'มาร์ค'ออกปาก! ขอโทษชาวกทม. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

'มาร์ค'ออกปาก! ขอโทษชาวกทม.

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ม.ค. 2559 06:20
4,735 ครั้ง


กรณีชายหมู ตู่ออกยูทูบ ตอบโต้บิ๊กตู่

“อภิสิทธิ์” แอ่นอกขอโทษคนกรุง รับ ผิดชอบพรรคต้น สังกัดไม่สามารถตรวจสอบเรื่องร้องเรียนทีมผู้บริหาร กทม. ปัดขอพึ่งบริการ คสช.ใช้มาตรา 44 ปลด “สุขุมพันธุ์” พ้นเก้าอี้ ยอมรับกดดัน แต่ต้องเจ็บ “วัชระ” ฉะ “ผุสดี” พูดไม่ละอาย ทำงานสอดคล้องนโยบายพรรค ย้ำชัด ปชป.ตัดหางปล่อยวัด สาปส่งไม่เกี้ยเซี้ยพวกอ้างพรรคหากิน “ประยุทธ์” สื่อสารผ่านจอขอทุกฝ่ายก้าวข้ามความขัดแย้ง พ้อรัฐบาลถูกใส่ร้ายละเมิดสิทธิมนุษยชน พท.สวดอย่าโบ้ยความผิด-เหมามั่วฮุบผลงาน จี้ “บิ๊กตู่” ลดละเลิกเฮทสปีชนำร่องปรองดอง กรธ.จวก “จตุพร” อคติสุดโต่งมโนเขียนรธน.เพื่อให้ถูกคว่ำ “ตู่” สวน “ประยุทธ์” ใช้สมองทำงาน ดีกว่าใช้กำลังมาทิ่มปากกัน เฉ่งซ้ำ “มีชัย” รับใช้เผด็จการปูทางผู้มีอำนาจอยู่ต่อ “ถาวร” ดักคอปี 60 ไม่มีเลือกตั้ง คสช.ต้องรับผิดชอบ ระบุผู้นำไร้สัจจะไร้แผ่นดินอยู่

จากกรณีที่ทีมบริหารฝ่ายการเมืองกรุงเทพ-มหานคร นำโดยนางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯ กทม. ประกาศยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อคนกรุงเทพฯต่อไป หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัดขาดกับ ม.ร.ว.สุขุม-พันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และเตรียมขับออกจากพรรคนั้น ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาขอโทษชาว กทม. ที่พรรคไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของ กทม.ได้ โดยจำเป็นต้องยอมเจ็บ

“อภิสิทธิ์” แอ่นอกขอโทษคน กทม.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ที่สถาบันพระปกเกล้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัดขาดการทำงานกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ว่า แถลงการณ์ของพรรคมีความชัดเจนในตัวอยู่แล้วว่าไม่ขอรับผิดชอบใดๆกับการบริหารงานของ กทม.นับแต่นี้ และตนต้องกล่าวคำขอโทษต่อชาว กทม. เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของพรรคที่ต้องรับผิดชอบการทำงานของ กทม.ในฐานะต้นสังกัด เพราะนโยบายพรรคชัดเจนต้องมีส่วนร่วมการทำงานของ กทม. ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์พยายามที่จะใช้กลไก ข้อบังคับพรรคในการตรวจสอบเรื่องที่ถูกร้องเรียนต่างๆ แต่ไม่สามารถทำได้ จึงมีความจำเป็นต้องบอกความจริงกับประชาชน และยืนยันจะไม่ตอบโต้กับทีมผู้บริหาร กทม. โดยพรรคยืนยันจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและ กทม. พร้อมหาแนวทางปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป

ปัดไม่เกี่ยวขอพึ่ง ม.44 ปลด “ชายหมู”

เมื่อถามถึงกรณีที่คณะผู้บริหาร กทม.แถลงยืนยันว่ายังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า พร้อมทำตามนโยบายพรรค จะต้องลาออกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วง เพราะถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่ขอยืนยันในแถลงการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์และจุดยืนของพรรคว่า มีความชัดเจนอยู่แล้ว เมื่อถามต่อว่า คณะผู้บริหาร กทม.ระบุว่า มีบางฝ่ายต้องการให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ให้ผู้ว่าฯ กทม. พ้นจากตำแหน่ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเห็นว่าประเด็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคมีความรับผิดชอบในเรื่องนี้ และอยากให้ กทม.ทำงานให้ดีที่สุด สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ยอมรับกดดันแต่ต้องยอมเจ็บ

“ผมยอมรับว่า กดดันที่พรรคไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของ กทม.ได้ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุแบบนี้ ผมได้พูดคุยกับสมาชิกพรรคอยู่เสมอ ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรกับเรื่องนี้ก็ต้องเจ็บ และคิดเสมอว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนที่เลือกพรรคที่ต้องทราบความจริง เมื่อพรรคไม่สามารถทำตามจุดยืนของพรรคได้ และคิดว่า กทม.ต้องทำหน้าที่ต่อไป หากจะกระตุ้นให้การทำงานดีขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ของ กทม.เอง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

“วัชระ” พูดชัด ปชป.ตัดหางปล่อยวัด

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯ กทม.พร้อมคณะผู้บริหาร กทม.แถลงว่า ทุกคนยังคงเป็นสมาชิกพรรคและพร้อมรับการตรวจสอบ โดยขอทำหน้าที่เพื่อพรรคต่อ พร้อมระบุว่า การเจรจากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคยังไม่มีความจำเป็น โดยยืนยันผ่านสื่อว่า การทำงานของ กทม.สอดคล้องกับนโยบายพรรคนั้น ต้องถามกลับว่า ท่านจบด็อกเตอร์และเป็นสุภาพสตรี แถลงข่าวอย่างนั้นไม่มีความละอายหรืออย่างไร ทั้งที่ รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะแถลงจุดยืนของพรรคชัดเจน ผ่านเลขาธิการพรรคและรองหัวหน้าพรรคภาค กทม. เป็นการ พูดแบบทางการเป็นภาษาสุภาพของคนกรุงเทพฯ แต่ ภาษาชาวบ้านทั่วไปคือ พรรคตัดหางปล่อยวัดแล้ว

ฉะขอสังกัดแต่ไม่เคารพพรรค

นายวัชระกล่าวต่อว่า นางผุสดีจะมาบอกว่ายินดีให้ตรวจสอบก็ไม่จริง เพราะไม่เคยยินดีให้ตรวจสอบแม้แต่โครงการเปียโนร้อยล้านของนางผุสดีเองก็ตาม ทั้งไม่ส่งสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกล้องซีซีทีวีให้พรรคตรวจสอบ รวมถึงไม่ให้ความร่วมมือการตรวจสอบโครงการต่างๆ ที่ไม่โปร่งใสของ กทม. อย่างนี้นางผุสดีจะแถลงว่าเป็นการทำหน้าที่เพื่อพรรคอย่างไม่ขัดข้องได้อย่างไร คนที่จบด็อกเตอร์รู้ความจริงแล้วบิดเบือน กล้าพูดกลับไปอีกทางหนึ่งเขาเรียกว่าอะไร ที่สำคัญกล้าระบุว่าไม่มีความจำเป็นต้องเจรจากับหัวหน้าพรรคที่ตัวเองขอสังกัดอยู่ หากอยู่ในพรรค แต่ไม่เคารพหัวหน้าพรรค ไม่เคารพกรรมการบริหารพรรค ควรกลับบ้านไปส่องกระจก แบบไม่แต่งหน้าทาปากดูสักครั้ง

ลั่นสาปส่งคนอ้างพรรคหากิน

“ผมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีอุดมการณ์และนโยบายชัดเจนว่า ต้องดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ใครที่โกงหรือเอาพรรคไปหากิน พระแม่ธรณีจะลงโทษในไม่ช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ควรวางตัวเป็นกลาง อย่าถือหางฝ่ายใด โดยเฉพาะหางที่พรรคประชาธิปัตย์ตัดทิ้งไปแล้ว ทั้งนี้ผมและนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ขอยืนยันว่ายังคงเดินหน้าตรวจสอบการทุจริตของ กทม.อย่างเต็มกำลัง ไม่มีเกี้ยเซี้ยแน่นอน” นายวัชระกล่าว

“มาร์ค” บินร่วมงานสมุยเฟสติวัล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.35 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมงาน “สมุยเฟสติวัล” ที่จัดโดยมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) หรือกลุ่มอดีตแกนนำกปปส.เดิม ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นประธานมูลนิธิฯ งานดังกล่าวจัดระหว่างวันที่ 23-24 ม.ค.ช่วงบ่ายถึงเย็นของวันที่ 23 ม.ค. มีการจัดแสดงคอนเสิร์ตบริเวณหน้าทอน ตามคำเชิญของนายสุเทพไปร่วม ขณะเดียวกัน นายสุเทพยังได้เชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ให้มาในงานวันที่ 24 ม.ค. หลังเดินทางกลับจากไปร่วมลงนามสัญญาบ้านพี่เมืองน้องกับเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส โดยแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ต่างจับตาว่านายสุเทพอาจจะรับหน้าที่เป็นกาวใจประสานรอยร้าวระหว่างทั้งสองคนหรือไม่

ระดมทุนสร้างวิทยาลัยอาชีวะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้เป็นประธานเปิดงานสมุยเฟสติวัล ที่บริเวณชายหาดหน้าทอน มีนายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานี และชาว อ.เกาะสมุย ให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวเกือบ 1 หมื่นคนเข้าร่วมงาน นำเงินค่าสมัครแข่งขันเดิน-วิ่ง-ปั่น ที่มีผู้ร่วมแข่งขันกว่า 5,000 คน รวมถึงเงินบริจาคจากประชาชนและผู้มีจิตศรัทธา ทั้งหมดสมทบทุนสร้างวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ หมู่ 3 ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย ซึ่งสร้างขึ้นเป็นสถานศึกษาที่สอนการอาชีพควบคู่กับการใช้ธรรมะ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเล่าเรียน การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นทั้งการส่งเสริมทั้งการท่องเที่ยวและส่งเสริมในการศึกษาของจังหวัดด้วย

กรธ.อัด “จตุพร” อคติสุดโต่ง

อีกเรื่อง นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาระบุว่า กรธ.เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้ผ่านประชามติว่า ในสังคมที่มีคนหมู่มาก การแสดงความเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้น ทาง กรธ.พร้อมยอมรับคำวิจารณ์ แต่การพูดลักษณะดังกล่าวของนายจตุพร น่าจะมาจากความเข้าใจผิด และความคิดที่อคติเกินไป เพราะ กรธ.ทำงานเหนื่อยตัวแทบขาด โดยมีความตั้งใจว่าทุกอย่างที่บัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญต้องกินได้ หมายถึงสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ส่วนจะผ่านประชามติหรือไม่ กรธ.ไม่ได้กังวลในส่วนนี้ เพราะคงไม่สามารถทำให้ทุกฝ่ายพอใจได้ แต่ยืนยันว่า กรธ.ทุกคนทำอย่างเต็มที่ ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง และต้องการให้สังคมเกิดความเปลี่ยนแปลง

ย้ำไม่ได้เพิ่มอำนาจศาล รธน.ล้นฟ้า

นายอมร กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องอำนาจ หน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นที่ถูกเข้าใจผิดว่า กรธ.มอบอำนาจเพิ่มเติมให้ศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เป็นบทบัญญัติที่เหมือนเดิม โดยศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่แก้ปัญหาความขัดแย้ง ที่ไม่สามารถหาข้อยุติได้อยู่แล้ว กรธ.เพียงแต่มาตรา 7 ย้ายมาอยู่ในหมวดว่าด้วยหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาระบุไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ทาง กรธ.เข้าใจความห่วงใย จึงทำให้คุณสมบัติการได้มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีความพิถีพิถันอย่างมาก

“นิพิฏฐ์” ชงจัดเวทีถก รธน.ผ่านหน้าจอ

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กรธ.กำหนดคิวชี้แจงเรื่องเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญกับ สนช. สปท.และภาคประชาชน ในช่วงเดือน ก.พ.ว่า การที่ กรธ.ยังไม่วางคิวชี้แจงนักการเมืองเพราะคงคิดว่า 1. นักการเมืองแสดงความเห็นผ่านสื่อให้ได้ยินกันอยู่แล้ว 2. ถ้าให้ฝ่ายการเมืองเข้าแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา อาจมีบางประเด็นที่ประชาชนเห็นด้วยกับนักการเมืองมากกว่าฝ่ายผู้ร่าง ทำให้รัฐธรรมนูญจะสุ่มเสี่ยงไม่ผ่านประชามติ อย่างไรก็ตาม ควรเปิดเวทีที่ไม่ใช่การดีเบต แต่ให้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เช่น จัดเวทีผ่านรายการโทรทัศน์บางช่อง ถ้าช่องของรัฐไม่ทำ ให้เอกชนจัดน่าจะเป็นแนวทางที่ดี การร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าไม่เปิดเวทีให้แสดงความคิดเห็นใดๆเลยจะถือว่าผิดปกติ

สอนใช้กติกาใหม่พิสูจน์ปรองดอง

นายนิพิฏฐ์กล่าวถึงกรณีนายสมพงษ์ สระกวี สมาชิก สปท.เตือน กรธ.อย่าคิดว่า รัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติง่ายๆ ถ้านักการเมืองสองพรรคใหญ่จับมือกันออกมาคัดค้านว่า ไม่อยากให้ใครคิดว่า การร่างรัฐธรรมนูญคือต้องเอาชนะคะคานกัน ถ้ายิ่งขัดแย้งทุกอย่างจะไม่มีที่สิ้นสุด ความจริงรัฐบาลควรใช้โอกาสที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญเป็นบททดสอบว่าบ้านเมืองจะปรองดองสมานฉันท์กันได้หรือไม่ โดยเปิดให้ทุกฝ่ายพูดคุยกัน ง่ายกว่าใช้เรื่องนิรโทษกรรมมาทดลองเป็นไหนๆ อย่างไรก็ตาม กรธ.วันนี้แม้จะถูกหลายฝ่ายวิจารณ์ แต่ในฐานะผู้ร่าง ผู้สร้างอาจถูกติติงห้ามตอบโต้เด็ดขาด ต้องอดทน ชี้แจงจนกว่าประชาชนจะเข้าใจ แม้จะรู้ดีว่ามีพวกพูดออกนอกกรอบบ้าง ห้ามไปทะเลาะด้วย จะพิสูจน์วุฒิภาวะว่า กรธ.มีมากแค่ไหน

เลือกตั้งไม่ได้ “บิ๊กตู่” ต้องรับผิดชอบ

นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำกลุ่มมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมภัยแล้งที่ จ.นครสวรรค์ว่า ไม่แน่ใจว่าจะจัดการเลือกตั้งในปี 2560 ได้หรือไม่แล้วแต่ท่านว่า โรดแม็ปของ คสช.ที่นายกฯประกาศต่อสังคม ถือเป็นสัญญาประชาคมที่สังคมไทยและสังคมโลกรับทราบกันทั่วแล้ว คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งสองชุดก็เป็นคนของ คสช.ตั้งมาเองจะร่างแล้วเกิดประโยชน์ต่อ คสช.หรือจะถูกใจคสช.หรือไม่ คสช.ต้องรับผิดชอบ จะอ้างโยนความรับผิดชอบให้นักการเมืองหรือประชาชนไม่ได้ การที่ระบุอ้างเหตุความวุ่นวายยังมีอยู่ ก็รู้ดีอยู่ว่าคนที่จะทำให้เกิดขึ้นนั้นเป็นใคร ที่ระบุใช้คำว่า “ท่าน” นั้น คงไม่ใช่ประชาชนและนักการเมืองแน่ จะปฏิรูป หรือจัดให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับ คสช. ขอให้เห็นแก่ประโยชน์ชาติ โดยเฉพาะผลกระทบด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากยังคงอ้างความมั่นคง ทั้งที่มีอำนาจเต็ม 4 ปีแล้วยังแก้ไขไม่ได้ ก็ควรพิจารณาตัวเองว่าเกิดจากอะไร หรือจะปล่อยให้เป็นปัญหาต่อไป เพื่ออ้างถึงสถาน-การณ์และอยู่ในตำแหน่งต่อไป

ขู่ผู้นำไร้สัจจะไร้แผ่นดินอยู่

“ทุกคนที่เคยเป็นนายทหารล้วนเคยกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนในการทำหน้าที่ และคนที่ไม่รักษาคำสัตย์สาบานในการปฏิญาณมักจะมีแรงเหตุร้ายต่อตัวเอง ครอบครัวและชื่อเสียงเสมอ อย่าลืมว่าประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีพระสยามเทวาธิราชและมีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าไม่มีแผ่นดินอยู่ ถ้าใครจะเดินรอยตามก็ควรดูเป็นเยี่ยงอย่าง” นายถาวร กล่าว

“จตุพร” ให้นายกฯใช้สมองแก้ปัญหา

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุอยากหาอะไรทิ่มปากตน กรณีระบุนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้ผ่านประชามติว่า นายกฯมีอำนาจมากทำได้ แต่ขอให้ใช้สมองช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนให้เป็นชิ้นเป็นอันก่อนดีกว่าคิดใช้กำลังมาทิ่มปากกัน นายกฯกล้ายอมรับหรือสาบานหรือไม่ว่า นายมีชัยเป็นผู้เขียนรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 และมีส่วนร่วมเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ถูก สปช.คว่ำไป และยังเขียนพิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญไว้ก่อนแล้ว จึงมายกร่างฯฉบับที่ทำอยู่ขณะนี้ และยังมีส่วนร่วมสำคัญสร้างคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ไปสอดไส้ในร่างรัฐธรรมนูญชุดนายบวรศักดิ์อีกด้วย

ย้ำ “มีชัย” ตั้งธงเขียน รธน.ให้ถูกคว่ำ

นายจตุพรกล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่นายมีชัยเขียนอยู่ขณะนี้ เปิดประตูให้คนนอกเป็นนายกรัฐมนตรี เหมือนรัฐธรรมนูญปี 34 ที่เคยเขียนมาทำให้ประชาชนรับไม่ได้ จนเกิดเหตุการณ์ต่อต้านปี 2535 นอกจากนี้ยังให้ ส.ว.มาจากการลากตั้ง เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ รวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากขึ้นหรือแทบทำไม่ได้ การเขียนอำนาจไว้แบบนี้ จึงทำขึ้นเพื่อให้รัฐธรรมนูญถูกฉีก ไม่ใช่แก้ไขบ้านเมืองให้พ้นวิกฤติ แต่ยึดตัวเองและรับใช้เผด็จการเป็นศูนย์กลาง สะท้อนถึงการเขียนเพื่อให้ถูกคว่ำ ให้ผู้มีอำนาจได้อยู่ต่อไปอีก หรือมีรัฐธรรมนูญฉบับสำรองไว้แล้ว หากถูกประชาชนคว่ำก็นำออกมาใช้ อย่ากลัวจะไม่ได้เลือกตั้ง ต้องกลัวว่า ถ้าเลือกตั้งภายใต้บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยจะเกิดวิกฤติบ้านเมืองหนักกว่านี้ ตนจึงประกาศคว่ำเต็ม 100% สิ่งที่กลัวมีอย่างเดียวว่า จะไม่ได้คว่ำ กลัวคนอื่นมาแย่งคว่ำ ไม่ได้กลัวว่า จะถูกอะไรมาทิ่มปากเลย

ท้า ครม.สาบานตนไม่โกง

นายจตุพรกล่าวว่า ส่วนที่นายกฯ บอกสื่อมวลชนอย่าไปฟังคนทุจริตพูดนั้น ตนพร้อมไปยืนกับนายกฯ เพื่อประกาศสัญญาประชาชนว่า ทั้งก่อนหน้านี้หรือการกระทำในอนาคตจะมีธรรมาภิบาล ไม่ทุจริต พล.อ.ประยุทธ์ควรร่างคำปฏิญาณตนเป็นสัญญาประชาชน เขียนเป็นองค์การสาปแช่ง แล้วนำ ครม.ไปอ่านคำประกาศต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองว่า ถ้าไม่มีธรรมาภิบาล เกิดการทุจริต ใครโกงต้องมีอันเป็นไปอย่างเลวร้ายที่สุด หากนายกฯชิงชังการทุจริตจริง ควรต้องทำ ตนพร้อมเดินตามหลังไปประกาศองค์การสาปแช่งนั้นด้วยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง

โพลชี้ชาวบ้านตั้งใจลงประชามติ

วันเดียวกัน กรุงเทพโพล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประชาชนพอใจเพียงใด” พบว่าร้อยละ 86.2 เห็นด้วยกับประเด็น กกต.สามารถแจกใบแดงระงับสิทธิ์ผู้สมัคร ส.ส.ก่อนการเลือกตั้งได้หากพบทุจริต ร้อยละ 79.9 เห็นด้วยให้พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯให้ประชาชนทราบล่วงหน้าก่อนเลือกตั้ง โดยอาจเป็น ส.ส.หรือคนนอกก็ได้ ร้อยละ 77.6 เห็นด้วยให้อำนาจ กกต. ป.ป.ช. คตง.หารือร่วมกันส่งข้อตักเตือนไปยัง ครม. ร้อยละ 52.4 เห็นด้วยกับวาระดำรงตำแหน่งนายกฯต้องไม่เกิน 8 ปี กี่สมัยก็ได้ เมื่อถามถึงความมั่นใจต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เน้นขจัดทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองและการซื้อสิทธิ์ขายเสียงว่าบรรลุเจตนารมณ์หรือไม่ ร้อยละ 73.0 ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 24 มั่นใจ ส่วนความมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้เกิดความสามัคคีปรองดอง ร้อยละ 74.6 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 22.2 มั่นใจ เมื่อถามถึงความตั้งใจออกมาใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 86.8 ระบุตั้งใจจะออกมาใช้สิทธิ์ มีเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น ที่ตั้งใจจะไม่ออกมาใช้สิทธิ์ สำหรับความพึงพอใจต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในภาพรวม พบว่า ร้อยละ 46.6 พึงพอใจ และร้อยละ 37.7 ไม่ค่อยพึงพอใจ

รัฐบาลขอก้าวข้ามความขัดแย้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีทุกวันเสาร์ประจำสัปดาห์ มีการนำรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ที่เผยแพร่ทุกคืนวันศุกร์มาออกอากาศอีกครั้ง ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท และสถานีวิทยุโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 เวลา 08.00 น.นั้น เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นการให้ พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อ่านข้อความจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เพื่อสร้างความเข้าใจข้าราชการ เอกชน ประชาชน ความยาว 12 นาที ใจความตอนหนึ่งว่า เนื่องจากการสร้างความเข้าใจยังไปไม่ถึงทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ หลายเรื่องมีความขัดแย้งจากฝ่ายเสนอ ฝ่ายคัดค้าน ฝ่ายเสียประโยชน์การเมือง องค์กรต่างๆ และเอ็นจีโอ ตกลงกันไม่ได้ แล้วสุดท้ายส่งให้รัฐบาลตัดสินใจ และถ้าตัดสินใจอะไรไปทันที ความขัดแย้งก็มากขึ้น ผู้เกี่ยวข้องควรก้าวข้ามความขัดแย้ง หาข้อยุติให้ได้ก่อนแล้วส่งรัฐบาล ไม่ใช่เอาปัญหาที่ทับซ้อนมาให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายถือเป็นการเริ่มต้นปรองดอง

พ้อถูกใส่ร้ายละเมิดสิทธิมนุษยชน

พ.อ.หญิงทักษดา กล่าวว่า การสร้างการรับรู้ สื่อต้องคำนึงข้อเท็จจริง มีจรรยาบรรณ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย คสช.และรัฐบาล ไม่ได้ทำตามความรู้สึกที่ฝ่ายขัดแย้งกล่าวอ้าง การกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ขยายความขัดแย้งส่งเรื่องไปต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ อยากให้ย้อนไปดูว่า มีข้อกฎหมายหรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ รัฐบาลและคสช.รู้สถานะตัวเองดี ไม่เคยปฏิเสธความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ แต่ไม่ใช่ติติงทุกเรื่อง จนทำอะไรไม่ได้เลย ผู้ที่ทำให้ประเทศติดกับดัก พยายามขยายความขัดแย้ง วิจารณ์รัฐบาลไม่สุจริต ทั้งที่ไม่เคยทำ ขณะที่การร่างรัฐธรรมนูญคณะกรรมการ กรธ.ทำหน้าที่อยู่ เพื่อแก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่ใช่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือใช้งบประมาณเป็นการสร้างภาพลวงตาให้ประชาชนเข้าใจผิด การทำงานของรัฐบาลและ คสช.ต้องทำตามโรดแม็ป แต่ถูกทำให้ช้าลง ถูกต่อต้านจากคนที่ทำให้เกิดปัญหาในอดีต

ติงภาพล้อทหารอุ้ม “จ่านิว” จงใจยั่วยุ

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพชายนำถุงขยะสีดำมาคลุมศีรษะทางโซเชียลมีเดีย เพื่อจำลองเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำขบวนการประชาธิปไตยใหม่ว่า เป็นการกระทำที่มีเจตนาให้ร้าย ประชดประชัน ยั่วยุ ล้อเลียน ไม่ให้เกียรติเจ้าหน้าที่ตั้งใจปฏิบัติงาน ถือเป็นการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษสุภาพชนเพียงพอ แค่ต้องการเรียกร้องความสนใจสังคมด้วยการบิดเบือนสังคม จะสังเกตได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีการเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง ส่วนหนึ่งเพื่อมุ่งจุดประเด็นให้เกิดความต่อเนื่องของการแสดงตัวตนทางการเมือง มั่นใจว่าพฤติกรรมที่แสดงออกลักษณะนี้ไม่มีผลต่อสังคมทั่วไป ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่แสดงให้สังคมเห็น จนเรียกความเชื่อมั่นต่อการทำหน้าที่ทุกกรณีได้อยู่แล้ว เชื่อว่าสังคมคงรู้เท่าทันบางพฤติกรรมของผู้ไม่หวังดี มองว่ายิ่งแสดงออกบิดเบือนมากเท่าไร จะส่งผลให้ตัวตนหมดศรัทธาความน่าเชื่อถือไปเท่านั้น และสุดท้ายสังคมอาจมองว่า บุคคลนั้นๆ มีความบกพร่องทางการรับรู้และความเข้าใจในกติกาที่ดีของสังคม น่าเป็นห่วงหากมีทัศนคติทางความคิดเช่นนี้ เจ้าหน้าที่คงต้องติดตามและพยายามหาโอกาสทำความเข้าใจเพิ่มเติมตามแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อย

พท.สวน คสช.อย่าโบ้ยผิดรัฐบาลเก่า

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สารจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุ มีคนต่อต้านทำให้ประเทศติดกับดัก เดินหน้าได้ช้า ขอหยุดขยายความขัดแย้งว่า ความจริงไม่มีใครต่อต้านอะไร คสช.ได้ เพราะมีตัวช่วยมากมายทั้งกองทัพ กองกำลังทหารและองคาพยพอื่นๆ มีเครื่องมือพิเศษ มาตรา 44 สั่งย้ายข้าราชการได้ โดยไม่มีใครกล้ามีปัญหา เขียนกฎหมาย ออกนโยบายใหม่ได้เท่าที่ใจอยากจะออกตลอดเวลา จะทำอะไรก็สะดวกโยธินไม่ต้องสนใจฝ่ายค้านในสภาฯ เพราะ สนช.ตั้งมาเองกับมือ รัฐบาลจะทำอะไรสำเร็จหรือล้มเหลวล้วนอยู่ที่รัฐบาลเองทั้งสิ้น ราคายางพาราตกเหลือ 4 กิโล 100 ไม่มีใครไปทำ ราคาข้าวตกต่ำจนชาวนาอยู่ไม่ได้ก็ไม่มีใครไปทำ ไม่มีใครบอกให้นายกฯประกาศปิดประเทศหรือบอกว่าไม่รู้จะมีเลือกตั้งหรือไม่ อียูประกาศไม่เจรจาเขตการค้าเสรีกับไทยตราบที่ไทยไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีการเลือกตั้งก็ไม่มีใครไปกดดันอียูได้ อยากให้เครือข่าย คสช.และรัฐบาลเลิกโยนความผิดให้รัฐบาลเก่า นักการเมืองขั้วตรงข้าม หรือแม้แต่เลิกกล่าวโทษว่าเศรษฐกิจไทยไม่ดีเพราะเศรษฐกิจโลกไม่ดี เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำสุดในอาเซียนและเป็นประเทศเดียวที่มีรัฐประหารและปกครองโดยคณะรัฐประหารอยู่ขณะนี้

จี้ “บิ๊กตู่” นำร่องลดละเลิกเฮทสปีช

นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า ส่วนท่าทีปรองดองต้องเริ่มจากท่าทีผู้นำ คสช.เอง ต้องลดละวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง เฮทสปีช ประเภทอยากหาอะไรไปทิ่มปากคนเห็นต่าง ต้องแยกให้ออกระหว่างการจับกุมตามกฎหมายกับการอุ้มตัว จนหลักยุติธรรมสูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตาต่างประเทศ ต้องเลิกสร้างอุปาทานหมู่สะกดจิตตัวเองว่ารัฐบาลและ คสช.ทำงานไม่สำเร็จ เพราะมีคนขัดขวาง เลิกโทษคนอื่นแล้วหันมาทบทวนตัวเอง เพราะคนดีชอบแก้ไข

