ศาลฎีกาสั่งจำคุก 5 ปี กำนันเซี้ยะ ผิดฮั้วประมูล - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ศาลฎีกาสั่งจำคุก 5 ปี กำนันเซี้ยะ ผิดฮั้วประมูล

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 14:06
1,985 ครั้ง


ศาลฎีกาสั่งจำคุก 5 ปี กำนันเซี้ยะ ขณะที่พวกโดนคนละ 4 ปี ฐานมีความผิดตามกฎหมายพ.ร.บ.ผิดฮั้วประมูล พร้อมให้ออกหมายจับ จำเลย ทั้ง 3 คน ที่ยังหลบหนีให้มารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป

วันที่ 25 ม.ค.59 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2559 เวลา 09.50 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกากำนันเซี้ยะ ฮั้วประมูล ในคดีหมายเลขดำ อ.4077/2546 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายประชา โพธิพิพิธ หรือ กำนันเซี้ยะ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์, นางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยา, น.ส.วรรณา ล้อไพบูลย์ คนสนิทนางเขมพร และนายถวิล หรือน้อยหนวด สวัสดี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มนายสมชาย จิตตหฤษฎ์ หรือเลขาจุก เลขานุการส่วนตัวของกำนันเซี้ยะ (เสียชีวิตแล้ว) เป็นจำเลย ที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นอั้งยี่, กรรโชกทรัพย์, หน่วงเหนี่ยวกักขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา และพ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า โจทก์ มีพยาน 14 ปาก ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มยูโรกาญ หรือกลุ่มบ้านใหญ่ หรือกลุ่มกำนันเซี้ยะ-เขมพร ซึ่งพยานต่างเบิกความสอดคล้องกันว่า เดิมที่มีผู้ก่อตั้งกลุ่มยูโรกาญจน์ เพื่อรวบรวมสมาชิกที่จะยื่นซองประกวดราคาโครงการของรัฐต่างๆ ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยกีดกันบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกเข้ายื่นซองประกวดราคาแข่งขัน ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิกต้องจ่ายเงิน 100,000 บาทเพื่อเป็นค่าดำเนินการ และเมื่อสมาชิกได้ร่วมการประมูลจะต้องให้ค่าตอบแทนแบ่งสัดส่วน 5% ก่อนยื่นซอง และเมื่อชนะการประกวดราคาแล้ว ต้องให้ค่าตอบแทนอีก 5% ของราคาที่ประกวด

โดยภายหลัง นายประชา จำเลยที่ 1 เป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจำเลยเป็นที่รู้จักของเอกชนในพื้นที่ จึงถูกเชิญมาเป็นที่ปรึกษาของกลุ่ม และภายหลังถูกเลือกให้เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 50,000 บาท และมีการจัดประชุมกลุ่มทุกเดือนที่บ้านพักของจำเลยที่ 1 อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นประธานการประชุม นางเขมพร จำเลยที่ 2 เป็นรองประธาน ส่วน น.ส.วรรณา จำเลยที่ 3 เป็นเลขานุการจดบันทึกการประชุม รวมทั้งเป็นผู้ติดตามทวงถามเงินค่าตอบแทนจากการประมูล แต่ภายหลังนางเขมพร จำเลยที่ 2 นั่งเป็นประธานการประชุมเพื่อแจกแจงรายละเอียดในการยื่นซองประมูลโครงการต่างๆ แทนนายประชา จำเลยที่ 1 บ่อยครั้ง

นอกจากนี้ โจทก์ยังมีผู้เสียหาย ซึ่งเป็นบริษัทวัสดุก่อสร้าง เบิกความว่า วันเกิดเหตุที่ 17 พ.ค.44 จะเข้ายื่นซองประกวดราคาโครงการของกรมชลประทาน แต่ถูกกลุ่มของจำเลยกีดกันและหน่วงเหนี่ยวตัวเพื่อที่จะไม่ให้เข้าร่วมการยื่นซองประมูล ซึ่งคำเบิกความดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ขณะเกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แฝงตัวได้เข้าจับกุมกลุ่มของจำเลยดังกล่าว 7 คน ซึ่งถูกดำเนินคดีและศาลมีคำพิพากษาไปแล้วฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกาย โดยกลุ่มของจำเลยนี้เป็นผู้ช่วย ส.ส.ของจำเลยที่ 1 ที่นำกำลังคน ซึ่งเป็นทหารมาคอยกีดกันบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกห้ามยื่นซองประกวดราคา

โดยพยานโจทก์ดังกล่าวถือเป็นประจักษ์พยาน ซึ่งคำเบิกความของพยานซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกยูโรกาญจน์ดังกล่าวอาจเป็นผลร้ายต่อตนเอง จึงเชื่อว่าพยานล้วนเบิกความตามที่ได้รู้เห็น จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัย ส่วนที่จำเลยที่ 1-3 นำสืบต่อสู้อ้างว่า ไม่รู้เห็นเรื่องการประชุม และไม่ทราบเรื่องการกีดกันการประมูลในที่เกิดเหตุนั้น เป็นการปฏิเสธต่อสู้ลอยๆ ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

การกระทำของจำเลยที่ 1-3 จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคสอง, 210, 213, 310 และ 391 และพ.ร.บ.ฮั้วประมูล มาตรา 4-6 ซึ่งเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดมาตรา 209 วรรคสอง ฐานเป็นหัวหน้า ผู้จัดการ หรือผู้มีตำแหน่งในคณะบุคคล ซึ่งเป็นอั้งยี่

จึงพิพากษาแก้ ให้จำคุก นายประชา หรือกำนันเซี้ยะ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 5 ปี และให้จำคุกนางเขมพร และ น.ส.วรรณา จำเลยที่ 2-3 คนละ 4 ปี โดยให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสาม มารับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งถึงที่สุดแล้วต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    90.9%
  • ไม่ชอบ
    3.9%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    1.3%
  • เสียใจ
    1.3%
  • ให้กำลังใจ
    2.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement