สมคิด เร่งใช้จ่ายโครงการรัฐ ยัน รถไฟไทย-จีน ไม่เปลี่ยนแปลง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

สมคิด เร่งใช้จ่ายโครงการรัฐ ยัน รถไฟไทย-จีน ไม่เปลี่ยนแปลง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 15:35
1,152 ครั้ง


'สมคิด' เผย การใช้จ่ายภาครัฐโครงการต่างๆ คืบหน้าพอสมควร ระบุ การร่วมทุนรถไฟไทย-จีน ไม่มีเปลี่ยนแปลง รบ.เตรียมตัวมาพอสมควรแล้ว ไม่อยากให้ตื่นตกใจกับ ศก.โลก ด้าน รมว.คลัง มั่นใจ โครงการลงทุนขนาดใหญ่กว่า 9 แสนล้าน เซ็นได้หมดในปีนี้...

วันที่ 25 ม.ค. 59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การขับเคลื่อนการใช้จ่ายภาครัฐตามโครงการต่างๆ ว่า มีความคืบหน้าไปพอสมควร และได้เร่งรัดให้การทำสัญญาจะต้องเกิดขึ้นภายในไตรมาสแรกของปีนี้ หรืออย่างช้าไม่เกินครึ่งปีแรก เพื่อให้เม็ดเงินสามารถไหลลงสู่ระบบได้เร็วที่สุด โดยมั่นใจโครงการทั้งในส่วนของทางหลวง รถไฟทางคู่ การพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ จะได้เห็นอย่างแน่นอนในปีนี้ แต่น้ำหนักของเงินจะไปอยู่ในครึ่งปีหลังเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะเร่งรัดโครงการอื่นๆ ทั้งโครงการของกระทรวงมหาดไทย ในไตรมาส 2 เป็นอย่างช้า เพื่อให้เกิดความสมดุลของเงินที่จะลงไปสู่ระบบ

ส่วนกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ราว 3.5% นั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวเลขจีดีพีมากนัก แต่สิ่งสำคัญคือ โครงการที่ตั้งเป้าไว้ต้องเดินไปข้างหน้าได้ทุกโครงการ ทีมเศรษฐกิจได้เข้ามาเพื่อช่วยไม่ให้เศรษฐกิจทรุดต่ำไปอีก และพยายามประคองให้ผ่านพ้นช่วงที่เศรษฐกิจโลกไม่ดีไปให้ได้อย่างปลอดภัย และวางรากฐานต่อๆ ไปไว้

"ผลตอบรับค่อนข้างดี เราเตรียมตัวมาพอสมควรแล้ว ไม่อยากให้ตื่นตกใจไปกับเศรษฐกิจโลกเท่าไร ดีกว่าที่เราไม่ได้เตรียมอะไรเลย นี่เราเตรียมแล้วและเร่งให้มันเกิด คิดว่าน่าจะทำได้ด้วยดี และวันที่ 28 ม.ค.นี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม จะเดินทางไปประเทศจีน เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนในส่วนประเด็นที่ยังค้างอยู่สำหรับโครงการลงทุนก่อสร้างรถไฟ สายหนองคาย-กรุงเทพฯ โดยยืนยันจะมีการร่วมลงทุนระหว่างไทยกับจีนเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นเราต้องการจะสรุปข้อที่ยังแตกต่างอยู่ให้เร็วเพื่อที่จะได้เริ่มต้น โครงการกันได้เร็ว ไม่มีโครงการไหนเปลี่ยนแปลง" นายสมคิด กล่าว

ด้าน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ในการประชุมขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนนั้น ในส่วนที่มีความคืบหน้าของภาครัฐ คือ การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงคมนาคม โดยมีการประเมินว่าในปีนี้ จะมีโครงการที่สามารถเซ็นสัญญาได้กว่า 9 แสนล้านบาท และในส่วนของโครงการที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีก่อน ทั้งทางหลวง รถไฟทางคู่ สนามบินสุวรรณภูมิ และท่าเรือแหลมฉบังทั้งหมดนั้น คาดว่าในปีนี้จะสามารถเบิกเงินงบประมาณได้ราว 66,800 ล้านบาท ซึ่งจะเติมเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ยังไม่รวมโครงการของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่ ครม.มีมติอนุมัติไป 15,000 ล้านบาทเมื่อสัปดาห์ก่อน และโครงการลงทุนของหน่วยงานอื่นๆ สำหรับการลงทุนในส่วนของภาคเอกชนนั้น ตามที่รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นโดยการให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนผ่านบีโอไอไปแล้วนั้น มีการประเมินว่ามาตรการนี้จะทำให้ภาคเอกชนมีการลงทุนภายในปีนี้ถึง 7 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 2 แสนล้านบาท จากปกติที่ภาคเอกชนมีการลงทุนในแต่ละปีประมาณ 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นตัวเสริมทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้มีการหารือถึงการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวม ซึ่งถือว่ามีความคืบหน้าในการเบิกจ่ายค่อนข้างดี โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็กที่วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่มีการเบิกจ่ายไปแล้วถึงกว่า 90% ซึ่งจะเห็นว่ามาตรการทั้งหมดที่เดินมา อยู่ในวิสัยที่ค่อนข้างดี และมีการขับเคลื่อนได้ตามแผน

"อันไหนที่ยังช้ากว่าแผน ท่านรองนายกฯ ก็กำชับให้แต่ละหน่วยงานกลับไปดู โดยเน้นว่าช่วงนี้ ข้าราชการและทุกหน่วยงานต้องเร่งขึ้นมา เพราะเราทราบกันแล้วว่าสถานการณ์ต่างประเทศมีความไม่แน่นอนสูง ฉะนั้นเราต้องดูแลตัวเอง ทำให้ตัวเราเข้มแข็ง ไม่ว่าที่อื่นจะเกิดอะไรขึ้นเราต้องสามารถดูแลตัวเองได้ก่อน" รมว.คลัง กล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    28.9%
  • ไม่ชอบ
    69.3%
  • สนุก
    0.6%
  • ประหลาดใจ
    0.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement