธรรมกับเรื่องดังกล่าวด้วย

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก พล.อ.ธวัชชัย ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกท. เพื่อเรียกร้องให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 มกราคม เป็นโมฆะ โดยมี "บิ๊กเสือ" นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. เป็นผู้รับหนังสือด้วยตัวเอง โดยการยื่นหนังสือดังกล่าวได้มีการปิดห้องประชุมหารือ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

หลังการหารือ นายสกล กล่าวว่า พล.อ.ธวัชชัย เห็นว่าในการเลือกตั้งดังกล่าวมีความไม่ชอบมาพากลอยู่หลายกรณี และในการจัดประชุมใหญ่ดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงขอให้เป็นโมฆะ นอกจากนี้ พล.อ.ธวัชชัย ยังเชื่อว่า มีการทำผิดข้อบังคับของสมาคมหลายข้อ อาทิ เรื่องการมอบอำนาจของสโมสรสมาชิกที่ระบุว่าประธานสโมสรจะต้องมอบอำนาจให้แก่บุคคลที่อยู่ในสโมสรเท่านั้น, การมอบอำนาจ 1 สโมสรสามารถมอบอำนาจได้เพียง 1 คนเท่านั้น รวมถึงคุณสมบัติของสโมสรสมาชิกที่หลายสโมสรขาดคุณสมบัติ เป็นต้น

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม กกท. ซึ่งเป็นนายทะเบียน ได้รับเรื่องไว้ และเห็นว่าเป็นเรื่องภายในของสมาคม จึงให้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งของสมาคม กลับไปตรวจสอบว่ามีการทำผิดข้อบังคับจริงหรือไม่ ก่อนส่งรายงานมายัง กกท. เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง โดย กกท.จะเป็นผู้พิจารณาเองว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ และในวันเลือกตั้งดังกล่าว กกท. ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งผู้แทน กกท.จะต้องทำรายงานส่งให้ตนพิจารณาภายใน 2-3 วัน และแน่นอนว่าจะนำมาประกอบการพิจารณาด้วย ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา ทุกอย่างจะผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement