พาณิชย์สกัดธุรกิจผูกขาด "บิ๊กตู่"หนุนติดดาบรื้อกฎหมายแข่งขัน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พาณิชย์สกัดธุรกิจผูกขาด "บิ๊กตู่"หนุนติดดาบรื้อกฎหมายแข่งขัน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ม.ค. 2559 05:15
739 ครั้ง


“พาณิชย์” เผยร่างแก้ไขกฎหมายแข่งขัน รอเข้า ครม. วันที่ 26 ม.ค. หรือ 2 ก.พ.นี้ ดึงรัฐวิสาหกิจเข้ามาอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน แยกองค์กรดูแลเป็นอิสระ พร้อมเพิ่มโทษทั้งอาญาและปกครอง มั่นใจบังคับใช้ได้แน่นอนหลังนายกฯ หนุนเต็มที่ ชี้ตั้งแต่มีกฎหมายบังคับใช้ปี 42 ไม่เคยมีคดีใดตัดสินได้เลย

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ได้ลงนามส่งร่างแก้ไข พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ถึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และได้รับความเห็นชอบให้นำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว คาดว่าจะเข้า ครม.ได้อย่างเร็วที่สุดวันที่ 26 ม.ค.59 หรืออย่างช้าวันที่ 2 ก.พ.59 มั่นใจว่าจะได้รับความเห็นชอบอย่างแน่นอน และจากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป

สำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ได้กำหนดให้การประกอบธุรกิจของเอกชนและรัฐวิสาหกิจต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการประกอบการธุรกิจ แต่ให้มีข้อยกเว้นว่าการกระทำของรัฐวิสาหกิจที่ทำเพื่อความจำเป็นต่อการทำงานของรัฐบาล ประเทศ และประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้

นอกจากนี้ ยังได้ปรับให้องค์กรกำกับดูแล ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นองค์กรอิสระ มีกระบวนการคัดสรรคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระ และปลอดจากการแทรกแซงจากการเมือง ปรับแก้ไขบทบัญญัติให้มีความครอบคลุมสอดคล้องกับสถานการณ์และโครงสร้างทางเศรษฐกิจการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งให้เกิดการแข่งขัน และไม่เป็นภาระ หรือข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจ

ส่วนบทลงโทษได้ปรับให้มีบทลงโทษทั้งทางอาญาและปกครอง เพื่อให้สามารถยับยั้งพฤติกรรมที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันต่อสถานการณ์ และสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้อย่างแท้จริง รวมทั้งกำหนดให้มีมาตรการลดหย่อนผ่อนโทษ ซึ่งจะช่วยให้สามารถแสวงหาพยานหลักฐานในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้

“ตั้งแต่มีกฎหมายฉบับนี้ เมื่อปี 42 มีกรณีต่างๆเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ารวมทั้งหมด 85 คดี แต่มีเพียง 1 คดีที่ส่งถึงอัยการ แต่สุดท้ายไม่ส่งฟ้อง และมีอีก 3 คดีที่ไม่ครบองค์ประกอบ จึงสรุปว่า ไม่เคยมีคดีใดที่ตัดสินได้เลย ทำให้เกิดการเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายมาโดยตลอด และกรมได้ปรับปรุงมาโดยตลอดเช่นกัน แต่ก็ไม่เคยแก้ไขได้ แต่ครั้งนี้มั่นใจว่าจะแก้ไขได้”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลขอให้เดินหน้าแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียังได้เห็นชอบให้เร่งแก้ไข เพราะเป็นกฎหมายสำคัญฉบับหนึ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดไว้ เนื่องจากจะช่วยสร้างบรรยากาศในการดึงดูดการลงทุน ช่วยสร้างความเท่าเทียมกันในการประกอบธุรกิจ ลดการผูกขาด และทำให้ผู้ประกอบธุรกิจมีการพัฒนาและแข่งขันได้ในระดับสากล

ด้านนายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการศึกษาความพร้อมของไทยต่อความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชา-สังคม ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคเกษตร และภาครัฐ เพื่อนำมาศึกษาวิเคราะห์ผลดีผลเสียของการเข้าร่วมข้อตกลงทีพีพีของไทยไปแล้วหลายครั้ง โดยมุ่งประเด็นสำคัญ คือ การเปิดตลาดสินค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการทางการค้า การคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ การขึ้นทะเบียนตำรับยา การคุ้มครองสิทธิบัตร สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับนักลงทุน แรงงาน และสิ่งแวดล้อม.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    96.6%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    3.4%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement