จากยุคครูเฆี่ยนนักเรียน ถึงยุคครูกราบนักเรียน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

จากยุคครูเฆี่ยนนักเรียน ถึงยุคครูกราบนักเรียน

โดย ซูม 26 ม.ค. 2559 05:01
2,203 ครั้ง


ผมเพิ่งจะแวะไปกินเลี้ยงกับพรรคพวกที่เคยเรียนโรงเรียนโพฒิสารศึกษา จังหวัดนครสวรรค์ จบมัธยมปีที่ 6 ปี พ.ศ.2500 มาด้วยกันที่ภัตตาคารพงหลี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันอาทิตย์ก่อนโน้น

จบปี 2500 นับมาถึงวันที่เรานั่งกินเลี้ยงต้นปี 2559 ก็ 59 ปีพอดีนับกันอย่างง่ายๆหรือจะปัดเศษเป็น 60 ปีเสียก็คงจะได้

คนจบมัธยม 6 สมัยก่อนส่วนมากอายุ 15-16 ปีโดยเฉลี่ย ดังนั้นเอาไปบวกกับ 60 ก็จะเท่ากับ 75-76 ปีโดยเฉลี่ย และเท่ากับอายุของพวกเรา 17 คนที่ไปร่วมกินเลี้ยงโดยประมาณ

เมื่อคนอายุปูนนี้มีโอกาสคุยกันหัวข้อสนทนาส่วนใหญ่ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องความหลังสมัยเรียนหนังสือ...ใครเคยแก่น เคยเฮี้ยว เคยออกฤทธิ์อะไรไว้บ้าง ก็หยิบมาทบทวนกันเป็นที่ครึกครื้น

ในที่สุดก็มาลงเอยที่คุณครูท่านหนึ่งเป็นครูผู้ชาย แต่ชื่อประยงค์ คล้ายผู้หญิง นามสกุลจำไม่ได้เสียแล้ว จำได้แต่ลีลาการสอนของท่านที่ทั้งโหด ทั้งมันส์ ไม่มีฮา มีแต่ด่าทอ

คำเก่งของท่านคือ “ไอ้ควายหนองสมบุญ” เพราะโรงเรียนเรายุคโน้นตั้งอยู่ใกล้ๆกับหนองสมบุญ ซึ่งกลายมาเป็นอุทยานนครสวรรค์ในยุคนี้ แต่สมัยก่อนเป็นบึงใหญ่ล้อมรอบด้วยไร่นา มีแต่โรงเรียนของเรามาตั้งอยู่โดดๆ ชาวบ้านยังเลี้ยงควายเอาไว้เยอะ เวลาครูประยงค์ท่านโกรธที่พวกเราไม่ตั้งใจเรียน ท่านก็จะด่าเราว่า “ไอ้ควายหนองสมบุญ”

มีอะไรอยู่ในมือท่านก็ขว้างใส่พวกเราที่เอาแต่เล่นไม่ฟังท่านสอน... พวกเราทุกคนที่ไปงานเลี้ยงล้วนโดนมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าหญิงหรือชาย

ชอล์กเอย แปรงลบกระดานเอย ไม้บรรทัดเอย เจอมาหมด รวมทั้งโดนเรียกไปยืนให้ท่านหวดก้นหน้าชั้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากๆ

แต่ในที่สุดไอ้ควายอีควายทั้ง 17 ตัว ล้วนประสบความสำเร็จในชีวิตตามอัตภาพเป็นอดีตข้าราชการซี 10 รวม 2 คน ในตำแหน่งรองเลขาสภาพัฒน์ 1 คน และผู้ว่าราชการจังหวัด 1 คน นอกนั้นก็เป็นครูบาอาจารย์ เป็นทนายความ เป็นเจ้าของสำนักงานตรวจบัญชี ฯลฯ

ควายทั้งหลายทั้งมวลลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า คำสอนเหี้ยมๆโหดๆ ในเวลาเรียนของครูประยงค์ทำให้เรามีวันนี้

หลายๆคนจำได้ว่านอกเวลาเรียนแล้ว ท่านยิ่งกว่าพ่อพระ พวกเรา บางคนเคยไปกราบท่านตอนเรียนมหาวิทยาลัยจบแล้ว ท่านภูมิใจในตัวพวกเรามากที่ทำชื่อเสียงให้แก่โรงเรียนเก่า

หลังจากแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมันเมื่องานเลี้ยงเลิกราได้ไม่ถึงอาทิตย์ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ลงข่าวพาดหัวขนาดใหญ่ว่า ครูยุคใหม่ถึงขนาดต้องยกมือไหว้เด็กและจะกราบเด็กๆ เพื่อขอโทษที่ใช้เวลาอบรมเด็กเกินเวลาไป 5 นาทีแล้วโดนเด็กประท้วง

มีภาพประกอบขึ้นหน้า 1 ด้วย เห็นไกลๆว่ายกมือไหว้แม้จะยังไม่ถึงกับกราบ...แต่ก็พอจะเชื่อได้ว่าเหตุการณ์นี้มีจริง

กลายเป็นเรื่องใหญ่ให้พูดจากันแซ่ดทั้งเมืองอยู่หลายวัน มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย กับท่าทีของท่านผู้อำนวยการโรงเรียนที่ก็มีเหตุผลว่า ทำไมท่านถึงยกมือไหว้และจะกราบ

ผู้หลักผู้ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการลุกขึ้นเต้นไปตามๆกัน เห็นว่ามีคำสั่งให้ผู้อำนวยการชี้แจงและมีการตั้งกรรมการสอบ

เรื่องจะลงเอยอย่างไร ป่านนี้ข่าวหน้า 1 คงจะรายงานเรียบร้อย

แต่ถ้าถามเด็กที่เคยถูกเฆี่ยน ถูกด่าและโตมาเป็นคนแก่อย่างผมก็บอกได้เลยว่าตอนแรกที่อ่านข่าวรู้สึกไม่ชอบใจคุณครูท่านนี้เท่าไรนักที่อ่อนเกินไป แม้จะแค่ไหว้ไม่ถึงขั้นกราบก็ยอมรับไม่ได้

แต่เมื่อได้อ่านหนังสือชี้แจงของครูก็พอเข้าใจ ว่ามีเหตุผลแต่ก็ไม่อยากให้ครูคนไหนใช้วิธีนี้และทำอย่างนี้อีก

แน่นอนโลกเราเปลี่ยนไป เราต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลง การขว้าง การเฆี่ยน การด่าไอ้ควายยุคนี้คงทำไม่ได้ แต่ก็อย่าให้ถึงขั้นยกมือไหว้อย่างที่เป็นข่าวอีกเลย

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ขอให้ใช้เป็นบทเรียนและอยากให้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง...เด็กขอโทษครู ครูสัญญาจะไม่ทำอีก...แล้วก็เรียนก็สอนกันต่อไป ไม่ตัดคะแนนเด็กและไม่มีการย้ายครูไปไหน

เด็กกับครูเป็นของคู่กัน ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ปรับตัวคนละครึ่งทางแล้วเดินคู่กันไปเป็นดีที่สุดครับ.

“ซูม”

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    48.1%
  • ไม่ชอบ
    7.5%
  • สนุก
    5.7%
  • ประหลาดใจ
    3.8%
  • เสียใจ
    12.3%
  • ให้กำลังใจ
    22.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement