วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สามารถ' ดักคอ กรธ. ถูกคว่ำ อย่าโทษพรรคการเมือง เหตุยกร่างอคติ

"สามารถ" ซัด กรธ. เขียนร่าง รธน.แบบมีอคติ แนะฟังเสียงคัดค้านหลายฝ่ายบ้าง ชี้หลายประเด็นน่าเป็นห่วง อาจนำพาประเทศสู่ปัญหา ลั่นหากถูกคว่ำอย่าโทษพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 59 นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้น่าเป็นห่วงในหลายประเด็น เช่น วิธีการเลือกตั้งแบบใหม่ที่ใช้วิธีจัดสรรปันส่วนผสม การให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจากคนนอกได้ การให้อำนาจองค์กรอิสระในการขี้ขาดกรณีเกิดวิกฤติ เป็นต้น ประเด็นเหล่านี้จะทำให้การเมืองไม่มีเสถียรภาพ นายกรัฐมนตรีไม่มีภาวะผู้นำ เพราะนโยบายต่างๆ ที่ออกมานั้นอาจถูกมองด้วยอคติว่าเป็นประชานิยม จนผู้แทนที่มาจากประชาชนไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ เพราะถูกองค์กรต่างๆ ทั้ง สตง. และ ป.ป.ช.ที่มีอำนาจ และสามารถตีกรอบการทำงาน โดยเฉพาะการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตามมาตรา 7 ชี้ขาดกรณีที่เกิดวิกฤติต่างๆ ทั้งที่ช่วงเวลาเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 แทบจะไม่ได้นำมาตรา 7 มาบังคับใช้เลย

"ยอมรับว่าน่าเป็นห่วง หากให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาแก้ปัญหา เพราะเกิดอะไรก็ใช้มาตรา 7 โดยให้องค์กรอิสระมีอำนาจมากกว่าองค์กรที่ประชาชนเลือกเข้ามาต้องถูกบั่นทอนอำนาจลดลงไป ทำให้อำนาจอธิปไตยไม่มีความหมาย ทั้งบริหารและนิติบัญญัติ และยิ่งน่าเป็นห่วงไปกว่านั้นหากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านไปบังคับใช้ เพราะอาจสร้างปัญหาได้ในอนาคต ต่อไปอาจจะมีการสร้างวิกฤติเรื่องใดขึ้นมาแล้วอ้างประเพณีปกครองนำมาตรานี้มาใช้ก็ได้ ถามว่าหากเกิดวิกฤติทำไมไม่คืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจเขาตัดสินใจเลือกใหม่ด้วยตัวเองด้วยวิธีการเลือกตั้ง" นายสามารถ กล่าว

นายสามารถ กล่าวต่อว่า จากที่ตนลงพื้นที่ติดตามข้อมูล และรับฟังเสียงสะท้อนในเรื่องดังกล่าว พบว่า หากเขียนร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่เคารพการตัดสินใจประชาชน การที่ร่างจะถูกคว่ำไม่ผ่านประชามติมีสูงมาก สุดท้ายจะเสียเวลา เสียเงิน การแสดงความเห็นจากทุกฝ่ายขณะนี้เพื่อสะท้อนไปถึง กรธ.ก่อนที่ร่างแรกจะออกมา จึงได้แต่หวังว่า กรธ.จะรับฟัง อะไรที่เขียนเกินเลยไป แต่สามารถแก้ไขได้ก็น่าจะรับฟัง ยกตัวอย่างวันนี้ไม่มีการเขียนเรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) เหมือนชุดที่แล้ว แต่กลับเขียนให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ ทั้งที่มาตรานี้เปรียบไปเหมือนไส้ติ่ง ทั้งหมดนี้มองแล้วเป็นปัญหาแน่นอน ตนจึงไม่อาจยอมรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้ และเชื่อว่าทุกคนตัดสินใจได้เอง ฉะนั้นหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน อย่ามากล่าวโทษว่าเป็นเพราะพรรคการเมืองต่อต้าน ขอให้ย้อนกลับไปมองว่าในเมื่อเขียนร่างโดยมีอคติเช่นนี้ ประชาชนเขาคิดและมองออกได้เองว่าจะตัดสินใจอย่างไร แม้แต่ต่างประเทศก็รับรู้เช่นกันว่ากำลังวางหมากกลอะไรไว้ในรัฐธรรมนูญบ้าง