“ปึ้ง” โวยอย่าเหมาฮุบผลงาน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายกฯโปรดเข้าใจและชี้แจงให้ประชาชนทราบให้ถูกต้องด้วย อย่ากล่าวหาหรือคิดว่ารัฐบาลนี้เป็นผู้ริเริ่มหมดในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าความเร็วไทยจีน โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายไทย-เมียนมา เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน โครงการกองทุนหมู่บ้านเอสเอ็มแอลหรืออะไรต่อมิอะไรที่รัฐบาลนี้ไปหยิบความคิดของรัฐบาลอื่นมาทำต่อแทบทั้งสิ้น แต่การพูดเสมือนหนึ่งว่ารัฐบาลนี้ริเริ่มหรือเป็นต้นคิดขึ้นเองทั้งหมด รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้เริ่มทำมาก่อนเลยไม่น่าจะถูกต้อง ขอร้อง พล.อ.ประยุทธ์ว่าควรให้เกียรติคนอื่นบ้าง ผู้นำถ้าทำได้ดีให้ทำไปให้เต็มที่ ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าประชาชนไม่เดือดร้อน ไม่ทุกข์ยากลำบาก มีรายได้พอกินพอใช้จ่ายขอให้ท่านทำไปและอยู่ไปนานๆ

นักลงทุนเผ่นหนีอยู่ดีๆจะปิดประเทศ

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ที่เป็นห่วงทุกวันนี้ท่านอาจหลอกคนอื่นได้แต่หลอกตัวเองไม่ได้ การไปต่างจังหวัดต้องถามว่าประชาชนที่มารุมล้อมเขามาด้วยใจหรือไประดมกันมาต้อนรับท่าน ประชาชนมีความสุขจริงหรือ อยากจะฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ว่าปัจจัยอีกประการหนึ่งที่นักลงทุนหรือนักธุรกิจไม่อยากจะเข้ามาลงทุนในบ้านเรา คือการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยและขบวนการดำเนินการทางกฎหมายที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล เช่น การเข้าไปอุ้ม และตราบใดที่ไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ต่างชาติต้องคิดหนัก ประการที่สำคัญที่สุดที่เขาคงไม่อยากหรือกล้าเข้ามาลงทุนในไทยแน่นอน หากวันดีคืนดีผู้นำประเทศออกมาประกาศปิดประเทศแล้วเขาจะทำอย่างไร เชื่อว่าต่างชาติต้องการทราบคำตอบให้ชัดเจนก่อน ส่วนเรื่องการค้ามนุษย์ที่สหรัฐฯ จับตาอยู่และการใช้แรงงานเถื่อนและแรงงานเด็กในประมงที่อียูเฝ้าติดตามใกล้ชิด ยิ่งรัฐบาลแสดงให้เห็นว่ายังมีการกระทำล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่เสมอ และนายกฯ ยืนยันว่าไม่แคร์ต่างชาติ เพราะทำตามกฎหมายไทยยิ่งทำให้รู้สึกน่าเป็นห่วงต่อสถานการณ์ไทยในการปรับระดับการเฝ้าระวังการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ และการให้ใบแดงไอยูยูในกลุ่มอียู

“ปู” ไหว้พระธาตุดอยแม่สลอง

สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงใช้เวลาในช่วงวันหยุดพักผ่อน และเดินทางไปไหว้พระทำบุญที่ จ.เชียงราย วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อม ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชาย ได้เดินทางขึ้นไปสักการะพระบรมธาตุศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ตั้งจุดสูงสุดของเทือกดอยแม่สลอง จากนั้นจึงลงมากินข้าวและเดินเที่ยวตลาดดอยแม่สลอง พร้อมถ่ายภาพร่วมกับชาวเขาเผ่าต่างๆ และนักท่องเที่ยว จากนั้นไปเยี่ยมชมไร่ชา 101 บนดอยแม่สลอง จนกระทั่งช่วงเย็นได้ลงมาเดินตลาดถนนคนเดินในตัวเมือง จ.เชียงราย โดยยังคงมีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาขอถ่ายรูปด้วย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    62.4%
  • ไม่ชอบ
    31.7%
  • สนุก
    3.9%
  • ประหลาดใจ
    1.5%
  • เสียใจ
    0.5%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement